posttoday
สวยด้วยมีดหมอ ไทยเจ๋งกว่าเกาหลี

สวยด้วยมีดหมอ ไทยเจ๋งกว่าเกาหลี

07 กันยายน 2556

สวย หล่อ...ใครๆ ก็อยากทั้งนั้น แต่ทำยังไงได้ ตอนเกิดมามีต้นทุนไม่เท่ากัน ศัลยกรรมจึงเป็นทางเลือกให้ได้มาซึ่งหน้าตาดี

โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์/โสภาวดี ธเนตปราโมทย์

สวย หล่อ...ใครๆ ก็อยากทั้งนั้น แต่ทำยังไงได้ ตอนเกิดมามีต้นทุนไม่เท่ากัน ศัลยกรรมจึงเป็นทางเลือกให้ได้มาซึ่งหน้าตาดี

เมื่อพูดถึงศัลยกรรมยุคนี้ หลายคนอาจคิดว่าเกาหลีคือเจ้าพ่อวงการศัลยกรรมระดับโลก เพราะเชื่อว่าเป็นประเทศที่เชี่ยวชาญการทำศัลยกรรมระดับเซียน

สวยด้วยมีดหมอ ไทยเจ๋งกว่าเกาหลี

 

จริงๆ แล้วหมอศัลยกรรมฝีมือระดับพระกาฬที่บรรเลงมีดหมอสร้างสรรค์รูปลักษณ์ที่น่าพอใจ และมีชื่อเสียงกระฉ่อนโลกอยู่ไม่ไกลตัว คือหมอศัลยกรรมไทยนี่เองที่เก่งไม่แพ้เกาหลี ดีไม่ดีอาจเก่งกว่าด้วยซ้ำ เพราะหมอเกาหลียังต้องบินมาฝึกงานถึงไทย

นพ.สุพจน์ สัมฤทธิวณิชชา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลยันฮี โรงพยาบาลที่มีชื่อเสียงด้านการทำศัลยกรรม เล่าให้ฟังว่า โรงพยาบาลไทยมีชื่อเสียงการทำศัลยกรรมมา 20 ปีแล้ว ขณะที่เกาหลีใต้เพิ่งโด่งดังมากๆ 5 ปีที่ผ่านมา เพราะรัฐบาลเกาหลีใต้อนุญาตให้โฆษณาเรื่องทำศัลยกรรมได้ สนับสนุนเต็มที่ เพื่อส่งเสริมให้คนในประเทศมีบุคลิกภาพดีขึ้น ถือเป็นรูปแบบการรักษาจิตใจ เพิ่มความมั่นใจในการใช้ชีวิต ทำให้กล้าแสดงออกมากขึ้น

ขณะที่ไทยมีหมอที่เชี่ยวชาญทำศัลยกรรมมาก แต่ไม่สามารถโฆษณาได้มาก เพราะภาครัฐจำกัดด้านนี้

สวยด้วยมีดหมอ ไทยเจ๋งกว่าเกาหลี

 

หมอสุพจน์ ยืนยันว่า หมอไทยเก่งทำศัลยกรรมมากกว่าแน่นอน ขนาดที่ในอดีตคนเกาหลีใต้ต้องบินมาใช้บริการหมอไทย หรือแม้แต่หมอเกาหลีใต้เองยังต้องขอมาฝึกงานที่โรงพยาบาลยันฮี เพื่อเรียนรู้เทคนิคดีๆ กลับไปใช้ที่ประเทศตัวเอง

“ถ้าเปิดกว้างโฆษณาประชาสัมพันธ์การทำศัลยกรรมในไทยมากกว่านี้ เกาหลีใต้คงไม่ได้เกิดเรื่องศัลยกรรม เพราะหมอไทยชำนาญกว่า ฝีมือประณีตกว่า ประสบการณ์มากกว่า และที่สำคัญ ทำศัลยกรรมในไทยก็ราคาถูกกว่า” นพ.สุพจน์ กล่าว

เทรนด์ความงาม

หล่อสวยในแบบตัวเอง

สวยด้วยมีดหมอ ไทยเจ๋งกว่าเกาหลี

 

ในส่วนของแนวโน้มทำศัลยกรรมยุคนี้ คนไทยเปิดกว้างยอมรับมากขึ้นกว่าอดีต ความต้องการทำศัลยกรรมต่างจาก 510 ปีก่อน ที่คนไข้มักนำรูปนักแสดงที่ตัวเองชอบมาให้หมอช่วยศัลยกรรมให้ตัวเองมีบางส่วนบนใบหน้าคล้ายนักแสดงเหล่านี้ ซึ่งบางครั้งไม่เหมาะกับรูปหน้า เมื่อทำออกมาไม่เหมือนกับที่จินตนาการไว้ ก็จะทุกข์ใจ ผิดหวังกลับไป

ในยุคปัจจุบันคนไข้เน้นทำศัลยกรรมให้สวยและหล่อในแบบของตัวเองมากกว่า โดยให้หมอแนะนำการทำศัลยกรรมให้เหมาะกับสรีระตัวเอง

โรงพยาบาลยันฮีมีคนมาทำศัลยกรรมเพื่อความงามเฉลี่ยวันละ 300 ราย รวมแล้วทั้งปีมีผู้ทำศัลยกรรมเพื่อความงามไม่ต่ำกว่า 1 แสนคน เป็นคนไทย 80% ต่างชาติ 20%

กลุ่มที่นิยมทำศัลยกรรมมากที่สุด คือ วัยทำงาน อายุ 2040 ปี เพราะกลุ่มนี้เริ่มหาเงินได้ ต้องออกงานสังคมบ่อย จึงอยากสวยอยากหล่อมากเป็นพิเศษ การทำศัลยกรรมที่ต้องการมาก คือ เสริมหน้าอก ฉีดโบทอกซ์ ลดกราม ลดโหนกแก้ม

วัยอื่น เช่น วัยเรียน 18 ปีขึ้นไป นิยมมาเสริมจมูก ทำตา 2 ชั้น และจัดฟัน แม่บ้าน อายุ 30 ปีขึ้นไป นิยมใช้บริการศูนย์จุดซ่อนเร้น เพราะมีปัญหาจุดซ่อนเร้นไม่สวยงามหลังแต่งงานคลอดลูกแล้ว จึงต้องการทำให้สวยงาม นอกจากนี้ยังต้องการดูดไขมัน และตัดไขมันหน้าท้อง อีกกลุ่มคือผู้สูงอายุ 50 ปีขึ้นไป นิยมดึงหน้า และตัดไขมันหน้าท้อง

สวยด้วยมีดหมอ ไทยเจ๋งกว่าเกาหลี

 

ศัลยกรรมท็อปฮิต

ปรับรูปหน้าเสริมอก

หมอสุพจน์ เล่าว่า โรงพยาบาลจะนำเทคโนโลยีทำศัลยกรรมใหม่ๆ เข้ามาต่อเนื่อง เฉลี่ยแล้วลงทุนเทคโนโลยีปีละ 100 ล้านบาท ซึ่งเทคโนโลยีที่ดีขึ้น มีผลทำให้คนไข้มั่นใจทำศัลยกรรมที่ต้องผ่าตัดลึกมากขึ้น

เทคโนโลยีการศัลยกรรมใหม่ที่ได้รับความสนใจจากคนไข้ ได้แก่ การตัดกราม เลื่อนกราม ให้ใบหน้าดูเรียวและหน้าไม่หักงอ ตัดหรือลดโหนกแก้มให้หน้าดูอ่อนหวานขึ้น เสริมก้น เสริมหน้าอกเป็นรูปหยดน้ำ เทคโนโลยีล่าสุดที่สาวๆ สนใจมาก คือ ตกแต่งอวัยวะเพศหญิงให้สวยงาม

เทคโนโลยีใหม่ที่โรงพยาบาลสนใจนำเข้ามาในอนาคต คือ การผ่าตัดศัลยกรรมด้วยเลเซอร์ เพื่อให้แผลไม่มาก และแผลหายเร็วขึ้น

สำหรับการทำศัลยกรรมแปลกใหม่อื่นที่คนไข้ร้องขอ ได้แก่ ตัดลูกกระเดือก เปลี่ยนเสียงจากผู้หญิงเป็นผู้ชาย ไปจนถึงแปลงเพศจากผู้หญิงเป็นผู้ชาย ถือเป็นการทำศัลยกรรมที่โรงพยาบาลยันฮีภูมิใจมาก เนื่องจากเป็นโรงพยาบาลเดียวในเอเชียที่แปลงเพศหญิงเป็นชายได้ โดยทำมาแล้ว 10 ปี

หมอสุพจน์ แนะนำผู้ที่คิดอยากทำศัลยกรรมว่า ก่อนทำควรพิจารณาหลายเรื่องประกอบ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตามมา โดยเฉพาะปัญหาจากการทำศัลยกรรมในคลินิกเถื่อน

เริ่มต้นจากการดูสถานที่ทำศัลยกรรม ว่าเป็นแบบถาวรหรือชั่วคราว ถ้าเป็นคอนโดมิเนียม อพาร์ตเมนต์ หรือโรงแรม กลุ่มคนรับทำศัลยกรรมเหล่านี้ย้ายหนีได้ตลอดเวลา หากไปทำศัลยกรรมแล้วมีปัญหา จะไม่สามารถติดตามแก้ไขได้ ถ้าเป็นไปได้ควรเลือกทำศัลยกรรมที่โรงพยาบาล เพราะมีที่ตั้งแน่นอน หากมีข้อผิดพลาด โรงพยาบาลก็ย้ายหนีไม่ได้

สิ่งต่อมาที่ต้องดู คือ สถานที่ทำศัลยกรรมสะอาด ปลอดภัยแค่ไหน ดูมาตรฐานสถานที่ว่าได้รับการรับรองมาตรฐานระดับชาติ ระดับสากลหรือไม่ เมื่อพิจารณาเรียบร้อยแล้ว ให้ดูที่หมอต่อ ว่าชื่ออะไร จบด้านไหนมา จบเฉพาะทางด้านที่ใช้บริการหรือไม่ ที่สำคัญควรดูว่าเป็นสมาชิกสมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งแห่งประเทศไทยหรือไม่ เพราะหมอที่เป็นสมาชิกสมาคมนี้ได้ ต้องจบเฉพาะทางด้านนี้ ถือเป็นการรับรองวิชาชีพว่าเรียนมาจริง

สุดท้ายดูเรื่องราคา ไม่ถูกเกินไป หรือแพงจนน่าตกใจ เพราะอาจถูกหลอกได้ คนมักคิดว่าทำศัลยกรรมราคาแพงไม่เจอของปลอม ของเถื่อนแน่นอน แต่จริงๆ แล้วอาจเป็นการหลอกฟันกำไรมากๆ ก็ได้

สวยด้วยมีดหมอ ไทยเจ๋งกว่าเกาหลี

 

หล่อสวยสไตล์เกาหลี

หมอไทยฝีมือเจ๋ง

หากพูดถึงหมอศัลยกรรมที่มีชื่อเสียงในแวดวงความงามสไตล์เกาหลี คงไม่ต้องเดินทางไปถึงเกาหลี เพราะเมืองไทยมีหมอมือหนึ่งของวงการนี้อยู่แล้ว เขาคือ นพ.พุฒิพงศ์ ภูมิสุวรรณ หมอแห่งศูนย์นวัตกรรมความงามกรุงเทพ (AIC) ปัจจุบันเป็นผู้อำนวยการสมาคมแพทย์เกาหลี และผู้อำนวยการนานาชาติ สมาคมแพทย์เกาหลีเพื่อศัลยกรรมความงามและเลเซอร์

เขาเป็นหมอไทยคนแรกที่ได้รับโล่เกียรติบัตรชื่นชมจากรัฐบาลเกาหลีใต้ ที่สร้างชื่อเสียงและประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมความงามของเกาหลีใต้

หมอพุฒิพงศ์ หรือหมอบอย เป็นผู้เชี่ยวชาญความงามด้านฟิลเลอร์ ร้อยไหม ที่นำนวัตกรรมการฉีดฟิลเลอร์ด้วยเข็มทู่เข้ามาใช้ในประเทศไทย เข็มทู่เป็นเข็มที่ฉีดลงลึกกว่าชั้นไขมันใต้ผิวหนังฉีดไปถึงกระดูก วิธีการนี้เป็นการรักษาแบบกึ่งศัลยกรรม ข้อดีคือ คนไข้ไม่ต้องเสี่ยงกับการผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น

หมอบอย บอกว่า ธุรกิจความงามและชะลอวัยที่จะอยู่รอด ไม่ใช่การแข่งขันตัดราคา แต่ทางรอดอยู่ที่การใช้นวัตกรรมใหม่เข้ามาช่วย เป็นจุดขายที่ต้องมีความเด่น สร้างความแตกต่าง ซึ่งแนวโน้มคลินิกสมัยใหม่จะใช้เครื่องมือน้อยลง แต่ใช้ฝีมือแพทย์มากขึ้น แข่งขันกันที่ฝีมือแพทย์

สำหรับที่ AIC เป็นศูนย์นวัตกรรมความงามระดับบนที่ต้อง “จ่ายแพงกว่า” ด้วยเหตุผลเดียว คือ นวัตกรรมที่มีให้ลูกค้า ถ้าเป็นสถานความงามอื่นคนไข้ฉีดฟิลเลอร์ 1 หลอด ราคาตลาด 12 หมื่นบาท แต่ของ AIC คิด 3 หมื่นบาท

ที่ได้รับความนิยม คือ การร้อยไหม คลินิกทั่วไปคนไข้จ่าย 3 หมื่นบาท แต่ที่ AIC แพงกว่าระยับไปถึงหลักแสนบาทขึ้นไป ไหมที่ร้อยเข้าไปแต่ละชนิดแตกต่างกันตามจุดต่างๆ บนใบหน้า เช่น ไหมใต้ตา ไหมร่องแก้ม ไหมร้อยเหนียง หรือกรอบหน้า ซึ่งได้ผลดีกว่าการใช้ไหมประเภทเดียวทั่วใบหน้า

ด้วยราคาที่ต้องจ่ายแพงกว่า คนไข้หมอบอยส่วนใหญ่จึงเป็นเจ้าของกิจการ ไฮโซ ผู้บริหาร และนักธุรกิจ และจะเป็นคนไข้ที่มาทำต่อเนื่องกว่า 90% ของคอร์สแต่ละคอร์ส เน้นให้บริการด้วยนวัตกรรมใหม่ๆ ที่ได้ผลจริง ไม่มีการใช้ดารานักแสดงหรือเซเลบมาโฆษณาขายฝัน หลอกลวงให้คนเข้าใจผิด

หน้าเอเชียผสมยุโรป

เทรนด์สวยแบบเกาหลี

หมอบอย บอกอีกว่า ความงามสไตล์เกาหลีในตลาดล่างเริ่มปรับเปลี่ยนจากเทรนด์หน้าเรียวแหลมรูปตัววี

สำหรับตลาดบน หน้าต้องมีมิติ มีแนวกรอบให้เห็น คือ มีแนวกรามหน้า จึงมีการนำเทรนด์ใหม่ที่ผสมผสานระหว่างตะวันตกและตะวันออก หรือฝรั่งกับเอเชียมาใช้ ซึ่งเป็นการปรับโครงหน้าให้เรียวแบบเอเชีย แต่มีกรอบกรามแบบฝรั่ง เป็นเทรนด์ใหม่ที่มาแรงขณะนี้

การรักษาแบบกึ่งศัลยกรรมจะเป็นพระเอกของการรักษาเพื่อความงามและการชะลอวัยแห่งอนาคต ซึ่งแนวโน้มการรักษาแบบนี้เริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้นในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และแพร่กระจายไปแถบตะวันออกกลางและรัสเซียแล้ว ความนิยมในการผ่าตัดศัลยกรรมจะลดลง

การชะลอวัยด้วยการฉีดฟิลเลอร์ทำครั้งเดียวจบ ภายใน 23 ชั่วโมง ความสวยจะบรรเจิด โครงหน้าจะเปลี่ยนภายใน 2 เดือน ซึ่งการทำต้องมีจุดหยุด ต้องมีศิลปะ เพราะถ้าทำมากไปจะดูไม่ดี

ทั้งนี้ การชะลอวัยด้วยวิธีดังกล่าวจะไม่เสี่ยง เพราะไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีแผลเป็น ไม่เป็นอันตรายสำหรับผู้สูงอายุที่เป็นความดัน

จะเห็นได้ว่าฝีไม้ลายมือหมอไทยในเรื่องศัลยกรรมความงามนั้น ไม่ได้น้อยหน้าไปกว่าหมอเกาหลีที่ว่าเด่นดังเลยแม้แต่น้อย เพียงแต่การสนับสนุนของภาครัฐที่แตกต่างกัน ทำให้ภาพลักษณ์ของศัลยกรรมในเกาหลีอยู่ในระดับสากลไปแล้วในเวลานี้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท