
เพิ่มพลังสมองลูกด้วย Mind Maps
พ่อแม่ทุกคนต่างหวังให้ลูกๆ เติบโตอย่างมีคุณภาพ และการกระตุ้นพัฒนาการของลูกตั้งแต่เยาว์วัยจึงเป็นสิ่งที่พ่อแม่ทุกคนต้องให้ความสำคัญ
โดย...วรธาร
เพิ่มพลังสมองลูกด้วย Mind Maps
พ่อแม่ทุกคนต่างหวังให้ลูกๆ เติบโตอย่างมีคุณภาพ และการกระตุ้นพัฒนาการของลูกตั้งแต่เยาว์วัยจึงเป็นสิ่งที่พ่อแม่ทุกคนต้องให้ความสำคัญโดยเฉพาะพัฒนาการด้านสมองเพราะเป็นรากฐานสำคัญช่วยให้ลูกเรียนรู้สิ่งต่างๆ ต่อไปในอนาคต
ช้างน้อย และ วิสทา กุญชร ณ อยุธยา เผยเคล็ดลับการเลี้ยงสองลูกสาวน่ารัก “น้องเอรา” และ “น้องไอยรินทร์” ว่า ได้นำเทคนิคแผนผังความคิด Mind Maps มาใช้ในการสอน เพื่อช่วยกระตุ้นการทำงานของสมองทั้งสองซีก โดยเชื่อมโยงสมองซีกซ้ายซึ่งเป็นเรื่องของตรรกะเข้ากับสมองซีกขวาซึ่งเป็นเรื่องของความคิดสร้างสรรค์
“คุณแม่จะเป็นคนนำมาประยุกต์ใช้กับลูกๆ อย่างการจัดกระเป๋านักเรียน คุณกี๋ก็จะวาดรูปกระเป๋านักเรียนไว้ตรงกลาง แล้วเชื่อมโยงออกมาว่าในกระเป๋านักเรียนต้องมีอะไรบ้าง และแต่ละสิ่งเอาไว้สำหรับทำอะไร เช่น สมุดพกที่คุณครูใช้ติดต่อพ่อแม่ กล่องนมสำหรับไว้รับประทาน หรือกระติกน้ำ การใช้เทคนิคแผนผังความคิดช่วยทำให้ลูกจำได้ว่าในกระเป๋านักเรียนต้องมีอะไรอยู่ข้างในบ้างและไม่ลืมของที่ต้องนำไปโรงเรียน ซึ่งเราจะติดแผนผังความคิดที่เกี่ยวข้องกับชีวิตความเป็นอยู่ของน้องตามมุมต่างๆ ในบ้าน เช่น ติดตรงที่เขาจัดกระเป๋า” คุณพ่อช้างน้อย บอกวิธีการ
ด้านแม่กี๋ เสริมว่า บางครั้งก็นำเทคนิคแผนผังความคิดมาประยุกต์ใช้ในการอธิบายเรื่องรอบตัวให้ลูกเข้าใจมากขึ้น เพราะเวลาที่ลูกได้เห็นภาพ สีสันจะตั้งใจฟังและเข้าใจเรื่องราวได้ดีกว่าการใช้คำพูดเพียงอย่างเดียว เช่น สอนลูกก่อนนอนต้องทำอะไร บ้างก็วาดออกมาเส้นที่ 1 กินนม เส้นที่ 2 แปรงฟัน เส้นที่ 3 ล้างมือ พร้อมอธิบายไว้ด้วยว่าเขาต้องทำสิ่งเหล่านี้เพื่ออะไร เพื่อเป็นการเตรียมตัวลูกก่อนล่วงหน้า
เนื่องจากลูกสาวทั้งสองยังอยู่ในวัยอ่านหนังสือไม่ค่อยเก่ง การสอนและการกระตุ้นการเรียนรู้ของลูกๆ จึงเน้นใช้รูปภาพ เช่น ในห้องลูกจะมีบอร์ดใหญ่ๆ ไม่มีเส้น แล้วแปะรูปต่างๆ กับคำกลอนไว้ พอถึงเวลาตนจะชี้ไปที่รูปนั้นๆ หมายถึงได้เวลาทำอันนั้น แล้วลูกก็จะรู้ว่าเป็นเวลาของอะไร และระหว่างที่ลูกกำลังทำสิ่งนั้นอยู่แล้วตนจะอ่านคำกลอน
“อย่างตรงที่แปรงฟันเราก็แปะไว้ แล้วเขียนว่าแปรงฟันอย่างน้อยวันละสองครั้ง ป้องกันยับยั้งแบคทีเรีย ถึงเขายังอ่านไม่ได้แต่สะดุดตาและเรียกให้เราอ่านให้ฟัง ทำให้เขาได้ฝึกการใช้ภาษาและการฟัง ที่สำคัญยังช่วยให้เข้าใจและปฏิบัติตามหน้าที่ที่เขาต้องทำด้วย แต่สิ่งที่ไม่ลืมคือจะพยายามสอนการบ้านหรืออธิบายเรื่องราวต่างๆ ให้ฟังด้วยตัวเอง พร้อมทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกันอยู่เสมอ”
เบี้ยแก้อาการเหงา
“ทำอะไรให้มันเกิดปีติ เช่น ทำอะไรให้สำเร็จก็มานั่งภูมิใจ อิ่มใจ ให้ขนลุกขนพอง ให้ออกอาการ เหมือนอย่างเจ๊กไปขายหมู พอขายหมดก็ผิวปากฮัมเพลง ถึงจะพายเรือในคลองคนเดียว เฝ้าเขียงอยู่คนเดียว ก็ไม่เหงา เพราะใจมีปีติที่ขายหมูหมด”
(พระพยอม กัลยาโณ)
หลักธรรมาพาอายุยืน
ในพระพุทธศาสนามีหลักธรรมที่ทำให้ผู้ประพฤติตามสม่ำเสมอมีอายุยืนยาวหลายหลักธรรม หนึ่งในนั้น คือ “อายุสสธรรม” ข้อปฏิบัติที่เกื้อกูลแก่อายุหรือส่งเสริมสุขภาพกายและใจ ลองพิจารณาและเอาไปใช้ดูครับ
1.สัปปายการี ทำสิ่งที่สบายๆ และเอื้อต่อชีวิต คือ ให้ร่างกายอยู่ในสภาพที่สบายและเกื้อกูลแก่สุขภาพ เช่น ทำงานในที่อากาศปลอดโปร่ง ไม่เครียดกับงาน นั่งสมาธิก่อนนอน หรือทำอะไรๆ ที่ชอบ เช่น ปลูกต้นไม้ รดน้ำต้นไม้ วาดรูป เป็นต้น
2.สัปปาเย มัตตัญญู รู้จักประมาณในสิ่งที่สบาย อย่าเหลิงอย่าหลงแต่ในความสบายจนไม่รู้จักคิดจักทำอะไร จนกลายเป็นคนเสพติดความสบายและขี้เกียจ
3.ปริณตโภชี พยายามบริโภคอาหารที่ย่อยง่ายอยู่เสมอ เช่น เนื้อปลา ไข่ขาว ผักผลไม้ต่างๆ หลีกเลี่ยงอาหารที่ย่อยยาก เช่น เนื้อแดง และอย่าลืมเคี้ยวให้ละเอียด
4.กาลจารี ใช้ชีวิตให้เหมาะสมในเรื่องเวลา เช่น รู้จักเวลา ทำถูกเวลา ทำเป็นเวลา ทำพอเหมาะแก่เวลา เป็นต้น ไม่เคร่งเครียดบังคับตัวเองมากเกินไป รู้จักจัดเวลาให้พอดี ไม่หักโหมเกินกำลัง
5.พรหมจารี ถือพรหมจรรย์ตามความเหมาะสม ถึงจะเป็นคฤหัสถ์ก็รู้จักควบคุมกามารมณ์ เว้นเมถุนบ้าง อย่าเคร่งเครียดเบียดตัวเองจนตกขอบ ปฏิบัติธรรมสม่ำเสมอ และหมั่นขัดเกลาจิตใจให้ความโลภ โกรธ และหลง เบาบางลง







