
อะไรคือ ปาราชิกสังฆาทิเสสของภิกษุในพุทธศาสนา!! (ตอน ๓)
“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อานิสงส์ที่บุคคลผู้ทรงวินัยจะพึงได้รับ มี ๕ อย่าง ได้แก่
โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส
“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อานิสงส์ที่บุคคลผู้ทรงวินัยจะพึงได้รับ มี ๕ อย่าง ได้แก่
๑.สีลขันธ์ของตนเป็นอันคุ้มครองดีแล้ว
๒.เป็นที่พึ่งของพระภิกษุ ผู้มักระแวงสงสัย
๓.เป็นผู้กล้าหาญพูดในท่ามกลางสงฆ์
๔.ข่มเหล่าคนผู้เป็นข้าศึกได้ราบคาบโดยสหธรรม
๕.เป็นผู้ปฏิบัติเพื่อความตั้งมั่นแห่งพระสัทธรรม
ทั้งนี้ ด้วยทรงพระมหากรุณาอันไม่มีประมาณ เพื่อการสืบอายุพระพุทธศาสนาให้ยาวนานที่สุด จึงได้สถาปนาสังฆมณฑลให้มั่นคงเข้มแข็ง โดยทรงบัญญัติสิกขาบทให้ภิกษุทั้งหลายได้ถือปฏิบัติ โดยอาศัยประโยชน์ ๑๐ ประการ คือ
๑.เพื่อความรับว่าดีแห่งสงฆ์
๒.เพื่อความสำราญแห่งสงฆ์
๓.เพื่อข่มคนผู้เก้อยาก
๔.เพื่อความอยู่สำราญแห่งศีลอันเป็นที่รัก
๕.เพื่อป้องกันอาสวะอันจะบังเกิดในปัจจุบัน
๖.เพื่อกำจัดอาสวะอันจะบังเกิดในอนาคต
๗.เพื่อความเลื่อมใสของบุคคลที่ยังไม่เลื่อมใส
๘.เพื่อความเลื่อมใสของบุคคลที่เลื่อมใสแล้ว
๙.เพื่อความตั้งมั่นแห่งพระสัทธรรม
๑๐.เพื่อถือตามพระวินัย
พระวินัย ที่ปรากฏเกิดขึ้นในพระพุทธศาสนานั้น มิได้ทรงบัญญัติไว้ล่วงหน้า แม้จะทรงมีพระสัพพัญญูหยั่งรู้เรื่องราวต่างๆ ได้อย่างไม่มีประมาณ แต่ทรงบัญญัติเมื่อเกิดความเสียหายขึ้น โดยจะทรงใช้หลักปฏิบัติดังนี้ ได้แก่ ทรงตรัสสั่งให้ประชุมสงฆ์... เพื่อไต่ถามภิกษุผู้ก่อเหตุให้ทูลรับ แล้วทรงติเตียนชี้โทษและแสดงอานิสงส์ของความสำรวมสังวร จากนั้นจึงทรงตั้งพระบัญญัติห้ามมิให้ภิกษุทำอย่างนั้นอีกต่อไป โดยทรงกำหนดโทษแก่ผู้ฝ่าฝืนหรือล่วงละเมิด เรียกภาษาพระสงฆ์ว่า ปรับอาบัติ
(อ่านต่อฉบับหน้า)







