
วรัญชลี ธำรงวรพร กับอีกก้าวสำคัญของชีวิต
ออกตัวตั้งแต่ต้นว่ายังเป็นมือใหม่ในวงการ แม้เวลานี้ ตองวรัญชลี ธำรงวรพร จะนั่งแท่นแบรนด์แมนเนเจอร์เครื่องสำอางน้องใหม่จากฝรั่งเศสอย่างบูร์ชัวส์ (Boujois)
โดย...พุสดี สิริวัชระเมตตา ภาพ ทวีชัย ธวัชปกรณ์
ออกตัวตั้งแต่ต้นว่ายังเป็นมือใหม่ในวงการ แม้เวลานี้ ตอง-วรัญชลี ธำรงวรพร จะนั่งแท่นแบรนด์แมนเนเจอร์เครื่องสำอางน้องใหม่จากฝรั่งเศสอย่างบูร์ชัวส์ (Boujois) เต็มตัวแล้วก็ตาม เนื่องจากนี่เป็นครั้งแรกที่ได้มาบริหารแบรนด์เครื่องสำอาง ซึ่งแม้จะใหม่มากในไทย แต่ในต่างประเทศบูร์ชัวส์เป็นแบรนด์เก่าแก่ที่มีอายุ 150 ปีแล้ว
“ตองเคยร่วมงานกับแบรนด์ผลิตภัณฑ์ผมชั้นนำมาก่อน ก่อนไปเรียนต่อ ดังนั้นสำหรับแบรนด์เครื่องสำอางจริงๆ นี่เป็นครั้งแรก ซึ่งตองคิดว่าเป็นอะไรที่ท้าทายมาก เพราะวงการเครื่องสำอางเป็นอะไรที่ไม่หยุดนิ่ง เทรนด์แต่งหน้าไม่ได้มาเป็นซีซั่นเท่านั้น แต่มีการเคลื่อนไหวตลอด ยิ่งกว่านั้นตองยังได้เข้ามาทำงานแบรนด์ตั้งแต่เริ่มต้น นับไปก็เพิ่งจะ 67 เดือน ยังไม่ได้เปิดตัวอย่างการเลย แต่ตองรู้สึกว่าตองได้ทำอะไรเยอะมาก จากเดิมที่คิดว่าต้องทำเยอะและยากประมาณหนึ่ง แต่เอาเข้าจริงยากกว่าที่คิดมาก”
ถึงจะหนักและยาก แบรนด์แมนเนเจอร์คนสวยก็ยิ้มสู้ ขออาศัยประสบการณ์และความรู้ที่สั่งสมมาต่อยอดในการทำงาน เพราะสาวตองเรียนจบมาทางด้านการตลาดโดยตรง แต่ที่พิเศษและน่าทึ่งกว่านั้น คือ เธอยังมีดีกรีปริญญาโท ในสาขาที่น่าสนใจอย่าง “Campaign and Political Communication” จากมหาวิทยาลัยคิงส์ตัน จากประเทศอังกฤษ มาการันตีฝีมือการบริหารของเธออีกด้วย
“ตองต่อโทด้านนี้ เพราะคิดว่าตอนเรียนปริญญาตรีเราเรียนขายของเป็นชิ้นๆ มาแล้ว ดังนั้นน่าจะต่อยอดมาที่การขายของเหมือนกัน แต่เป็นการขายองค์กร ขายความเชื่อให้คนอื่นๆ บ้าง เช่น ถ้าจะทำแคมเปญรณรงค์ลดโลกร้อน เราก็สามารถเอาศาสตร์นี้มาจับได้ว่าจะทำแคมเปญรูปแบบไหนดี จะทำอย่างไรให้คนเชื่อในสิ่งที่เราบอก เป็นต้น ซึ่งตอนที่เรียนก็สนุกมาก แม้ว่าเราจะเป็นชาวเอเชียคนเดียวที่เลือกเรียนสาขานี้ในตอนนั้นก็ตาม”
อย่างไรก็ตาม แบรนด์แมนเนเจอร์สาวมั่นบอกว่า เธอไม่ได้ตัดสินใจไปเรียนต่อทันทีหลังจากเรียนจบปริญญาตรี แต่เลือกทำงานด้านการตลาดก่อน 2 ปี จึงตัดสินใจลาออกเพื่อไปเรียนต่อ แม้จะได้ทำงานด้านการตลาดที่ชอบก็ตาม เนื่องจากกลัวว่าถ้าปล่อยให้เวลาผ่านไปกว่านี้ จะไม่มีใจกลับไปเรียน และบางทีอาชีพการงานที่กำลังไปได้ดี อาจเป็นเหตุผลฉุดรั้งให้ไม่อยากไปเรียนต่อ
“จริงๆ แล้วตอนเลือกเรียนตรี ด้านการตลาด ตองยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่า จริงๆ แล้วเราอยากทำงานอะไร แค่คิดว่าเรียนการตลาด ทำให้ได้คิดเยอะ กระทั่งได้มีโอกาสเป็นตัวแทนของมหาวิทยาลัยมหิดล ไปร่วมแข่งขันโครงการด้านการตลาดรายการหนึ่ง แม้ครั้งนั้นจะได้รางวัลชนะเลิศ แต่การแข่งขันนั้นก็เป็นตัวจุดประกายให้ตองรู้ว่าเราชอบสายนี้ อีกอย่างคือ ปีที่ตองไปแข่งเป็นปีแรกที่มหิดลฯ ได้รับเลือกเข้าไปแข่งในโครงการดังกล่าว ตองเลยมองว่า เหนือกว่ารางวัลตองยังได้เก็บประสบการณ์มาให้รุ่นน้องรุ่นต่อๆ ไป”
แน่นอนว่าอยู่ในแวดวงความสวยความงาม เรื่องการดูแลตัวเองให้ดูดีเสมอ คือ สิ่งที่สาวตองไม่อาจมองข้าม โดยเฉพาะเรื่องการแต่งตัว เธอบอกว่า แม้ไม่ใช่แฟชั่นนิสตาตัวแม่ แต่ก็ไม่หลุดเทรนด์ คอยอัพเดตเสมอว่าตอนนี้ใครทำอะไร เทรนด์ไหนมา แต่จะหยิบเอาเทรนด์ไหนมาใช้ ต้องดูว่าเข้ากับตัวเองหรือไม่ ส่วนเรื่องความสวยความงาม สาวตองบอกว่า เหนือกว่าความงามภายนอก ที่ถูกแต่งแต้มด้วยสีสัน คือ การแสดงออกของผู้หญิง คือ ปัจจัยสำคัญที่บ่งชี้ว่าผู้หญิงคนนั้นมีความงามหรือไม่
“ตองว่าผู้หญิงจะดูดีหรือไม่ ต้องเริ่มตั้งแต่กิริยามารยาท การพูดจา รู้กาลเทศะ เพราะการอยู่ในสังคมไม่ได้อาศัยแค่หน้าตาสวยๆ แต่ต้องมีปัจจัยแวดล้อมอย่างการวางตัว การพูดจา บางคนแค่มีอัธยาศัยดี ก็สามารถทำให้คนรอบข้างรู้สึกประทับใจได้แล้ว”
ก่อนจากกันวันนี้ แบรนด์เมเนเจอร์สุดมั่นยังทิ้งท้ายไว้อย่างน่าสนใจ สำหรับผู้หญิงที่ไม่มั่นใจในความสวยของตัวเอง ถึงผู้หญิงบางคนจะหน้าตาไม่สวยมาก ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ดูดีในสายตาคนอื่น เพราะเธอเชื่อว่าผู้หญิงทุกคนมีความงามในตัวเอง ถึงจะไม่เพอร์เฟกต์ มีจุดด้อยบ้าง แต่ถ้ารู้จักมองข้ามไม่ยึดติดกับจุดด้อยนั้น ผู้หญิงทุกคนก็สวยได้
ของสะสมสุดเก๋ : ที่คั่นหนังสือ เพราะยังติดใจเสน่ห์ของการอ่านหนังสือเล่ม เธอจึงเลือกสะสมที่คั่นหนังสือสวยๆ
งานอดิเรก : ชอบทำอาหาร โดยเฉพาะอาหารอีสาน เมนูเด็ด คือ ปีกไก่ทอดน้ำปลา ต้มแซ่บซี่โครง คอหมูย่าง
เคล็ดลับความสวย : เมืองไทยเป็นเมืองร้อน สาวไทยไม่ควรแต่งหน้าเยอะ น่าจะเน้นโทนนู้ด โชว์ผิวสุขภาพดี แล้วเน้นที่เรียวปากให้ดูมีสีสัน
หนังสือแนวโปรด : ได้หลายแนว ยกเว้นพวกนวนิยาย เพราะอาจแล้วตั้งคำถามตลอดเวลา ไม่จินตนาการตาม
หนังแนวโปรด : คอมมิดี้คลายเครียด ไม่ชอบแนวสยองขวัญ ฆาตกรรม







