
ไตรภาคเรื่องเต่ากับกระต่าย...
คิดว่าคงไม่มีใคร ที่ไม่เคยได้ยินเรื่องราวของการท้าดวลความเร็วกันระหว่างเต่ากับกระต่ายหรอกนะคะ
โดย..ปูปรุง ภาพ คลังภาพโพสต์ทูเดย์
คิดว่าคงไม่มีใคร
ที่ไม่เคยได้ยินเรื่องราวของการท้าดวลความเร็วกันระหว่างเต่ากับกระต่ายหรอกนะคะ
แต่มั่นใจว่า อีกสองเรื่องต่อไปนี้ คุณหลายคนอาจจะไม่เคยได้ยิน
ก็เลยอยากนำมาแบ่งปันกันในวันพักผ่อนสบายๆ วันนี้ค่ะ
หลังจากการแข่งขันนัดแรกผ่านไป กระต่ายผู้พลาดพลั้งก็ยังคาใจ
จึงขอท้าดวลกับเต่าอีกครั้ง เพราะคิดว่าคราวนี้ตนได้เรียนรู้แล้วว่า
ครั้งแรกที่แพ้ เป็นเพราะความประมาท การหยุดพักระหว่างทางคือสาเหตุของความพ่ายแพ้
คราวนี้มันจะไม่พลาดอย่างนั้นอีกเด็ดขาด
เมื่อเต่าตอบตกลงรับคำท้า ทั้งสองจึงแข่งกันอีกครั้ง
เมื่อการแข่งขันเริ่มขึ้น
เจ้ากระต่ายก็ออกสตาร์ตด้วยความเร็วที่เหนือชั้นกว่ามาก
มันวิ่งนำโด่งจนไม่คิดว่าเต่าจะสามารถตามทันได้แน่นอน
แม้จะวิ่งด้วยความเร็วมากสุดเท่าที่เต่ามีก็ตาม
ไม่มีปาฏิหาริย์ใดๆ เกิดขึ้น และคราวนี้ กระต่ายก็ไม่คิดจะพักกลางทางอีกแล้ว
มันวิ่งต่อไป ในขณะที่เจ้าเต่า ก็พยายามเร่งฝีเท้าเหมือนกันแม้มันจะรู้ว่า
คราวนี้คงยากที่จะตามทัน เพราะที่สุดสายตาลิบๆ นั้น
เต่าเห็นแล้วว่ากระต่ายกำลังจะใกล้ถึงเส้นชัยเต็มทีแล้ว
เจ้ากระต่ายมุ่งมั่น ยิ่งเห็นเส้นชัยอยู่ข้างหน้า
มันยิ่งวิ่งแบบไม่คิดที่จะมองเหลียวหลังเลยให้เสียเวลา
เมื่อมาถึงจุด 50 เมตรก่อนเข้าเส้นชัย แทบจะไม่เชื่อสายตาตัวเอง
มันเห็นเต่า ยืนรออยู่ที่เส้นชัยแล้ว!
ทุกความรู้สึกเกิดขึ้นรวดเร็วมาก และมันก็ช็อกหมดสติลงไปด้วยความโกรธ
เต่ามองเห็นเหตุการณ์ที่อยู่ข้างหน้าทั้งหมด แต่ก็ไม่รู้สาเหตุว่าทำไมอยู่ดีๆ
กระต่ายถึงหยุดวิ่งนอนแผ่ไปเสียตรงนั้น ทั้งๆ ที่ยังไม่ถึงเส้นชัย
แต่ไม่ว่าอะไรจะเกิด และการแข่งขันยังไม่จบ มันก็จะมุ่งหน้าต่อ เส้นชัยอยู่ตรงหน้าเหมือนกัน
ที่สำคัญ วันนี้มีกำลังใจสำคัญมาเชียร์ด้วย
โน่นไง! มันเห็นแล้วว่าเมียรักมันกำลังรออยู่ที่เส้นชัยนั้น!!!!
เต่ามาถึงจุดที่กระต่ายนอนสลบอยู่ มันอาจจะนอนรอเยาะเย้ยแล้วก็วิ่งต่อตอนเราใกล้กว่านี้ก็ได้
เราต้องทำให้ดีที่สุด...แล้วเต่าก็ผ่านกระต่ายไป คลานผ่านเข้าเส้นชัยในที่สุด
รอบนี้เต่าชนะอีกตามเคย
ก่อนจะขยายความต่อ ขอเล่าถึงการแข่งขันนัดสุดท้ายก่อนนะคะ
หลังจากฟื้นขึ้นมา กระต่ายก็รู้ว่ามันแพ้อีกจนได้ มันต้องการแก้มืออีก
และการขอท้าดวลครั้งสุดท้ายนี้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เต่าจะต้องไม่มีทางชนะมันได้แน่
เพราะการประลองความเร็วระหว่างเต่ากับกระต่ายครั้งนี้
เป็นการท้าดวลกันด้วยเส้นทางรอบโลก!
เต่ารับคำท้าเช่นเคย รอบโลกก็รอบโลก
ถึงแม้มันจะเป็นการเดิมพันด้วยเส้นทางที่ยาวไกล และอาจใช้เวลาทั้งชีวิตก็ตาม
เมื่อการแข่งขันเริ่มต้น
กระต่ายก็ทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างให้กับเดิมพันครั้งนี้มากที่สุด
มันต้องวิ่งให้เร็วที่สุด และต้องให้ไกลที่สุด
ทุกวัน เวลา วินาที ไม่มีการเสียเวลาให้กับการหยุดพักอีกแล้ว
จนกว่าจะถึงเป้าหมายสุดท้าย คือการเป็นผู้ชนะเมื่อวิ่งรอบโลกเสร็จสิ้น
ในขณะที่เจ้าเต่า ก็เริ่มการแข่งขันของตัวเช่นกัน
ทุกๆ วัน คือการเดินทางเพื่อไปข้างหน้า มันก็คลานไปเรื่อยๆ ด้วยความเร็วระดับเต่าที่มันมี
ผ่านวัน ผ่านเดือน ผ่านปี
กระต่ายไม่สนใจอะไรมากไปกว่าการเป็นผู้ชนะครั้งนี้ให้ได้
มันต้องไปให้เร็วที่สุด ให้ไกลที่สุด นี่คือสิ่งที่อยู่ในหัวกระต่ายตลอดเวลา
มันจึงรีบกิน รีบนอน รีบตื่น แล้วรีบวิ่ง ... เท่านั้น
โดยไม่ทันสังเกตตัวเองว่า เมื่อร่างกายต้องทำงานหนักตลอดเวลา
ความแข็งแรงและความสดที่เคยมีอยู่ จึงเริ่มถดถอยลงทุกวัน ทุกคืน
จนกระทั่งวันหนึ่งที่ร่างกายแบกรับทุกสิ่งไม่ไหวแล้ว
กระต่ายก็ช็อกหมดสติและสิ้นใจตายในที่สุด
หันมาดูเจ้าเต่าบ้าง มันไม่รู้หรอกว่าต้องใช้เวลาอีกนานแค่ไหนถึงจะครบรอบโลก
แต่มันก็ไม่ท้อถอย ทุกๆ วัน มันก็ยังคงอยู่ในการแข่งขันต่อไป
โดยที่ไม่รู้ว่า ตอนนี้คู่ต่อสู้ของมันได้ตายไปแล้ว
...................................................................
จบไตรภาค เรื่องเต่ากับกระต่าย
คุณคิดอะไรได้บ้างคะ
มันสะท้อนการใช้ชีวิตทุกวันนี้ของตัวเองบ้างหรือเปล่า?
ในทุกๆ วัน เราให้ความสำคัญกับอะไร มากที่สุดในชีวิต?
และสิ่งนั้นมันทำให้คุณค่า และเวลาทุกๆ วันของเราเป็นไปอย่างสมดุลแล้วหรือไม่?
ในเรื่องเล่าของเต่ากับกระต่ายนั้น
แน่นอนว่า ภาคแรกเขาคงต้องการเตือนสติเราในเรื่องความไม่ประมาท
การไม่หลงทะนงในความสามารถของตัวเองมากเกินไป
จนประมาทคู่ต่อสู้ ไม่ว่าเราจะอยู่ในสนามการแข่งขันใดๆ ก็ตาม
ในเรื่องที่สอง เราอาจได้แง่คิดในเรื่องของคนที่มีความสามารถแต่ขาดวิจารณญาณ
เหมือนเช่นเจ้ากระต่าย ที่รีบชิงสลบเสียก่อนโดยไม่ดูให้แน่ชัดเสียก่อนว่า
เต่าที่ตนเห็นนั้น นั่นมันเมียมัน ไม่ใช่ตัวเต่าที่มันท้าแข่งเสียหน่อย
ถ้ามันดูให้ดี มันก็คงชนะไปตั้งแต่นัดที่สองแล้ว
สำหรับภาคสุดท้าย ที่ไม่มีผลของการแข่งขันเกิดขึ้น
ทำให้ฉันอดคิดถึงการใช้ชีวิตของพวกเราหลายๆ คนในยุคสมัยนี้ไม่ได้
ทุกๆ วัน เราแข่งขันกันด้วยความเร็ว
จึงทำให้ทุกๆ อย่างหมดอายุลงไปอย่างรวดเร็วตามไปด้วย...แม้แต่สิ่งที่เรียกว่าความสุข
ในขณะที่กระต่าย คิดว่าเป้าหมายของชีวิตมันทั้งหมดคือการแข่งขัน
มันจึงมุ่งแต่แข่งขันอย่างขาดสติเสียจนลืมมอง ...ลืมที่จะใช้ชีวิตของตัวเอง
ผิดกับเต่า ซึ่งสามารถที่จะแข่งขันไปด้วย และก็ใช้ชีวิตไปด้วยได้
มันจึงไม่รู้สึกกดดันตัวเอง หรือบีบบังคับตัวเองมากจนเกินไป
จนกระทั่งสุดท้ายส่งผลเสียย้อนกลับมาที่ตัวเองในที่สุด
เหมือนกับกระต่ายที่ต้องสิ้นลม โดยไม่มีชัยชนะใดๆ ติดไม้ติดมือกลับไป
การใช้ชีวิตของเรา ย่อมเป็นทางเลือกของเราอย่างแท้จริง
หวังว่าคุณคงเลือกให้ตัวเองได้ว่า
สถานการณ์ไหนในแต่ละช่วงชีวิต เราต้องใช้เกียร์อะไร
เลือกเกียร์เต่าในเวลาที่ควร และใช้เกียร์กระต่ายในสถานการณ์ที่จำเป็นมากกว่า
หวังว่า ในวันสบายๆ กับไตรภาคเต่ากับกระต่ายที่นำมาแบ่งปันครั้งนี้
คงทำให้คุณสนุกกับการเลือกเกียร์ชีวิตมากขึ้นนะคะ :)







