
บุคคลเปรียบด้วย มะม่วงและหม้อ 4 จำพวก
สวัสดีท่านผู้อ่านที่เคารพ MQ ได้นำความโดยย่อจากพระไตรปิฎก พระอภิธรรม คัมภีร์ปุคคลปัญญัติ ซึ่งเปรียบเทียบบุคคลหลายจำพวกมาคุยกัน อาทิตย์นี้ขอนำมาเล่าต่อ
สวัสดีท่านผู้อ่านที่เคารพ MQ ได้นำความโดยย่อจากพระไตรปิฎก พระอภิธรรม คัมภีร์ปุคคลปัญญัติ ซึ่งเปรียบเทียบบุคคลหลายจำพวกมาคุยกัน อาทิตย์นี้ขอนำมาเล่าต่อ
เรื่อง เปรียบบุคคลด้วยมะม่วง 4 ชนิด ดังนี้
บุคคลผู้เป็นเช่นมะม่วงดิบ แต่มีสีเป็นมะม่วงสุก
บุคคลผู้เป็นเช่นมะม่วงสุก แต่มีสีเป็นมะม่วงดิบ
บุคคลผู้เป็นเช่นมะม่วงดิบ แต่มีสีก็เป็นมะม่วงดิบ
บุคคลผู้เป็นเช่นมะม่วงสุก แต่มีสีก็เป็นมะม่วงสุก
บุคคลผู้เป็นเช่นมะม่วงดิบ แต่มีสีเป็นมะม่วงสุก
หมายถึงบุคคลที่ดูน่าเลื่อมใส ไม่ว่าจะเป็นการก้าวไปข้างหน้า ถอยหลังแลตรง เหลียวซ้ายแลขวา คู้เข้าเหยียดออก ทรงสังฆาฏิบาตรและจีวร น่าเลื่อมใส บุคคลนั้นไม่รู้ตามความเป็นจริงว่า นี้ทุกข์ นี้ทุกขสมุทัย นี้ทุกขนิโรธ นี้ทุกขนิโรธคามิมีปฏิปทา
บุคคลผู้เป็นเช่นมะม่วงสุก แต่มีสีเป็นมะม่วงดิบ
หมายถึงบุคคลที่ดูไม่น่าเลื่อมใส มีการก้าวไปข้างหน้า ถอยหลังแลตรง เหลียวซ้ายแลขวา คู้เข้าเหยียดออก ทรงสังฆาฏิบาตรและจีวร ไม่น่าเลื่อมใส บุคคลนั้นรู้ตามความเป็นจริงว่า นี้ทุกข์ นี้ทุกขสมุทัย นี้ทุกขนิโรธ นี้ทุกขนิโรธคามิมีปฏิปทา
บุคคลผู้เป็นเช่นมะม่วงดิบ แต่มีสีก็เป็นมะม่วงดิบ
หมายถึงบุคคลที่ดูไม่น่าเลื่อมใส มีการก้าวไปข้างหน้า ถอยหลังแลตรง เหลียวซ้ายแลขวา คู้เข้าเหยียดออก ทรงสังฆาฏิบาตรและจีวร ไม่น่าเลื่อมใส บุคคลนั้นไม่รู้ตามความเป็นจริงว่า นี้ทุกข์ นี้ทุกขสมุทัย นี้ทุกขนิโรธ นี้ทุกขนิโรธคามิมีปฏิปทา
บุคคลผู้เป็นเช่นมะม่วงสุก แต่มีสีก็เป็นมะม่วงสุก
หมายถึงบุคคลที่ดูน่าเลื่อมใส ไม่ว่าจะเป็นการก้าวไปข้างหน้า ถอยหลังแลตรง เหลียวซ้ายแลขวา คู้เข้าเหยียดออก ทรงสังฆาฏิบาตรและจีวร น่าเลื่อมใส บุคคลนั้นรู้ตามความเป็นจริงว่า นี้ทุกข์ นี้ทุกขสมุทัย นี้ทุกขนิโรธ นี้ทุกขนิโรธคามิมีปฏิปทา
การที่ท่านเปรียบกับมะม่วงนั้น เพราะเป็นการดูสีสันวรรณะภายนอก กับภาวะจริงๆ ว่าเป็นอย่างไร ภาวะที่ดิบนั้นก็คือ ปุถุชน ท่านเปรียบเหมือนมะม่วงดิบ ส่วนพระอริยะ เปรียบเหมือนมะม่วงสุก
เรื่อง เปรียบบุคคลด้วยหม้อ 4 ชนิด ดังนี้
บุคคลผู้ที่เป็นเช่นหม้อเปล่าปิด
บุคคลผู้ที่เป็นเช่นหม้อเต็มเปิด
บุคคลผู้ที่เป็นเช่นหม้อเปล่าเปิด
บุคคลผู้ที่เป็นเช่นหม้อเต็มปิด
บุคคลผู้ที่เป็นเช่นหม้อเปล่าปิด
หมายถึงบุคคลที่มีการก้าวไปข้างหน้า ถอยหลังแลตรง เหลียวซ้ายแลขวา คู้เข้าเหยียดออก ทรงสังฆาฏิบาตรและจีวร น่าเลื่อมใส บุคคลนั้นย่อมไม่รู้ตามความเป็นจริงว่า นี้ทุกข์ นี้ทุกขสมุทัย นี้ทุกขนิโรธ นี้ทุกขนิโรธคามิมีปฏิปทา
บุคคลผู้ที่เป็นเช่นหม้อเต็มเปิด
หมายถึงบุคคลที่มีการก้าวไปข้างหน้า ถอยหลังแลตรง เหลียวซ้ายแลขวา คู้เข้าเหยียดออก ทรงสังฆาฏิบาตรและจีวร ไม่น่าเลื่อมใส บุคคลนั้นรู้ตามความเป็นจริงว่า นี้ทุกข์ นี้ทุกขสมุทัย นี้ทุกขนิโรธ นี้ทุกขนิโรธคามิมีปฏิปทา
บุคคลผู้ที่เป็นเช่นหม้อเปล่าเปิด
หมายถึงบุคคลที่มีการก้าวไปข้างหน้า ถอยหลังแลตรง เหลียวซ้ายแลขวา คู้เข้าเหยียดออก ทรงสังฆาฏิบาตรและจีวร ไม่น่าเลื่อมใส บุคคลนั้นย่อมไม่รู้ตามความเป็นจริงว่า นี้ทุกข์ นี้ทุกขสมุทัย นี้ทุกขนิโรธ นี้ทุกขนิโรธคามิมีปฏิปทา
บุคคลผู้ที่เป็นเช่นหม้อเต็มปิด
หมายถึงบุคคลที่มีการก้าวไปข้างหน้า ถอยหลังแลตรง เหลียวซ้ายแลขวา คู้เข้าเหยียดออก ทรงสังฆาฏิบาตรและจีวร น่าเลื่อมใส บุคคลนั้นรู้ตามความเป็นจริงว่า นี้ทุกข์ นี้ทุกขสมุทัย นี้ทุกขนิโรธ นี้ทุกขนิโรธคามิมีปฏิปทา
บุคคลเปรียบเหมือนหม้อเปล่า เพราะเป็นบุคคลเปล่า คือ เว้นจากสาระ คือ คุณความดีอันมีในภายใน และชื่อว่าเป็นผู้ปิด เพราะความเป็นผู้งามในภายนอก ท่านจึงเปรียบไว้เช่นนี้
ดังนั้น เราควรเชื่อตามพระไตรปิฎก ด้วยว่าในโลกนี้บุคคลที่ดูดี ดูเป็นคนดี เรียบร้อย แต่ไม่ดีนั้นมีจริงในโลก คนบางคนภายนอกดูแล้วไม่เรียบร้อย แต่เป็นคนดีก็มี ดังนั้น ไม่ควรถือเอารูปลักษณ์รวมทั้งกิริยามารยาทเป็นประมาณ อย่าด่วนตัดสินคน ควรศึกษาให้รู้คุณธรรมอันแท้จริงของคนคนนั้นก่อนด้วย ...ก็จะไม่ถูกหลอกให้เสียใจภายหลัง...







