posttoday
เหตุผลที่ต้องพัฒนาตัวเองในการทำงาน

เหตุผลที่ต้องพัฒนาตัวเองในการทำงาน

26 เมษายน 2553

.....เกรียงศักดิ์ นิรัติพัฒนะศัย 

.....เกรียงศักดิ์ นิรัติพัฒนะศัย 

“คุณเกรียงศักดิ์ สำนักงานใหญ่ในสหรัฐต้องการให้ผมคุยกับผู้จัดการทั้งหมด เพื่อทำแผนการพัฒนาตนเองรายบุคคล ผมควรเริ่มอย่างไรดี” ชำนาญ ถาม

 

“ขั้นตอนเป็นอย่างไรครับ” ผมถามกลับ

 

“ยังไม่มีขั้นตอน เพราะเราเพิ่งถูกควบรวม ทำให้ไม่มีวิธีการที่ชัดเจนจากสำนักงานใหญ่” ชำนาญตอบ

 

“ถ้าอย่างนั้นผมจะแชร์สิ่งที่ผมมีประสบการณ์ให้ฟังครับ แผนการพัฒนาตนเองเป็นกระบวนการที่ผู้จัดการพบและพูดคุยกับลูกน้องแต่ละคนเพื่อวางแผนสำหรับความก้าวหน้าในอาชีพ ซึ่งมักประกอบไปด้วยการประเมินผลงานที่ผ่านมา ความใฝ่ฝันในหน้าที่การงาน ทักษะที่ต้องพัฒนา และแผนในการพัฒนาจุดเหล่านั้น ทั้งหมดนี้เป็นขั้นตอนที่ต่อเนื่องไม่จบในวันเดียว”

“เหตุผลที่ต้องทำแผนการพัฒนาตนเองคืออะไรครับ”

“องค์กรส่วนมากต้องเติบโตผ่านการขยายขีดความสามารถของบุคลากร เราทุกคนไม่สามารถอยู่นิ่งได้ นี่เป็นสาเหตุที่เราต้องพัฒนาบุคลากรตลอดเวลา”

“ช่วยยกตัวอย่างของเรื่องที่จะพูดคุยเพื่อเริ่มต้นวางแผนการพัฒนาตนเองหน่อยครับ”

“ ผมขอยกตัวอย่างลูกค้าชื่อคุณสมชายเมื่อเขาเป็นรองประธานกรรมการฝ่ายขาย ซึ่งรายงานตรงต่อผู้จัดการทั่วไป (GM) พวกเขาได้หารือกันเรื่องความก้าวหน้าในอาชีพของเขา ในขณะนั้นสมชายอายุ 35 เขาบอก GM ว่าเมื่อเขาอายุ 40 เขาต้องการที่จะดำรงตำแหน่ง GMแล้วพวกเขาก็พูดคุยกันในรายละเอียด

สมชายเก่งเรื่องการสื่อสาร การวางแผนกลยุทธ์ การบริหารคน การเจรจาต่อรองและการบริหารความเปลี่ยนแปลง

แล้ว GM ก็บอกสมชายว่า ถ้าต้องการจะเป็น GM ที่ประสบความสำเร็จเขาจะต้องมีทักษะข้างต้น รวมไปถึงการบริหารการเงิน และการบริหารฝ่ายปฏิบัติการ แล้วยังเน้นว่าทักษะการเจรจาต่อรองและการบริหารความเปลี่ยนแปลงของเขายังไม่แข็งพอ จึงควรต้องพัฒนาเป็นพิเศษ จากนั้นพวกเขาก็แลกเปลี่ยนกันว่าจะต้องทำอย่างไรเพื่อพัฒนาสองส่วนนี้”

“แผนที่ได้ออกมามีลักษณะเป็นอย่างไรครับ”

“สมชายผ่านการอบรมเรื่องการเจรจาต่อรองแล้วสองรอบ ทำให้เขาทราบทฤษฎี แนวคิด และตระหนักถึงความสำคัญของการต่อรอง แต่เขาก็รู้ว่าการเจรจาต่อรองไม่ใช่จุดแข็งของเขา เขายังคงประนีประนอมอยู่มากโดยเฉพาะกับคนในบริษัท มากถึงขนาดที่ลูกน้องมองว่าเขาอ่อนแอในการทำงานร่วมกับ VP ท่านอื่นๆ สมชายจึงบอกความกังวลใจนี้กับ GM”

“แล้ว GM ทำอย่างไร”

“เขาคุยกับสมชายว่า สิ่งที่ต้องทำก็คือการฝึกฝนจากนั้น GM โค้ชเขา โดยจัดฉากแสดงบทบาทที่เกิดขึ้นจริงในที่ทำงาน เช่น ทีมขายขอลดราคาสินค้ากับสมชายเพื่อหวังเพิ่มส่วนแบ่งตลาด ทำให้เขาต้องเข้าหา GM เพื่อขออนุมัติ แทนที่ GM จะปฏิเสธสมชาย เขาบอกสมชายว่า คุณต้องฝึกต่อรองกับคนในทีมของคุณ เพราะวันหนึ่งหากคุณอยู่ในตำแหน่ง GM ทุกคนจะเดินเข้ามาหาคุณเพื่อขอนั่นนี่ตลอดเวลา ถ้าคุณไม่สามารถรับมือได้ คุณก็ไม่สามารถอยู่ในตำแหน่งนี้ได้นาน”

“แล้วทักษะการบริหารความเปลี่ยนแปลงล่ะครับ” ชำนาญถามต่อ

 

“GM ส่งเขาเข้าอบรม หลังจากอบรมมาแล้วก็มอบหมายให้เขานำโครงการเพื่อแบ่งเขตการขายใหม่ ทำให้เขามีโอกาสได้ฝึกทักษะที่เรียนมา”

“ตอนนี้ผมได้แนวคิดที่จะไปทำแผนการพัฒนาตัวเองกับทีมของผมแล้ว มันเป็นกระบวนการที่ดีสำหรับคนที่ต้องการความเจริญก้าวหน้าพวกเขาอยากทำเพื่อเติมเต็มความฝัน แล้วสำหรับคนที่พอใจกับสภาพปัจจุบันล่ะ พวกเขาสบายกับความเคยชิน ผมรู้ว่าบางคนก็ไม่มีความทะเยอทะยานไม่ต้องการที่จะพัฒนาเพิ่มเติม เขามีความสามารถในสิ่งที่ทำในปัจจุบัน ไม่อยากที่จะเติบโตต่อไปในองค์กรแล้วพวกเขาจะทำแผนการพัฒนาตนเองไปเพื่ออะไร”

“ผมว่านั่นเป็นการเข้าใจผิด สำหรับคนที่คิดว่าต้องมีความทะเยอทะยานจึงต้องทำแผนการพัฒนาตนเอง แต่ในขณะนี้พวกเราส่วนใหญ่เป็นคนทำงานที่ใช้ความรู้เป็นหลัก เราได้รับค่าจ้างแลกกับการใช้ความรู้ไม่ใช่แรงงาน แล้วโลกก็เปลี่ยนแปลงไปทุกวันๆ ลองคิดดูสิว่าถ้าคุณยังคงใช้เครื่องพิมพ์ดีดแทนที่จะใช้คอมพิวเตอร์ หรือยังคงใช้เป็นแต่เครื่องแฟกซ์แต่ใช้อีเมลไม่เป็น คุณคิดว่าจะยืนอยู่ตรงไหน การพัฒนาตนเองเป็นเรื่องที่ต้องทำ ไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป”

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท