posttoday
กวาง เอบี นอร์มอล อย่ากลัวที่แพ้

กวาง เอบี นอร์มอล อย่ากลัวที่แพ้

15 กันยายน 2556

อยากให้คนที่กำลังหัดร้องเพลงทุกคนฟังเสียงคนอื่นแล้วเก็บเอามาคิดก่อน ไม่ใช่ฟังแล้วนำมาใช้เลย บางคนร้องแล้วเพื่อนบอกว่าร้องไม่เห็นจะดีเลย

โดย...โยธิน อยู่จงดี

“อยากให้คนที่กำลังหัดร้องเพลงทุกคนฟังเสียงคนอื่นแล้วเก็บเอามาคิดก่อน ไม่ใช่ฟังแล้วนำมาใช้เลย บางคนร้องแล้วเพื่อนบอกว่าร้องไม่เห็นจะดีเลย ไม่เหมือนกับศิลปินต้นเสียง แต่จริงๆ แล้วเราอาจจะร้องดีร้องเท่ก็ได้ เพราะผมเคยได้ฟังเสียงนักร้องหลายๆ คนที่ไม่มั่นใจในเสียงตัวเอง แต่ผมฟังแล้วก็ใช้ได้ เสียงเขาดูเท่ ดูแปลกไม่เหมือนคนอื่น เสียงแบบหาที่อื่นไม่ได้ และนี่ละคือเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง” ศิริศิลป์ โชติวิจิตร หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ กวาง เอบี นอร์มอล เล่าถึงการค้นหาเสียงที่มีเอกลัษณ์ของตัวเองสำหรับทุกคนที่อยากเป็นศิลปินที่มีชื่อเสียง เพราะตัวเขาเองก็เคยเป็นคนที่ไม่มั่นใจในเสียงร้องของตัวเองมาก่อน

เอบี นอร์มอล เป็นวงดนตรีที่มีชื่อเสียงอยู่ในวงการเพลงมากว่า 10 ปี มีผลงานเพลงที่เรารู้จักอยู่หลายเพลง อย่างเพลงที่สร้างชื่อเสียงให้กับเขาในอัลบั้มปกติ ซึ่งเป็นอัลบั้มแรกของเขาก็คือ เพลงพูดไม่ค่อยเก่ง และเพลงเด็กกว่าแล้วไง ในอัลบั้มฟาสต์เลน ร้องเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง แฟนฉัน และซิงเกิลล่าสุด คือ เพลงพูดไม่ค่อยถูก

กวาง เอบี นอร์มอล อย่ากลัวที่แพ้

 

นักร้องต้องมีเอกลักษณ์ของเสียง

กวาง เล่าถึงครั้งแรกเริ่มเล่นดนตรีว่า เริ่มจากการเล่นกีตาร์ตอนอยู่ ม.1 ที่โรงเรียนอัสสัมชัญ จากนั้นก็มาเล่นให้วงโรงเรียนตอน ม.3 พอขึ้น ม. 4 นักร้องนำของวงไปสอบเรียนต่อ ม.ปลาย ที่โรงเรียนอื่น วงจึงขาดนักร้องนำไป เฟ้นหาอยู่นานก็ไม่มีคนร้องถูกใจสักคน เพื่อนๆ ก็เลยให้ลองร้องดู ปรากฏว่าร้องได้ ก็เลยได้ร้องเพลงเข้าประกวดแต่นั้นมา

“แรกๆ ผมเองก็ไม่มั่นใจเสียงร้องตัวเองเท่าไหร่ว่าจะร้องได้ไหม เพราะไม่ได้เรียนร้องเพลงมา อาศัยแต่เรียนกีตาร์ ก็พอได้เรื่องตัวโน้ตอยู่บ้าง พอเข้าประกวดตอน ม.5 ก็ชนะได้รางวัลมา บวกกับได้รางวัลนักร้องยอดเยี่ยมในการประกวดครั้งนั้นมาด้วย ตอนนั้นเราถึงรู้ตัวเองว่าเราก็ร้องเพลงกับเขาได้เหมือนกัน

หลังจากนั้นพอได้เข้าแกรมมี่ก็ได้เรียนร้องเพลง เรียนไปประมาณ 3 ครั้ง ก็รู้ตัวเองว่าเราไม่ชอบที่จะเรียน เพราะเรียนแล้วเราเสียเอกลักษณ์เสียงของเราไป ไม่ใช่ตัวเรา แต่เป็นนักร้องประกวดที่ผ่านการเรียนร้องเพลงมาเลยไม่เอาดีกว่า ลาออกมาก็ฝึกร้องเหมือนเดิม แต่ไม่เอาแบบที่เรียน เพราะรักษาเอกลักษณ์ของเราไว้” กวาง เล่าถึงตอนที่เริ่มรู้จักเส้นเสียงอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเขา

การหาเอกลักษณ์ของเสียง

กวาง แนะนำว่า การที่เราจะหาเอกลักษณ์ของเสียงเราได้ ต้องมีความมั่นใจในเสียงของตัวเองก่อน จากนั้นก็มาฝึกเรื่องการใช้โน้ตเสียงให้ตรงคีย์ ในเนื้อเพลงเดียวกันการร้องจังหวะก็ไม่จำเป็นต้องตามศิลปินที่ร้องมาก่อนก็ได้ แต่ขอให้ตรงคีย์ที่มี เราก็จะได้เสียงที่ออกมาแล้วไม่เหมือนคนอื่นๆ เป็นเอกลักษณ์ของตัวเองในที่สุด

สำหรับคนที่อยากจะเป็นนักร้องผับ หรือนักร้องประกวด การไปเรียนก็เป็นสิ่งจำเป็น แต่ถ้าเรามีความตั้งใจว่าสักวันหนึ่งเราจะเป็นศิลปินมีผลงานของตัวเอง ก็ต้องมั่นใจว่าเราต้องมีเอกลักษณ์เสียงของเราเอง สังเกตอย่าง มารูน 5 ลองนึกภาพดูว่า ถ้าเขาไม่ได้เป็นมารูน 5 เป็นใครที่เราไม่รู้จักแล้วอยู่ๆ มาร้องเพลงให้ฟัง เราอาจจะว่าเสียงเขาฟังแล้วทุเรศก็ได้ เสียงแบบแหลมๆ เล็กๆ แต่สุดท้ายเสียงแบบนี้ล่ะที่เป็นการร้องของเขา ร้องได้อย่างเป็นเอกลักษณ์ และไม่มีใครที่ร้องได้เหมือนเขาอย่างเป็นธรรมชาติ

อย่างเอกลักษณ์การร้องของกวางเอง น่าจะเป็นเรื่องดีไซน์การร้อง เสียงเอื้อนหัวคำ และดีไซน์เสียงท้าย แต่ทุกวันนี้เขาสามารถร้องได้ไม่ต้องบังคับมันแล้ว ร้องกี่เพลงก็ออกมาอย่างนั้นเลย มีเพื่อนๆ ที่เราไปร้องคาราโอเกะด้วยกันบอกว่า กวางร้องเพลงอะไรมันก็เป็นเสียงกวางอยู่ดี คือ เราเปลี่ยนเป็นเสียงอื่นไม่ได้แล้ว เพราะเราร้องเสียงนี้มาเป็น 10 ปีแล้ว

กวาง เอบี นอร์มอล อย่ากลัวที่แพ้

 

การซ้อมและรักษาเส้นเสียง

ในเรื่องการซ้อมร้องเพลงนับเป็นสิ่งสำคัญสำหรับคนที่เป็นนักร้องอาชีพ กวาง บอกแนวทางการซ้อมร้องเพลงและการรักษาเส้นเสียงที่ดีว่า ส่วนตัวเขาแล้วถ้าเป็นช่วงที่มีคอนเสิร์ตให้ร้องเยอะ ก็จะอาศัยช่วยนี้ซ้อมร้องเพลงในตัว แต่ถ้าช่วงที่ห่างเวทีนานๆ เราจะใช้วิธีนัดกับวงแล้วก็ไปซ้อมกับวง

ส่วนการดูแลเส้นเสียงของนักร้อง ส่วนตัวผมคือการนอนครับนอนเยอะๆ เพราะนักร้องจะหาเวลานอนได้ค่อนข้างยาก

เล่นทุกอย่างอย่าได้เกี่ยง

สุดท้าย กวางได้ฝากถึงน้องๆ ที่กำลังจะตั้งวงดนตรีเข้าประกวดเวทีต่างๆ ว่า ให้ความสำคัญกับเรื่องการเลือกสมาชิกและเข้าประกวดให้มาก เพราะการฟอร์มวงแรกๆ เชื่อว่าเกือบทุกคนจะเริ่มจากการชวนเพื่อนๆ ที่รู้จักเข้ามาเล่นด้วยกัน ซึ่งก็สนุกดีถ้าไม่ได้เล่นอะไรจริงจังมาก แต่พอเล่นด้วยกันไปนานๆ ปัญหาจะเกิดตรงที่ว่า ถ้าเพื่อนในวงเล่นไม่เก่งจริงๆ ทำไม่ได้ ทำไม่ถึง ก็จะเล่นไม่เข้าขา แล้วพอเราจะไปเปลี่ยนสมาชิกตอนนั้นจะเป็นการผิดใจกับเพื่อน

ดังนั้น ผมแนะนำว่า เลือกให้ดีก่อน ใจเย็นๆ ไม่ต้องรีบดูฝีมือกันไป ค่อยๆ รวมกันเป็นวง ถ้าเราได้คนที่มีฝีมือดีกว่าเรา เราก็จะได้เรียนรู้วิธีใหม่ๆ วิธีคิดวิธีการดีไซน์เพลงด้วย

สุดท้ายก็คือ เรื่องของโอกาส หากใครเสนอให้ไปเล่นที่ไหนงานเล็กงานใหญ่ งานวันเกิดเพื่อน เวทีเล็กๆ ผับ งานวัด ประกวดที่ไหนไปให้หมด อย่าไปคิดว่าอันนี้ไม่ไหวแน่ ไปประกวดอันหน้าก็แล้วกัน เพราะถ้าประกวดไม่ได้ก็ไม่ต้องคิดมาก ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย เพราะกวางก็ต้องประกวดอยู่ 3 ปีกว่าจะได้รางวัล ยิ่งประกวดปีแรกตกตั้งแต่รอบคัดเลือก การที่เราได้ประกวดในหลายๆ เวทีจะช่วยในเรื่องลดความตื่นเต้น ลดการตื่นเวที ช่วยในเรื่องสมาธิและตัดสินใจ มีโอกาสได้ออกเล่นเล็กๆ น้อยๆ งานเล็กงานใหญ่ เราใช้โอกาสแสดงความสามารถตรงนี้ให้คุ้ม แล้ววันหนึ่งเราจะประสบความสำเร็จในเวทีใหญ่เอง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท