‘บาลานซิ่ง บรา’ เติมเต็มสตรีผู้สูญเสียเต้านม
ปัจจุบัน “มะเร็งเต้านม” กลายเป็นสาเหตุการเสียชีวิตของสตรีไทยเป็นอันดับ 1 สถิติเปิดเผยโดย นพ.ธีรวุฒิ คูหะเปรมะ ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ
โดย...วราภรณ์ ภาพ : วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี
ปัจจุบัน “มะเร็งเต้านม” กลายเป็นสาเหตุการเสียชีวิตของสตรีไทยเป็นอันดับ 1 สถิติเปิดเผยโดย นพ.ธีรวุฒิ คูหะเปรมะ ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ ว่า สถานการณ์โรคมะเร็งเต้านมของประเทศไทยในปัจจุบันพบว่า ผู้หญิงไทย 1 แสนคน เป็นมะเร็งเต้านม 2025 คน โดยพบผู้ป่วยมะเร็งเต้านมปีละ 1.3 หมื่นคน เสียชีวิตปีละ 4,600 คน ที่น่าวิตกคือยังพบในผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 40 ปีถึง 33.4 เปอร์เซ็นต์ โดยปัจจัยกลุ่มเสี่ยงมีทั้งผู้ที่มีอายุมากขึ้น กรรมพันธุ์ ความอ้วน ความเครียด การได้รับสารก่อมะเร็งในชีวิตประจำวัน และขาดการออกกำลังกาย
‘บรารุ่นพิเศษ’ เพื่อผู้ป่วยมะเร็งเต้านม
เมื่อสถานการณ์มะเร็งเต้านมทวีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ หลายหน่วยงานได้ร่วมใจกันช่วยเยียวยาจิตใจของผู้ที่หายป่วย อาทิ ผลิตภัณฑ์ชุดชั้นในวาโก้ โดยบริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล ได้จัดทำบรารุ่นพิเศษ “บาลานซิ่ง บรา” และพัฒนาต่อเนื่อง เพื่อเติมเต็มให้สตรีผู้สูญเสียเต้านมมานานกว่า 28 ปี เนื่องจากได้เห็นถึงความสำคัญในการฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจสตรี หลังสูญเสียเต้านมจากมะเร็งเต้านม
“บาลานซิ่ง บรา” และเต้านมเทียมจะออกแบบและผลิตให้มีคุณภาพใกล้เคียงกับของจริงมากที่สุด ทั้งขนาด น้ำหนัก และการสัมผัส ซึ่งคิดและออกแบบโดยคนไทย ที่เหมาะสมกับสภาพอากาศเมืองไทยมากกว่าซิลิโคนที่คิดค้นในต่างประเทศ เมื่อไม่นานมานี้ บริษัทวาโก้ได้เปิดโรงงานให้สื่อมวลชนได้ชมขั้นตอนการผลิตบาลานซิ่ง บรา และเต้านมเทียม เป็นครั้งแรก
“เราเข้าร่วมโครงการวาโก้โบว์ชมพู สู้มะเร็งเต้านม มานานกว่า 13 ปี เพราะวาโก้อยากสร้างสรรค์สิ่งมีคุณค่ากลับสู่สังคม เราประกอบธุรกิจชุดชั้นใน เราควรจะจัดทำโครงการส่งเสริมสุขภาพชีวิตให้ดีขึ้น จากตอนแรกเริ่มโครงการ สถิติผู้ป่วยมะเร็งเต้านมเป็นอันดับสองรองจากปากมดลูก 2-3 ปี ผ่านมา แต่ปัจจุบันกลายเป็นอันดับหนึ่งภัยร้ายที่คร่าชีวิตผู้หญิง เราจึงรณรงค์ให้ผู้หญิงตระหนักถึงภัยและทำให้ตัวเองห่างไกลจากโรคนี้ ถ้าเราตรวจพบเนิ่นๆ ก็รอดพ้น โดยควรตรวจด้วยเครื่องแมมโมแกรมทุก 6 เดือน โดยควรไปตรวจก่อนอายุ 40 ถ้าตรวจเจอระยะเริ่มแรกก็มีโอกาสรักษาให้หายได้” วรรณี ตันตระเศรษฐี ผู้จัดการโครงการวาโก้โบว์ชมพู สู้มะเร็งเต้านม กล่าว
‘บาลานซิ่ง บรา’ ช่วยป้องกันกระดูกสันหลังคดงอ
“ใครรู้บ้างว่าสุภาพสตรีที่ถูกตัดเต้านมไปข้างหนึ่ง สิ่งที่เกิดตามมาคือ ความสูญเสียความสมดุลของร่างกาย ซึ่งมีผลต่อทั้งการยืน กระดูกสันหลังคดงอจากเหตุน้ำหนักหน้าอกไม่เท่ากัน แต่ข้อดีของบาลานซิ่ง บรา จะเข้ามาช่วยให้สรีระร่างกายเกิดความสมดุล” ธรรมรัตน์ โชควัฒนา กรรมการผู้ช่วยผู้อำนวยการ บริษัท ไอ.ซี.ซี.ฯ บอก และเล่าต่อถึงสาเหตุที่บริษัทจัดออกแบบบราสำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็งขึ้น เนื่องจากวาโก้เป็นสินค้าสำหรับดูแลทรวงอก หากมีอะไรที่มาทำร้ายทรวงอกผู้หญิง วาโก้ขอดูแล
“ในฐานะผู้ชาย ผมคิดว่าผู้หญิงหากใส่บราที่ช่วยทำให้เขารู้สึกไม่แตกต่าง จะช่วยเรียกความมั่นใจกลับมาได้ สามารถสวมเสื้อผ้าออกไปข้างนอกได้ปกติ ผู้หญิงเป็นเพศที่ควรมีสรีระที่สวยงาม มีส่วนโค้งส่วนเว้าปฏิเสธไม่ได้ว่าจำเป็นจริงๆ ผมคิดว่าคนที่เป็นมะเร็งเต้านมถือว่าโชคร้ายแล้ว แต่บางคนไม่มีชุดชั้นในใส่ เพราะไม่มีทุนทรัพย์ เราช่วยได้ โดยเข้าไปเขียนประวัติที่เคาน์เตอร์วาโก้ เราจะมอบให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย”
วิวัฒนาการ ‘บาลานซิ่ง บรา’
การทำให้เต้านมเมื่อถูกผ่าตัดไปแล้ว จะทำให้สมดุลกับอีกข้างเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน ไม่ใช่ว่าหน้าอกข้างหนึ่งหายไป จะหยิบชุดชั้นในปกติ แล้วนำวัสดุนุ่มๆ มายัดให้เป็นทรงแค่นั้นไม่ใช่ เพราะทั้งน้ำหนักและขนาดล้วนมีผลต่อการทรงตัวและสร้างความสมดุลให้กับร่างกายทั้งสิ้น
สมจิตร์ เนติธรรมากร วาโก้ บอดี้ คลินิก ผู้เชี่ยวชาญด้านชุดชั้นใน บริษัท ไทยวาโก้ ที่คลุกคลีมากับการพัฒนาชุดชั้นในรุ่นพิเศษเล่าว่า ตั้งแต่ 28 ปีที่แล้วที่วาโก้มีคลินิกบราเพื่อให้คำปรึกษาเรื่อง “เต้านมเทียม” กับ “บาลานซิ่ง บรา” มีสุภาพสตรีเข้ามาใช้บริการมากมาย ซึ่งบาลานซิ่ง บรา กว่าจะออกแบบและผลิตให้เหมาะกับสรีระ น้ำหนักเต้านมของผู้หญิงต้องใช้วิวัฒนาการมาอย่างต่อเนื่องผ่านการวิจัย โดยเป็นการทำงานร่วมกับช่างผู้ตัดเย็บชุดชั้นในกับคุณหมอและพยาบาลเพื่อคำนวณและตัดเย็บหา “เต้านมเทียม” ให้มีขนาดและน้ำหนักใกล้เคียงกับข้างที่เหลืออยู่
“ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมส่วนใหญ่แพทย์จะทำการผ่าตัดด้วยกัน 3 ตำแหน่ง เช่น ถูกตัดถึงต่อมน้ำเหลือง และทั้งเต้านม อาจมีบาดแผลเล็กหรือใหญ่ ผู้หญิงจะสูญเสียการทำงานของแขน ต้องบริหารเพื่อไม่ให้แผลยึดติด เราต้องสร้างชุดชั้นในที่ใส่แล้วไม่รบกวนกับบริเวณแผลที่ผ่าตัด คุณหมอให้ความรู้เราว่า ผู้หญิงที่เต้านมหายไปจะสูญเสียการทรงตัว เช่น ผู้หญิงคัพซี ดี หรืออี หากหน้าอกหายไปข้างหนึ่งจะยืนไหล่เอียง ถ้ายังไม่หาชุดชั้นในมาเสริมความสมดุลไม่ได้ก็จะมีปัญหา ปวดหลัง ปวดไหล่ การทรงตัวจะยิ่งแย่ไปใหญ่หากอายุมากๆ แล้วไม่ดูแล ผู้หญิงหลายคนบอกดิฉันว่า บาลานซิ่ง บรา เหมือนทำให้เธอเกิดใหม่ ทำให้เธอกลับมาเป็นผู้หญิงได้อีกครั้ง”
“บาลานซิ่ง บรา” ผ่านการตัดเย็บจากผู้เชี่ยวชาญ ได้มาตรฐานในทุกขั้นตอน โดยเต้านมเทียมมีคัพไซส์ที่หลากหลายให้เลือก ตั้งแต่คัพเออี รวม 11 ขนาด เพื่อให้ลูกค้าสามารถเลือกได้ตามสัดส่วน เต้านมเทียมได้รับการออกแบบจากเต้านมจริงของสตรี มีลักษณะเป็นรูปหยดน้ำแนวนอน เพื่อให้ได้รูปร่างที่เสมือนเต้านมจริงมากที่สุด โดยเต้านมเทียมที่มีความนุ่มมือ เนื่องจากผลิตจากเส้นใยซอฟต์ไฟเบอร์ บรรจุ Micro Bead และ Micro Foam ขนาด 0.3 มิลลิเมตร เพื่อให้มีผิวสัมผัสที่นุ่มอย่างธรรมชาติ และมีน้ำหนักที่สมดุล ส่วนเสื้อชั้นในได้รับการออกแบบให้บริเวณกลางอกและด้านข้างลำตัวสูงกว่าปกติ เพื่อปกปิดบาดแผลและเนื้อส่วนที่หายไป มีช่องใส่เต้านมเทียมสำหรับผู้ผ่าตัดเต้าข้างขวาและซ้าย หรือทั้งสองข้าง มีให้เลือกตั้งแต่คัพเออี 5 คัพไซส์ และไซส์ 6595 อีก 7 คัพไซส์
การดูแลรักษา ด้วยวัสดุที่พิเศษใส่แล้วจึงไม่แพ้ ไม่คัน ซักได้ปกติ สำหรับเต้านมเทียม 34 วันใช้แล้วค่อยซัก เพราะด้วยวัสดุโฟมและเม็ดพลาสติกที่ไม่สะสมเหงื่อ ทางที่ดีเพื่อถนอมให้ใส่ได้นานๆ เมื่อถอดแล้วผึ่งในที่ที่มีอากาศให้ลมพัดผ่าน จะทำให้เต้านมเทียมอยู่กับเราไปนาน หากจะซักควรซักด้วยแชมพู อย่าตากแดด หากซักมากๆ เต้าจะเสียทรงเร็ว แต่ก็สามารถซักลงเครื่องได้ จากผลทดลองล่าสุดเต้านมเทียมใช้ได้นาน 3-4 ปีทีเดียว
ผู้สูญเสียหน้าอกสองข้างจากมะเร็งเต้านม
กระบอกเสียงแทนผู้หญิงที่สูญเสียหน้าอกทั้งสองข้างจากมะเร็งเต้านม จารุณี อัศวยิ่งเจริญสุข ถ่ายทอดชีวิตที่มองโลกในแง่บวกว่า ครั้งแรกที่พบว่าเป็นมะเร็งเต้านมเมื่อปี 2548 โดยครั้งนั้นเธอสูญเสียเต้านมด้านซ้าย แต่ผ่านไปอีก 4 ปี ก็พบมะเร็งเต้านมที่ข้างขวา จึงต้องสูญเสียเต้านมทั้งสองข้างไป แต่เธอก็ไม่รู้สึกขาด เพราะได้บาลานซิ่ง บรา เป็นตัวช่วยเสริมความมั่นใจ แต่ก็ต้องใช้เวลาปรับตัวนาน 1 ปีทีเดียว
ปัจจุบัน จารุณีดูแลสุขภาพตนเองเป็นอย่างดี พร้อมปลอบใจผู้ป่วยมะเร็งคนอื่นๆ ว่า เมื่อตรวจพบมะเร็งในร่างกายแล้วก็ให้รีบรักษา ให้คิดเสียว่าโชคดีแค่ไหนแล้ว ที่เรายังรักษาหาย สำหรับผู้หญิงที่ยังไม่เป็นให้ดูแลสุขภาพ หมั่นส่องกระจกเพื่อตรวจเช็กตนเองในเบื้องต้น หากพบต้องรีบมาปรึกษาแพทย์ หากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญแนะนำอะไรก็ทำตาม
“พอครั้งที่สองไม่มีหน้าอกเหลืออยู่เลย ก็รู้สึกปลง คราวนี้ไม่คิดอะไรมาก และอย่ายึดติด อาจเพราะดิฉันเป็นสาวโสด เราโชคดีแล้วที่รู้ก่อน แต่เรื่องสรีระออกไปข้างนอกเราก็แต่งตัวสวยเหมือนคนอื่นได้ มองเผินๆ ไม่มีใครรู้ ใส่บาลานซิ่ง บรา เล่นน้ำทั้งทะเลและในสระได้ เวลาขึ้นมาเต้าเทียมก็ไม่อุ้มน้ำ รู้สึกปกติไม่เสียรูป ทำให้ด้านสรีระดิฉันมีความมั่นใจ เราสามารถใส่ชุดอะไรก็ได้ ไม่รู้สึกผิดปกติ จับแล้วก็รู้สึกเหมือนหน้าอกปกติ”
สำหรับผู้ที่สูญเสีย และสุภาพสตรีท่านอื่น จารุณีอยากแนะนำและให้กำลังใจว่า ทุกคนดูแลตัวเองสักนิด ถ้าเห็นอะไรผิดปกติ หาหมอทันที เมื่อเป็นแล้วให้ยอมรับ และอย่าเครียด
“ตอนที่ดิฉันเป็นด้านซ้ายไม่มีอะไรบ่งบอก ไม่มีสัญญาณเตือน ตรวจเช็กเจอด้วยตนเอง เป็นน้อยๆ จะรักษาหาย พอพบแพทย์ได้ตรวจ คุณหมอแนะนำอะไรก็ควรเชื่อ เป็นแล้วอย่าคิดเยอะ อย่ากังวล หลังจากรักษาหายแล้วพฤติกรรมการรับประทานและการใช้ชีวิตต้องเปลี่ยน ควรหลีกเลี่ยงของปิ้ง ทอด นมสด กาแฟเย็น เลี่ยงๆ ห้ามกินของมันมากๆ
คุณหมอบอกว่าไม่ใช่อาการจากข้างซ้ายแล้วลามไปขวา แต่มันเกิดขึ้นเอง อาจเป็นอากาศที่เราหายใจ หรืออาหารที่กินเข้าไป อีกทั้งควรหลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์ เราควรกินเนื้อเปื่อยๆ ย่อยง่าย กินผักผลไม้ ดื่มน้ำเยอะๆ ผ่าตัดสองเต้าแล้วร่างกายยังปกติดีอยู่เลย ที่สำคัญควรทำจิตใจให้สงบ อย่าเครียด เพราะความเครียดเป็นบ่อเกิดทำให้ป่วยเป็นมะเร็งได้” จารุณีแนะนำทิ้งท้าย
เป็นได้ ก็หายได้
ไม่ว่าจะเป็นมะเร็งเต้านม หรือมะเร็งประเภทไหน หากค้นพบทันท่วงทีก็สามารถรักษาให้หายขาดและไม่กลับมาเป็นอีก เพียงปฏิบัติตามคำสั่งของแพทย์อย่างเคร่งครัด เปลี่ยนชีวิตตัวเอง ก็เพื่อตัวเอง คนที่เรารัก และคนที่รักเรา ดูตัวอย่างผู้ต่อสู้มะเร็งเต้านมสำเร็จ และกลายมาเป็นกระบอกเสียงเพิ่มความตระหนักรู้ให้ผู้หญิงเฝ้าระวังกันต่อไป
ไคลี มิโน้ก ป๊อปสตาร์ชาวออสซี่ ตรวจพบมะเร็งเต้านมในปี ค.ศ. 2005 เธอไม่รอช้า รีบผ่าตัดและรักษาด้วยคีโม กระทั่งปีถัดมา เธอแข็งแรงจนสามารถออกทัวร์คอนเสิร์ต Showgirl Homeco


