posttoday

ล้มแล้วลุกขึ้นใหม่ วิเชษฐ์ วัฒนสกุลพงศ์

03 กันยายน 2556

น่าแปลกที่คนบางคนใช้เวลานานมากกว่าจะค้นพบตัวเอง และที่น่าแปลกกว่านั้น คือคนบางคนที่ค้นพบตัวเองได้เร็วเสียยิ่งกว่ากะพริบตา

 

โดย...วันพรรษา อภิรัฐนานนท์ / ภาพ วิศิษฐ์ แถมเงิน

น่าแปลกที่คนบางคนใช้เวลานานมากกว่าจะค้นพบตัวเอง และที่น่าแปลกกว่านั้น คือคนบางคนที่ค้นพบตัวเองได้เร็วเสียยิ่งกว่ากะพริบตา เรื่องราวคนสู้ชีวิต วิเชษฐ์ วัฒนสกุลพงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไบโอวูเมนส์ วัย 43 ปี เจ้าของผลิตภัณฑ์สารสกัดจากธรรมชาติเพื่อสุขภาพและความงาม “ไบโอวูเมน” (BioWomen) และ “ออนิค” (Ornic) ผู้พลิกชีวิตจากมุมอับและกลับมาได้ด้วยหลักคิดและกำลังกายกำลังใจที่กล้าแข็ง

วิเชษฐ์ เล่าให้ฟังว่า เขาเป็นเด็กต่างจังหวัด เอนทรานซ์ติดคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ก็เข้ากรุงเทพฯ มาเรียนหนังสือ ช่วงวัยรุ่นก็ใช้ชีวิตสนุกสนานเฮฮาตามวัย แต่เพราะชอบอ่านหนังสือ โดยเฉพาะหนังสือพิมพ์เกี่ยวกับแง่มุมในเชิงธุรกิจ ก็ถือว่าซึมซับมาได้มากจากการอ่าน ขณะเดียวกันก็บ่มเพาะความคิดความตั้งใจที่จะเป็นเจ้านายของตัวเองตั้งแต่ตอนนั้น

“ผมคิดแต่ว่าจะทำงานอะไรก็ได้ แต่ขอเป็นเจ้านายตัวเอง” วิเชษฐ์ เล่ายิ้มๆ

เมื่อเรียนจบ ได้ร่วมทุนกับเพื่อนฝูง ตั้งบริษัทนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ ซื้อขายที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ทั่วประเทศ ธุรกิจดีมาก เนื่องจากเป็นช่วงที่วงการอสังหาริมทรัพย์กำลังบูม แต่เพียงไม่นานฟองสบู่ก็แตก เศรษฐกิจตกต่ำอย่างหนัก ธุรกิจระส่ำระสาย บริษัทห้างร้านส่วนใหญ่พากันล้มละลายต้องยกเลิกกิจการ บริษัทของวิเชษฐ์กับเพื่อนก็เช่นเดียวกัน ต่างคนต่างแตกฉานซ่านเซ็น รวมทั้งความคิดความฝันและสถานะเถ้าแก่ของวิเชษฐ์ก็พลอยล่มจมไปด้วย

วิเชษฐ์ เล่าว่า วิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้งที่คนไทยรู้จัก คือในช่วงปี 2540 ซึ่งสถาบันการเงินดาหน้ากันล้มละลาย หากสัญญาณเศรษฐกิจฟองสบู่นั้นได้เริ่มมาตั้งแต่ปี 25382539 โดยธุรกิจที่ได้รับกระทบก่อนเพื่อนไม่ใช่อะไรอื่น คือธุรกิจอสังหาริมทรัพย์นั่นเอง บริษัทนายหน้าค้าอสังหาริมทรัพย์เล็กๆ ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าปิดตัวเองลงพร้อมกับหนี้สินจำนวนมาก เป็นช่วงที่ชีวิตเหมือนถูกไฟชอร์ต แม้ไม่ถึงกับสิ้นเนื้อประดาตัว แต่ก็เกือบๆ

“ช่วงนั้นลำบากมาก เจ้าหนี้เยอะ ทั้งแบงก์ ทั้งบัตรเครดิต วันๆ หมดไปกับการเจรจาและการประนอมหนี้ ปวดหัวและปวดประสาท เพราะทำอะไรไม่ได้เลย ติดขัดไปหมด แต่ผมโชคดีที่มีเพื่อนดีครับ เพื่อนทำงานด้านกฎหมายก็ถามมาคำเดียวว่า ต้องการกี่ปี หมายถึงว่าผมต้องการเวลาเท่าไหร่ในการที่จะฟื้นตัวเองขึ้นมา ตอบเพื่อนไปว่า ขอ 2 ปี” วิเชษฐ์ เล่า

ภายใต้กรอบที่กฎหมายกำหนด เพื่อนของวิเชษฐ์ได้ช่วยเหลือในการประวิงเวลาและผลัดชำระหนี้ต่างๆ เมื่อครบเวลา 2 ปี วิเชษฐ์ก็กลับมาจริงๆ ไม่เพียงชำระหนี้สินได้ทั้งหมด แต่ยังก่อตั้งบริษัทผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ผลิตจากสารสกัดทางธรรมชาติเป็นรายแรกๆ ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยมองเห็นช่องทางด้านการตลาดของผู้บริโภคที่สูงสุดคืนสู่สามัญ ผู้บริโภคในยุคเทคโนโลยีต้องการคืนกลับสู่ธรรมชาติ

“คนมีความรู้มากขึ้น รู้ว่าอะไรดีและอะไรไม่ดีกับตัวเอง เทรนด์หรือทิศทางของผู้บริโภคกลับมาหาธรรมชาติหมด ผลิตภัณฑ์ในโลกยุคใหม่จึงต้องตอบโจทย์เรื่องพวกนี้ให้ชัดๆ” วิเชษฐ์ เล่า

ไบโอวูเมนส์ ค่อยๆ เติบโตขึ้นจากแนวคิดเรื่องสารสกัดจากธรรมชาติ ที่ผนวกกับความทันสมัย ดีไซน์ที่ดี ภายใต้มาตรฐานด้านคุณภาพและความปลอดภัย ส่วนตัววิเชษฐ์เองก็ค่อยๆ ยืนหยัดขึ้นพร้อมๆ กับการเติบโตของไบโอวูเมนส์ แม้จะเคยล้มแล้วแต่ก็ลุกขึ้นใหม่ได้ด้วยแนวคิดที่ว่า ชีวิตไม่มีอะไรจะเสีย เมื่อมองย้อนกลับไป เขาตอบว่าคีย์เวิร์ดหรือกุญแจสำคัญ คือ การกระทำที่ทำทุกอย่างบนพื้นฐานของความจริงที่สัมผัสได้

“ทำอะไรก็ได้ที่สัมผัสได้ จับต้องได้ คุยกันได้ ทุกอย่างอยู่บนพื้นฐานความจริง การทำงานถ้าเป้าหมายชัด ผมว่าผมเดินไปได้” วิเชษฐ์ เล่า

สำหรับหลักในการดำเนินชีวิต วิเชษฐ์ บอกว่า ไม่มีอะไรมากไปกว่าความจริง ชีวิตเลือกที่จะไม่โกหก เพราะขี้เกียจจำว่าเมื่อวานเราพูดอะไรไป ต้องโกหกซ้ำๆ ไปชั่วชีวิต อย่างนั้นไม่เอา ขอชีวิตง่ายๆ ไม่ซับซ้อนดีกว่า ชีวิตที่สบายๆ เป็นตัวของตัวเอง เลือกที่จะเป็นตัวของตัวเอง ส่วนผู้คนในชีวิตขอตอบโจทย์ของแต่ละคนภายใต้ข้อตกลงและความถูกต้อง ไม่ว่าจะเพื่อนร่วมงาน คู่ค้า ลูกค้าหรือลูกน้อง ใช้หลักเกณฑ์เดียวกันหมด

“ในสถานการณ์ต่างๆ ความถูกต้องบางทีก็ไม่ง่ายเหมือนกัน แต่ผมใช้หลักของการเรียนรู้ และการเคารพกฎกติกาซึ่งกันและกัน ที่สำคัญคือการฟัง เมื่อฟังแล้วก็จะเข้าใจ ทะลุได้ และแก้ปัญหาต่างๆ ได้”

ด้านชีวิตครอบครัว วิเชษฐ์ เล่าว่า เขาให้ความสำคัญกับครอบครัวมาก ถือเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกของชีวิต ปัจจุบันวิเชษฐ์สมรสแล้วมีบุตรชายหญิง 2 คน เมื่อย่างเท้าก้าวเข้าประตูบ้านจะปิดสวิตช์การทำงานทั้งหมด งานเป็นงาน บ้านเป็นบ้าน บ่อยครั้งมีแวบเรื่องงานเหมือนกัน แต่พยายามตัดให้หมด เพื่อบรรยากาศและความอบอุ่น โดยเฉพาะกับลูกที่ยังเล็กและอยู่ในช่วงหล่อหลอมพฤติกรรม

“สำหรับผมแล้ว ครอบครัวคือขาข้างขวา งานคือขาข้างซ้าย เพราะอย่างนี้ผมจึงเดินอย่างมั่นใจและมั่นคง”

ทุกวันนี้คือการทำงานที่มีความสุข ครอบครัวมีความสุข วิเชษฐ์ บอกว่า คือผลตอบแทนจากการสู้ปัญหา โชคดีที่ล้มในวัยหนุ่มด้วยเพราะฉะนั้นก็ยังมีแรงมีกำลัง ที่สำคัญคือเมื่อล้มแล้วพยายามกลับมาลุกใหม่ ไม่หนีปัญหา ถ้าหนีปัญหาจะไม่จบ มีแต่จะยืดเยื้อเรื้อรังและบ่อนทำลายตัวเอง สุดท้ายแล้วคือการให้ ชีวิตจากนี้ไปคือการให้กับทีมงาน ให้กับครอบครัว และคืนกลับให้สังคม

ชีวิตพลิกด้วยฝ่ามือ

ชื่อ วิเชษฐ์ วัฒนสกุลพงศ์

เกิด 23 มี.ค. 2513

อายุ 43 ปี

กรุ๊ปเลือด บี

การศึกษา

ปี 2536 คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

การทำงาน

ปี 25382540 ผู้บริหาร บริษัท ริช เรียลตี้ ทำธุรกิจนายหน้าอสังหาริมทรัพย์

ปี 2541 กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไบโอวูเมนส์ และบริษัท ไบโอคอสแล็บ

สถานภาพ

สมรสแล้วกับ อาทิตา วัฒนสกุลพงศ์

วิสัยทัศน์

ก่อตั้งบริษัท ไบโอคอสแล็บ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการผลิตและรองรับมาตรฐาน ISO ในอนาคต โดยมุ่งเน้นการผลิตและให้คำปรึกษาด้านผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเส้นผม เครื่องสำอางและผิวพรรณ ด้วยวัตถุดิบจากสารสกัดธรรมชาติ ภายใต้มาตรฐาน GMP (Good Manufacturing Practice) จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข

เป้าหมาย คือ การนำไบโอวูเมนส์ขึ้นแท่นตำแหน่งผู้นำในตลาดผลิตภัณฑ์สารสกัดจากธรรมชาติ และขยายตลาดต่างประเทศให้มากขึ้น ประกอบด้วย กลุ่มประเทศในแอฟริกา สหรัฐอเมริกา ยุโรป และญี่ปุ่น 

ข่าวล่าสุด

บางจาก นำร่อง "Fry to Fly" น้ำมันครัวใช้แล้ว 2 ลิตรแลกน้ำมันรถ 1 ลิตร