posttoday
บท(น่า)เรียน จากเบลเยียม...

บท(น่า)เรียน จากเบลเยียม...

15 กันยายน 2556

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีโอกาสได้ชมทีมชาติเบลเยียมลงฟาดเกือกในศึกฟุตบอลโลก 2014 รอบคัดเลือกโซนยุโรป ผลลัพธ์คืออึ้งกิมกี่เมื่อเห็นเหล่าบรรดาดาวรุ่งปีศาจแดง

โดย...มิวโกโตะ

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีโอกาสได้ชมทีมชาติเบลเยียมลงฟาดเกือกในศึกฟุตบอลโลก 2014 รอบคัดเลือกโซนยุโรป ผลลัพธ์คืออึ้งกิมกี่เมื่อเห็นเหล่าบรรดาดาวรุ่งปีศาจแดงแห่งยุโรปกระชากลากเลื้อยบุกทะลวงใส่คู่แข่ง กระทั่งได้รับชัยชนะอย่างสมศักดิ์ศรี และผงาดขึ้นแชมป์กลุ่มเอ จนเห็นตั๋วไปลุยเวิลด์คัพที่บราซิลอยู่รำไร

เมื่อได้ลองค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับเบลเยียมเพิ่มเติม กลับไปพบคัมภีร์ฉบับหนึ่งที่ยิ่งอ่านยิ่งทึ่ง ถึงแนวทางในการพัฒนาทีมลูกหนังของดินแดนวาฟเฟิล ซึ่งเบื้องหลังความสำเร็จครั้งนี้ ต้องแลกมาด้วยการยอมเสียสละและความอดทนมากมาย จนกระทั่งเริ่มสัมผัสได้ถึงอนาคตอันแสนหวาน ราวกับช็อกโกแลตอันเลื่องชื่อของประเทศ

บท(น่า)เรียน จากเบลเยียม...

 


ยักษ์หลับแดนวาฟเฟิล

ย้อนไปประมาณ 30 ปีที่แล้ว เบลเยียมคือทีมชั้นแนวหน้าของวงการลูกหนัง โดยปี 1980 พวกเขาเคยเป็นรองแชมป์ยุโรป รวมถึงคว้าอันดับ 4 ฟุตบอลโลกในปี 1986

ส่วนสตาร์ในยุคนั้น ได้แก่ เอริก เกเรตส์, แยน เกอเลมองส์, ฌองมารี พัฟฟ์, ฟรังซัวส์ ฟาน เดอร์ เอลส์ท และ เรเน ฟานเดอเรคเคน รวมถึงดาวรุ่งน่าจับตาอย่าง เอนโซ ชีโฟ, มาร์ก วิลมอตส์, ฟิลิปป์ อัลแบร์, มาร์ก เดอกรีส กับ มาร์ก เอ็มเมอร์ส แต่จู่ๆ เบลเยียมกลับเครื่องดับไปดื้อๆ สาเหตุน่าจะมาจากรักษามาตรฐานการเล่นไม่ได้

นับแต่นั้นพวกเขาไม่เคยเฉียดเข้ารอบสุดท้ายในทัวร์นาเมนต์ใหญ่ๆ ได้อีกเลย ยกเว้นยูโร 2000 ที่รับหน้าเสื่อเป็นเจ้าภาพร่วมกับเนเธอร์แลนด์ ซึ่งนั่นถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ

บท(น่า)เรียน จากเบลเยียม...

 


ดรีมโปรเจกต์วาระแห่งชาติ

หลังสิ้นยุค เวสลีย์ ซงค์, แบร์นด์ ไธจ์ส, เอมิล/เอ็มโบ เอ็มเพนซา รวมถึง บาร์ท กูร์ ช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 20 ทัพปีศาจแดงยุโรปก็แทบไม่ถูกจดจำอีกเลย เดือดร้อนจนสมาคมลูกหนังเบลเยียม ต้องระดมสมองเพื่อสังคายนาวงการฟุตบอล จนได้บทสรุปออกมาเป็นบิ๊กโปรเจกต์เพื่ออนาคต โดยมีการจัดประชุมวาระใหญ่แห่งชาติสำหรับฟุตบอลโดยเฉพาะ และผลงานชิ้นโบแดงคือการโน้มน้าวให้ทีมในลีกช่วยยกระดับทีมชาติ

นับแต่นั้นมาทีมในจูปิแลร์ ลีก (ลีกสูงสุดในประเทศ) ทั้งคลับ บรูช สตองดาร์ ลีแอช อันเดอร์เลชท์ หรือทีมต่างๆ ในลีก ต่างให้ความร่วมมือโดยการเปลี่ยนระบบทีมมาเป็น 433 เหมือนกัน รวมถึงนำเข้าแข้งต่างชาติน้อยลง และให้โอกาสดาวรุ่งได้มีเวทีแจ้งเกิดมากขึ้น จากนั้นไม่กี่ปีให้หลังนักเตะเบลเยียมก็เริ่มเป็นที่รู้จักในตลาดโลก

บท(น่า)เรียน จากเบลเยียม...

 


ฤดูเก็บเกี่ยวผลผลิต

10 ปีให้ผ่านไป ความอดทนและมุ่งมั่นตามรอยนโยบายอย่างมีวินัย เริ่มออกดอกออกผล แข้งเบลเยียมกลายเป็นสินค้าเกรดเอในตลาดโลกไปโดยปริยาย โดยเฉพาะเวทีพรีเมียร์ลีก อังกฤษ

หากใครยังไม่คุ้นและนึกภาพตามไม่ออก ลองอ่านรายชื่อดังต่อไปนี้ เผื่อฟุตบอลโลกครั้งต่อไปจะได้ลองหาทีมหน้าใหม่เชียร์ ธิเบาต์ คูร์กตัวส์ ยอดนายทวารดาวรุ่งจากเชลซีที่ไปโด่งดังกับ แอตเลติโก มาดริด ทางฝั่ง ลา ลีกา เก่งไม่เก่งไม่รู้ แต่เด็กหนุ่มคนนี้เคยซิวรางวัลซาโมรา โทรฟี (รางวัลสำหรับนายทวารที่มีสถิติเสียประตูน้อยที่สุดใน ลา ลีกาส่วน ซิมง มินโญเลต์ ผู้รักษาประตูป้ายแดงลิเวอร์พูล คือคนที่ถูกยกย่องมากในช่วง 12 ปีหลัง

มาดูแผงเกมรับอย่าง แวงซองต์ กอมปานี กัปตันทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี หัวใจสำคัญในแนวรับที่ช่วยให้ “เรือใบสีฟ้า” ผงาดคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้เป็นสมัยแรกในรอบ 44 ปี เช่นเดียวกับ โทมัส แฟร์มาเลน เซ็นเตอร์ฮาล์ฟอีกรายที่ก้าวขึ้นมาเป็นกัปตันทีมอาร์เซนอลคนใหม่ ขณะที่ แยน แฟร์ตองเกน (สเปอร์ส) และ โทบี อันแดร์ไวเรลด์ (อาแจกซ์) ปราการหลังเหล่านี้ล้วนแข็งแกร่งดั่งภูผาหิน จนกลายเป็นฝันร้ายแนวรุกทั่วโลก

บท(น่า)เรียน จากเบลเยียม...

 

ข้ามไปดูแผงกลางที่นำโดย เอเดน อาซาร์ อดีตดาวรุ่งยอดเยี่ยมลีกเอิงฝรั่งเศส 2 ปีซ้อน และ เกอว็อง เดอ บรุน ห้องเครื่องดาวรุ่งจากเชลซี ไหนจะมี อักเซิล วิตเซล (เซนิตฯ)

มุสซา แดมเบเล (สเปอร์ส) สตีเวน เดอฟูร์ (ปอร์โต) ดรีส แมร์เตนส์ (พีเอสวี) หรือ มารูยาน เฟลไลนี กองกลางป้ายแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่สำคัญแต่ละคนมีความหลากหลาย ทั้งคล่องแคล่ว รวดเร็ว เทคนิคสูง หรือรูปร่างสูงใหญ่ จึงสามารถเล่นได้หลากรูปแบบ

ขณะที่กองหน้า อาทิ เควิน มิราลาส ศูนย์หน้าจอมพลิ้ว กับ โรเมลู ลูคาคู ดาวยิงโป้งเดียวจอด ที่ได้จับคู่เฉพาะกิจ (รายหลังยืมมาจากเชลซี) ล่าตาข่ายให้เอฟเวอร์ตันคือตัวความหวังของปีศาจแดงแห่งยุโรป แถมยังมี คริสเตียส เบนเทเก หน้าเป้าประเภทถึกๆ ชนๆ จาก แอสตัน วิลลา คอยปะทะคู่แข่ง เบลเยียมจึงเป็นทีมที่ครบเครื่องชนิดเด็ดสะระตี่อย่างไม่ต้องสงสัย

“ผมภูมิใจในตัวผู้เล่นทุกคน ตัวเลือกของเรามากเสียจนนึกชื่อเกือบไม่หมดแล้ว ตอนนี้มีนักเตะเบลเยียมในพรีเมียร์ลีกเยอะแยะ เมื่อ 4 ปีก่อน ผมยังเป็นคนเดียวอยู่เลย จากนั้น เฟลไลนี และ แฟร์มาเลน ก็แข่งกันสร้างชื่อเสียงกันอย่างสนุก ตอนนี้เบลเยียมไม่ใช่มีแค่ช็อกโกแลต หรือวาฟเฟิลเท่านั้น ฟุตบอลกำลังจะเป็นสิ่งขึ้นชื่อของเรา ไม่เพียงเพราะคุณภาพของผู้เล่น แต่รวมถึงความหลากหลายของแต่ละคนด้วย” กอมปานี กล่าว

บท(น่า)เรียน จากเบลเยียม...

 

บททดสอบด่านสุดท้าย

แม้จะนำเป็นจ่าฝูงกลุ่มเอ ในบอลโลกรอบคัคเลือกโซนยุโรป ทั้งที่สายนี้มีทีมสุดหินอย่าง โครเอเชีย เซอร์เบีย สกอตแลนด์ มาซิโดเนีย และเวลส์ แต่ มาร์ก วิลมอตส์ กุนซือคนปัจจุบัน

รู้ดีว่านี่คือฉากหน้าที่สวยหรู ส่วนบททดสอบสำคัญอยู่ที่การรักษาตำแหน่งฝูงเพื่อซิวตั๋วไปลุยเวิลด์คัพรอบสุดท้าย รวมถึงการพิสูจน์ว่าทีมไม่ใช่หมูสนามจริง สิงห์สนามซ้อม เหมือนอย่างที่สเปนเคยถูกปรามาสก่อนจะเรืองอำนาจเฉกเช่นทุกวันนี้

“ผมมีภารกิจสำคัญในการพาทีมผ่านเข้าไปเล่นในศึกฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย รวมถึงศึกยูโรที่ฝรั่งเศส ซึ่งผมจะต้องทำให้ได้ด้วยขุมกำลังที่เปี่ยมไปด้วยนักเตะสายเลือดใหม่ ซึ่งถือว่าเป็นยุคทองของเราในตอนนี้ ผมมั่นใจว่าพวกเขาเหล่านั้นมีศักยภาพเพียงพอที่จะสร้างฝันของแฟนบอลให้เป็นจริงได้” ตำนานยุค 90 กล่าว


ตะกอนความคิด

สาเหตุที่หยิบยกวิวัฒนาการของทีมเบลเยียมมาฝาก เกิดจากความฝันที่อยากเห็นทีมชาติไทยได้ลืมตาอ้าปากกับเขาบ้าง จริงอยู่พื้นฐานประเทศเขาและเราไม่เหมือนกัน ฉะนั้นหากจะเลือกก๊อบปี้เส้นทางนี้ก็คงไม่มีใครการันตีความสำเร็จได้ แต่อย่างน้อยเราสามารถนำบทเรียนมาปรับใช้ได้ ทำนองเอาเยี่ยงแต่ไม่ได้เอาอย่างเขาทั้งหมด

สิ่งที่ควรยืมบทเรียนจากเบลเยียมมาประยุกต์ ประการแรก คือ วิสัยทัศน์ ไทยนิยมตั้งเป้าทีละทัวร์นาเมนต์ แต่เราแทบจะไม่เคยได้ยินผู้หลักผู้ใหญ่ในวงการพูดเลย ว่าอีก 10 ปีข้างหน้า ทีมช้างศึกควรยืนอยู่ตรงไหนในเวทีโลก

ถัดมาคือการเก็บเกี่ยวประโยชน์จากไทยลีก ซึ่งนับวันมันยิ่งดูสวนทาง ในขณะที่กระแสลีกบูมเริ่มพัฒนา ทำไมทีมชาติสาละวันเตี้ยลง??? ทั้งที่ควรสอดคล้องกัน สิ่งเหล่านี้มันมีคำตอบทั้งหมดแหละ อยู่ที่ว่าจะมีใครตั้งคำถามจริงจังหรือไม่

หลังวันที่ 17 ต.ค. สยามเมืองยิ้มจะได้นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยคนใหม่ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นขั้วใด ในฐานะแฟนบอลคนหนึ่งนั้น อยากเห็นแผนงานและการกำหนดทิศทางที่ถูกต้องมากกว่า ส่วนสิ่งที่ไม่อยากได้ยินเลย คือความฝันลมๆ ว่า “ไทยจะไปบอลโลก” อยากเปลี่ยนเป็นได้ยินว่า “ทำอย่างไรเราถึงไปบอลโลกได้” หรือวิธีพาไทยไต่อันดับฟีฟ่า (ไต่ขึ้นนะ อย่าไต่ลง) แค่นี้ก็คงพอใจแล้ว n

ท็อปเทนโลก

ความสำเร็จของทีมชาติเบลเยียม ไม่ได้เป็นเพียงนามธรรมอีกต่อไป ล่าสุดพวกเขาสามารถกระโดดขึ้นมารั้งอันดับ 6 ของโลกได้สำเร็จ จากการประกาศอันดับโลก โดยสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าเมื่อเดือน ส.ค. 2012 ทัพปีศาจแดงแห่งยุโรปยังอยู่อันดับ 53 อยู่เลย

10 อันดับฟีฟ่าประกาศ เมื่อวันที่ 12 ก.ย. 2556

บท(น่า)เรียน จากเบลเยียม...

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท