posttoday
ไตรภาคเรื่องเต่ากับกระต่าย...

ไตรภาคเรื่องเต่ากับกระต่าย...

15 กันยายน 2556

คิดว่าคงไม่มีใคร ที่ไม่เคยได้ยินเรื่องราวของการท้าดวลความเร็วกันระหว่างเต่ากับกระต่ายหรอกนะคะ

โดย..ปูปรุง ภาพ คลังภาพโพสต์ทูเดย์

คิดว่าคงไม่มีใคร

ที่ไม่เคยได้ยินเรื่องราวของการท้าดวลความเร็วกันระหว่างเต่ากับกระต่ายหรอกนะคะ

แต่มั่นใจว่า อีกสองเรื่องต่อไปนี้ คุณหลายคนอาจจะไม่เคยได้ยิน

ก็เลยอยากนำมาแบ่งปันกันในวันพักผ่อนสบายๆ วันนี้ค่ะ

หลังจากการแข่งขันนัดแรกผ่านไป กระต่ายผู้พลาดพลั้งก็ยังคาใจ

จึงขอท้าดวลกับเต่าอีกครั้ง เพราะคิดว่าคราวนี้ตนได้เรียนรู้แล้วว่า

ครั้งแรกที่แพ้ เป็นเพราะความประมาท การหยุดพักระหว่างทางคือสาเหตุของความพ่ายแพ้

คราวนี้มันจะไม่พลาดอย่างนั้นอีกเด็ดขาด

เมื่อเต่าตอบตกลงรับคำท้า ทั้งสองจึงแข่งกันอีกครั้ง

เมื่อการแข่งขันเริ่มขึ้น

เจ้ากระต่ายก็ออกสตาร์ตด้วยความเร็วที่เหนือชั้นกว่ามาก

มันวิ่งนำโด่งจนไม่คิดว่าเต่าจะสามารถตามทันได้แน่นอน

แม้จะวิ่งด้วยความเร็วมากสุดเท่าที่เต่ามีก็ตาม

ไม่มีปาฏิหาริย์ใดๆ เกิดขึ้น และคราวนี้ กระต่ายก็ไม่คิดจะพักกลางทางอีกแล้ว

มันวิ่งต่อไป ในขณะที่เจ้าเต่า ก็พยายามเร่งฝีเท้าเหมือนกันแม้มันจะรู้ว่า

คราวนี้คงยากที่จะตามทัน เพราะที่สุดสายตาลิบๆ นั้น

เต่าเห็นแล้วว่ากระต่ายกำลังจะใกล้ถึงเส้นชัยเต็มทีแล้ว

เจ้ากระต่ายมุ่งมั่น ยิ่งเห็นเส้นชัยอยู่ข้างหน้า

มันยิ่งวิ่งแบบไม่คิดที่จะมองเหลียวหลังเลยให้เสียเวลา

เมื่อมาถึงจุด 50 เมตรก่อนเข้าเส้นชัย แทบจะไม่เชื่อสายตาตัวเอง

มันเห็นเต่า ยืนรออยู่ที่เส้นชัยแล้ว!

ทุกความรู้สึกเกิดขึ้นรวดเร็วมาก และมันก็ช็อกหมดสติลงไปด้วยความโกรธ

เต่ามองเห็นเหตุการณ์ที่อยู่ข้างหน้าทั้งหมด แต่ก็ไม่รู้สาเหตุว่าทำไมอยู่ดีๆ

กระต่ายถึงหยุดวิ่งนอนแผ่ไปเสียตรงนั้น ทั้งๆ ที่ยังไม่ถึงเส้นชัย

แต่ไม่ว่าอะไรจะเกิด และการแข่งขันยังไม่จบ มันก็จะมุ่งหน้าต่อ เส้นชัยอยู่ตรงหน้าเหมือนกัน

ที่สำคัญ วันนี้มีกำลังใจสำคัญมาเชียร์ด้วย

โน่นไง! มันเห็นแล้วว่าเมียรักมันกำลังรออยู่ที่เส้นชัยนั้น!!!!

เต่ามาถึงจุดที่กระต่ายนอนสลบอยู่ มันอาจจะนอนรอเยาะเย้ยแล้วก็วิ่งต่อตอนเราใกล้กว่านี้ก็ได้

เราต้องทำให้ดีที่สุด...แล้วเต่าก็ผ่านกระต่ายไป คลานผ่านเข้าเส้นชัยในที่สุด

รอบนี้เต่าชนะอีกตามเคย

ก่อนจะขยายความต่อ ขอเล่าถึงการแข่งขันนัดสุดท้ายก่อนนะคะ

หลังจากฟื้นขึ้นมา กระต่ายก็รู้ว่ามันแพ้อีกจนได้ มันต้องการแก้มืออีก

และการขอท้าดวลครั้งสุดท้ายนี้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เต่าจะต้องไม่มีทางชนะมันได้แน่

เพราะการประลองความเร็วระหว่างเต่ากับกระต่ายครั้งนี้

เป็นการท้าดวลกันด้วยเส้นทางรอบโลก!

เต่ารับคำท้าเช่นเคย รอบโลกก็รอบโลก

ถึงแม้มันจะเป็นการเดิมพันด้วยเส้นทางที่ยาวไกล และอาจใช้เวลาทั้งชีวิตก็ตาม

เมื่อการแข่งขันเริ่มต้น

กระต่ายก็ทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างให้กับเดิมพันครั้งนี้มากที่สุด

มันต้องวิ่งให้เร็วที่สุด และต้องให้ไกลที่สุด

ทุกวัน เวลา วินาที ไม่มีการเสียเวลาให้กับการหยุดพักอีกแล้ว

จนกว่าจะถึงเป้าหมายสุดท้าย คือการเป็นผู้ชนะเมื่อวิ่งรอบโลกเสร็จสิ้น

ในขณะที่เจ้าเต่า ก็เริ่มการแข่งขันของตัวเช่นกัน

ทุกๆ วัน คือการเดินทางเพื่อไปข้างหน้า มันก็คลานไปเรื่อยๆ ด้วยความเร็วระดับเต่าที่มันมี

ผ่านวัน ผ่านเดือน ผ่านปี

กระต่ายไม่สนใจอะไรมากไปกว่าการเป็นผู้ชนะครั้งนี้ให้ได้

มันต้องไปให้เร็วที่สุด ให้ไกลที่สุด นี่คือสิ่งที่อยู่ในหัวกระต่ายตลอดเวลา

มันจึงรีบกิน รีบนอน รีบตื่น แล้วรีบวิ่ง ... เท่านั้น

โดยไม่ทันสังเกตตัวเองว่า เมื่อร่างกายต้องทำงานหนักตลอดเวลา

ความแข็งแรงและความสดที่เคยมีอยู่ จึงเริ่มถดถอยลงทุกวัน ทุกคืน

จนกระทั่งวันหนึ่งที่ร่างกายแบกรับทุกสิ่งไม่ไหวแล้ว

กระต่ายก็ช็อกหมดสติและสิ้นใจตายในที่สุด

หันมาดูเจ้าเต่าบ้าง มันไม่รู้หรอกว่าต้องใช้เวลาอีกนานแค่ไหนถึงจะครบรอบโลก

แต่มันก็ไม่ท้อถอย ทุกๆ วัน มันก็ยังคงอยู่ในการแข่งขันต่อไป

โดยที่ไม่รู้ว่า ตอนนี้คู่ต่อสู้ของมันได้ตายไปแล้ว

...................................................................

จบไตรภาค เรื่องเต่ากับกระต่าย

คุณคิดอะไรได้บ้างคะ

มันสะท้อนการใช้ชีวิตทุกวันนี้ของตัวเองบ้างหรือเปล่า?

ในทุกๆ วัน เราให้ความสำคัญกับอะไร มากที่สุดในชีวิต?

และสิ่งนั้นมันทำให้คุณค่า และเวลาทุกๆ วันของเราเป็นไปอย่างสมดุลแล้วหรือไม่?

ในเรื่องเล่าของเต่ากับกระต่ายนั้น

แน่นอนว่า ภาคแรกเขาคงต้องการเตือนสติเราในเรื่องความไม่ประมาท

การไม่หลงทะนงในความสามารถของตัวเองมากเกินไป

จนประมาทคู่ต่อสู้ ไม่ว่าเราจะอยู่ในสนามการแข่งขันใดๆ ก็ตาม

ในเรื่องที่สอง เราอาจได้แง่คิดในเรื่องของคนที่มีความสามารถแต่ขาดวิจารณญาณ

เหมือนเช่นเจ้ากระต่าย ที่รีบชิงสลบเสียก่อนโดยไม่ดูให้แน่ชัดเสียก่อนว่า

เต่าที่ตนเห็นนั้น นั่นมันเมียมัน ไม่ใช่ตัวเต่าที่มันท้าแข่งเสียหน่อย

ถ้ามันดูให้ดี มันก็คงชนะไปตั้งแต่นัดที่สองแล้ว

สำหรับภาคสุดท้าย ที่ไม่มีผลของการแข่งขันเกิดขึ้น

ทำให้ฉันอดคิดถึงการใช้ชีวิตของพวกเราหลายๆ คนในยุคสมัยนี้ไม่ได้

ทุกๆ วัน เราแข่งขันกันด้วยความเร็ว

จึงทำให้ทุกๆ อย่างหมดอายุลงไปอย่างรวดเร็วตามไปด้วย...แม้แต่สิ่งที่เรียกว่าความสุข

ในขณะที่กระต่าย คิดว่าเป้าหมายของชีวิตมันทั้งหมดคือการแข่งขัน

มันจึงมุ่งแต่แข่งขันอย่างขาดสติเสียจนลืมมอง ...ลืมที่จะใช้ชีวิตของตัวเอง

ผิดกับเต่า ซึ่งสามารถที่จะแข่งขันไปด้วย และก็ใช้ชีวิตไปด้วยได้

มันจึงไม่รู้สึกกดดันตัวเอง หรือบีบบังคับตัวเองมากจนเกินไป

จนกระทั่งสุดท้ายส่งผลเสียย้อนกลับมาที่ตัวเองในที่สุด

เหมือนกับกระต่ายที่ต้องสิ้นลม โดยไม่มีชัยชนะใดๆ ติดไม้ติดมือกลับไป

การใช้ชีวิตของเรา ย่อมเป็นทางเลือกของเราอย่างแท้จริง

หวังว่าคุณคงเลือกให้ตัวเองได้ว่า

สถานการณ์ไหนในแต่ละช่วงชีวิต เราต้องใช้เกียร์อะไร

เลือกเกียร์เต่าในเวลาที่ควร และใช้เกียร์กระต่ายในสถานการณ์ที่จำเป็นมากกว่า

หวังว่า ในวันสบายๆ กับไตรภาคเต่ากับกระต่ายที่นำมาแบ่งปันครั้งนี้

คงทำให้คุณสนุกกับการเลือกเกียร์ชีวิตมากขึ้นนะคะ :)

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท