
ตีตั๋วหนัง... นั่งดูแฟชั่น แอล แฟชั่น ฟิล์ม เฟสติวัล 2013
จะเกิดอะไรขึ้น เมื่อโลกแห่งแฟชั่นและภาพยนตร์ จะรวมตัวกันจนกลายเป็นเทศกาลใหญ่ยักษ์ระดับสากล!!!
โดย...ตุลย์ จตุรภัทร
จะเกิดอะไรขึ้น เมื่อโลกแห่งแฟชั่นและภาพยนตร์ จะรวมตัวกันจนกลายเป็นเทศกาลใหญ่ยักษ์ระดับสากล!!!
ผมมิอาจกล่าวเกินจริงได้เลยว่า เทศกาลภาพยนตร์แฟชั่นจากนิตยสารแอล ประเทศไทย หรือเรียกกันอย่างเก๋ไก๋ว่า “แอล แฟชั่น ฟิล์ม เฟสติวัล 2013” ได้บังเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในเมืองไทยแล้ว (และอาจเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกๆ ของโลกด้วย) ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 10-15 ก.ย.นี้ ณ โรงภาพยนตร์เอสเอฟเอ็กซ์ ซีเนม่า ชั้น 6 ดิ เอ็มโพเรียม
หลังจากที่นิตยสารแอล ประเทศไทย (ที่กำลังเดินทางเข้าสู่ปีที่ 20) ประสบความสำเร็จกับการเป็นผู้จัดงานแฟชั่นโชว์ระดับประเทศอย่าง “แอล แฟชั่น วีก” การจัดงานในครั้งนี้ จึงเป็นปรากฏการณ์ใหม่ ที่มีความน่าสนใจไม่แพ้กัน และคนรักแฟชั่น ภาพยนตร์ และเทศกาล ต้องไม่พลาดด้วยประการทั้งปวง
“ด้วยความเชื่อที่ว่า นิตยสารแอล ประเทศไทย ไม่ใช่แค่นิตยสารแฟชั่นเล่มหนึ่ง แต่เรามีอิทธิพลต่อผู้หญิงไทยมากมายกว่านั้น”
น้ำ-สิริมน ณ นคร กรรมการผู้จัดการ บริษัท โพสต์ อินเตอร์เนชั่นแนล มีเดีย พูดถึงสิ่งที่มากกว่าความเป็นนิตยสาร ซึ่งนอกจากงานแอล แฟชั่น วีก เทศกาลภาพยนตร์แฟชั่นจากนิตยสารแอล ประเทศไทย จึงน่าจะเป็นอะไรที่มากกว่าแค่นิตยสารเล่มหนึ่งได้ไม่แพ้กัน
“ตอนที่เราทำแอล แฟชั่น วีก เราก็พยายามคิดมาตลอดว่า ยังมีอะไรอีกหนอที่เป็นสิ่งที่อยู่ในชีวิตของคน แล้วภาพยนตร์ก็แว่บเข้ามา เราคิดว่าภาพยนตร์คือหนึ่งในสิ่งที่อยู่ในชีวิตของผู้คนทุกยุคทุกสมัย อีกทั้งภาพยนตร์กับแฟชั่นหลีกเลี่ยงจากกันไม่ได้เลย เราเลยคิดว่า นี่เป็นโอกาสดีที่เราจะทำอะไรดีๆ สนุกๆ มันๆ และไม่กุ๊งกิ๊ง นี่จึงเป็นจุดกำเนิดของแอล แฟชั่น ฟิล์ม เฟสติวัล ค่ะ”
สิริมน เผยว่า นิตยสารแอล ประเทศไทย ได้ริเริ่มโครงการนี้ตั้งแต่ปีที่แล้ว โดยได้แนวร่วมจากทางแอล อินเตอร์เนชั่นนอล และเฟสติวัล ไดเรกเตอร์
“เราอยากได้ชื่อว่าเราเป็นผู้จัดทำแฟชั่น ฟิล์ม เฟสติวัล ที่ถูกต้อง เราจึงศึกษาแนวทางของฟิล์ม เฟสติวัล อย่างจริงจัง อีกทั้งเรายังได้เฟสติวัล ไดเรกเตอร์มาช่วยกันตีความว่า แฟชั่น ฟิล์ม เฟสติวัล ในครั้งนี้ มีความหมายว่าอะไร”
และการตีความในครั้งนั้น ก็ได้บทสรุปของนิยามความหมายของคำว่า แฟชั่น ฟิล์ม เฟสติวัล ไว้ว่า เป็นเทศกาลภาพยนตร์แฟชั่น ที่บอกเล่าถึงองค์ประกอบของแฟชั่นที่อยู่ในภาพยนตร์ ไม่ว่าจะเป็นอาร์ต ไดเรกชัน คนในวงการแฟชั่น เสื้อผ้าหน้าผมที่แสดงถึงความเป็นแฟชั่น หรือการถ่ายทอดเรื่องราวที่เกี่ยวกับแฟชั่น
“ที่สำคัญคือ ภาพยนตร์ที่เข้าร่วมเทศกาลในครั้งนี้ ต้องเป็นภาพยนตร์ที่ไม่ได้ฉายในโรงภาพยนตร์อย่างเป็นทางการ”
หลังจากที่นิตยสารแอล ประเทศไทย ได้รวบรวมภาพยนตร์แฟชั่นที่ยังไม่ได้ฉายในโรงภาพยนตร์อย่างเป็นทางการจากทั่วทุกมุมโลก รวมทั้งมีผู้เสนอรายชื่อภาพยนตร์แฟชั่นมาให้เลือก ทางทีมงานก็คัดเลือกภาพยนตร์แฟชั่นในรอบแรกมาได้ 30 เรื่อง
“หลังจากที่เราคัดเลือกภาพยนตร์แฟชั่นมาได้ 30 เรื่อง เราก็ได้เชิญกลุ่มคนที่มาจากสายแฟชั่น สายภาพยนตร์ และคนของนิตยสารแอล ประเทศไทย มาช่วยกันเลือกเรื่องที่ใช่และชอบ จนเหลือ 9 เรื่องสุดท้าย ที่ครบองค์ประกอบตามที่เรากล่าวมา”
สิริมน เผยว่า ภาพยนตร์ทั้ง 9 เรื่องนี้ อาจมีคนที่ได้ดูหนังแผ่นมาบ้างแล้ว แต่เธอเชื่อว่า การมาดูภาพยนตร์ในโรงภาพยนตร์ ผู้ชมจะได้ประสบการณ์พิเศษ อารมณ์ ความรู้สึก ภาพ เสียง ที่ไม่เหมือนการนั่งดูหนังแผ่นที่บ้านอย่างแน่นอน
“ถามว่าเราคาดหวังอะไรกับการจัดงานในครั้งนี้ เราคาดหวังอยากให้ตั๋วขายได้หมดนะ (หัวเราะ) พอเราได้มาทำงานฟิล์ม เฟสติวัล แล้ว ทำให้เราได้รู้ว่า การใช้เงินลงทุนที่มากมายมหาศาลอย่างนี้ ควรต้องได้รับผลตอบรับที่ดี ในแง่ของการที่มีคนมาร่วมดูให้ได้มากที่สุด”
นอกจากนี้ สิริมน ยังเผยถึงความคาดหวังอื่นๆ ไว้ว่า เธออยากให้มีผู้กำกับภาพยนตร์ไทยมาร่วมดูภาพยนตร์แฟชั่นในครั้งนี้ให้ได้มากที่สุด เพื่อเกิดแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ภาพยนตร์แฟชั่นในแนวทางของตัวเอง อันจะนำไปสู่การนำได้เป็นหนึ่งในแอล แฟชั่น ฟิล์ม เฟสติวัล ในปีต่อๆ ไป
“สำหรับใครที่สนใจภาพยนตร์แฟชั่นที่จัดฉายในโรงภาพยนตร์เอสเอฟเอ็กซ์ ซีเนม่า สามารถซื้อบัตรได้ที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์แอล แฟชั่น ฟิล์ม เฟสติวัล ชั้น 6 ดิ เอ็มโพเรียม ค่ะ ขอบอกว่าตอนนี้ตั๋วใกล้หมดแล้ว ยังไงก็ให้รีบจับจองนะคะ เพราะเราฉายภาพยนตร์เรื่องละ 1 รอบเท่านั้น และที่สำคัญคือเราฉายในโรงภาพยนตร์โรงเล็กที่มีที่นั่งไม่เกินสองร้อยที่นั่งเท่านั้น”
9 แรงบันดาลใจคนแฟชั่น & คนหนัง
10 ก.ย. เวลา 20.00 น.
ภาพยนตร์เรื่อง A Single Man : ภาพยนตร์โดย ทอม ฟอร์ด ดีไซเนอร์ชื่อดัง ที่ถ่ายทอดเรื่องราวของอาจารย์ชาวอังกฤษที่โศกเศร้าเสียใจอย่างหนัก กับการจากไปอย่างไม่มีวันกลับของคู่รัก
11 ก.ย. เวลา 20.00 น.
ภาพยนตร์เรื่อง Blancanieves : ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ดัดแปลงจากนิทานเรื่องสโนว์ไวท์ซึ่งมีความสวยงามโดดเด่นด้านคอสตูมเป็นพิเศษ อีกทั้งยังเป็นตัวแทนของสเปนในการเข้าชิงรางวัลออสการ์ สาขาภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยม ในปี 2012 อีกด้วย
12 ก.ย. เวลา 20.00 น.
ภาพยนตร์เรื่อง I Am Love : ภาพยนตร์ที่มีองค์ประกอบศิลป์ที่สวยงาม รวมถึงเสื้อผ้าสวยๆ ที่ออกแบบโดยดีไซเนอร์ชื่อดังชาวเบลเยียม ราฟ ซิมงค์ ที่นำเสนอเรื่องราวของครอบครัวเรซซี่ ที่กำลังจะต้องพบกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ซึ่งจะเปลี่ยนแปลงทุกอย่างในครอบครัวนี้ไปตลอดกาล
13 ก.ย. เวลา 20.00 น.
ภาพยนตร์เรื่อง L’amour Fou : ภาพยนตร์สารคดีที่บอกเล่าชีวิตของดีไซเนอร์ชื่อก้องโลก อีฟส์ แซงต์ ดรลองต์ (1936-2008) และความสัมพันธ์ระหว่างเขากับคู่รัก ปิแอร์ แบร์เจ โดยภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ภาพถ่ายและฟุตเทจ รวมทั้งการสัมภาษณ์เพื่อนของทั้งคู่มาประกอบการสัมภาษณ์ของแบร์เจด้วย
14 ก.ย. เวลา 14.00 น.
ภาพยนตร์เรื่อง Face : ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับทุนสร้างบางส่วนจากพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ ที่ได้บอกเล่าตำนานของเจ้าหญิงลาโซเม่ ด้วยวิธีการน้อยแต่มากโดยไฉ้หมิงเลี่ยง
14 ก.ย. เวลา 17.00 น.
ภาพยนตร์เรื่อง Color Me Love : ภาพยนตร์จีนที่ถ่ายทอดเรื่องราวของคนในวงการแฟชั่นระดับไฮเอนด์ในปักกิ่งที่สุดแสนจะแซ่บแซ๊บแซ่บ
14 ก.ย. เวลา 19.30 น.
ภาพยนตร์เรื่อง Coco Chanel and Igor Stravinsky : ภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างจากนวนิยายเรื่อง Coco&Igor โดย Chris Greenhalgh ที่แกะรอยความสัมพันธ์อันอื้อฉาวระหว่าง Coco chanel และ Igor Stravinsky ในกรุงปารีส เมื่อปี 1920 ซึ่งเป็นปีที่ชาแนลสร้างสรรค์น้ำหอม Chanel No.5
15 ก.ย. เวลา 15.00 น.
ภาพยนตร์เรื่อง Heartbeats : ภาพยนตร์โรแมนติก ดรามา จากแคนาดาเรื่องนี้ เป็นเรื่องราวรักสามเส้าระหว่างเพื่อนสนิท 1 หญิง 1 เกย์ และ 1 ชายหนุ่มคนกลางผู้ไม่รู้ตัวว่าตัวเองมีรสนิยมทางเพศแบบไหนกันแน่ ขอบอกว่าภาพยนตร์เรื่องนี้มีองค์ประกอบศิลป์ที่มีความโดดเด่นมาก
15 ก.ย. เวลา 18.00 น.
ภาพยนตร์เรื่อง Farewell My Queen : ภาพยนตร์เรื่องเยี่ยมที่ได้บอกเล่าความสัมพันธ์ลับๆ ของพระนางมารี อังตัวเนทท์ ในช่วงเริ่มต้นของการปฏิวัติฝรั่งเศส







