posttoday
ไม้ผลดอกงามในญี่ปุ่น

ไม้ผลดอกงามในญี่ปุ่น

01 กันยายน 2556

เมื่อเอ่ยถึงประเทศญี่ปุ่น หากเราเดินทางไปให้ถูกฤดู เช่น ต้นฤดูใบไม้ผลิหรือช่วงปีใหม่ เราจะตื่นตาตื่นใจไปกับความงามของดอกจากไม้ผลเขตหนาวหลายชนิด

โดย...ม.ล.จารุพันธ์ ทองแถม

เมื่อเอ่ยถึงประเทศญี่ปุ่น หากเราเดินทางไปให้ถูกฤดู เช่น ต้นฤดูใบไม้ผลิหรือช่วงปีใหม่ เราจะตื่นตาตื่นใจไปกับความงามของดอกจากไม้ผลเขตหนาวหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นแอปเปิล บ๊วย หรือพลัม และอื่นๆ
เมื่อเราได้เห็นผลแอปเปิลบางพันธุ์ เช่น ฟูจิ เราต้องตกตะลึงในความใหญ่ของผล และความงามของดอกที่บานสะพรั่งอยู่ใต้ชายคาบ้านพัก แอปเปิลนั้นชาวญี่ปุ่นเรียกว่า ริงโก อันหมายถึง แอปเปิลที่ปลูกเพื่อรับประทานผลสด แต่ถ้าเป็นแอปเปิลผลเล็กที่ปลูกไว้ชื่นชม ดอก และทรงต้นแบบบอนไซ เขาเรียกมันว่า ฮานะไคโดะ (Hana  Kaido) และใช้ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Malus Halliana ซึ่งตรงกับชื่อเรียกทั่วไปว่า Flowering Crab Apple
แอปเปิลกินผลนั้นอยู่ในวงศ์กุหลาบ (Family Rosaceae) และใช้ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Malus Pumila Domestica นับเป็นผลไม้เศรษฐกิจที่ปลูกกันมากในเขตหนาวจัดของญี่ปุ่น เช่น โอโมริ ต้นแอปเปิลในญี่ปุ่นมักถูกตัดแต่งกิ่งให้มีทรงยอดแบน สูง 34 ม. และปลายกิ่งห้อยลงแต่แผ่ทรงพุ่มออกในแนวข้าง นี่เป็นเทคนิคตัดแต่งกิ่งสมัยใหม่ โดยเขาจะเลือกใช้ต้นตอแคระ มาเสียบยอดกิ่งพันธุ์ดีที่ต้องการ โดยใช้กิ่งประธานกิ่งเดียวให้พุ่งยอดขึ้นในตอนกลางพุ่ม (Central Leader System) กิ่งที่ออกดอกสีชมพูและขาวจะถูกซอยออกโดยใช้กรรไกรมือเพื่อกระตุ้นให้ผลขนาดใหญ่ (เส้นผ่านศูนย์กลางถึง 12 ซม. หรือมากกว่าก็มี) แอปเปิลพันธุ์ฟูจิ (Fuji) ยังเป็นพันธุ์หลักที่นิยมกันมากถึง 4050 เปอร์เซ็นต์ เพราะนอกจากมีขนาดใหญ่แล้วยังหวานหอมและกรอบ แอปเปิลพันธุ์โคคโยกุปลูกไว้ทำขนมขาย พันธุ์นี้มีผลขนาดเล็กเปลือกสีแดงสดสวยงาม
กลับมาดูที่แครบแอปเปิล หรือ ฮานะ – ไคโดะ กันบ้าง สำหรับนักเล่นบอนไซอย่างเรา รู้สึกหลงใหลกับบอนไซแอปเปิลแคระของญี่ปุ่นเป็นที่สุด และเมื่อพูดถึงเรื่องนี้แล้ว ต้องยอมรับความจริงว่าแครบแอปเปิลจริงๆ มาจากจีน แต่ถูกนำมาปลูกลงสวนในญี่ปุ่น ตัดแต่งกิ่งโดยดัดให้มีพุ่มสูง 1.54 ม. และมียอดแบน กิ่งแผ่ออก พอตกกลางเดือน เม.ย. มันจะผลิตดอกสีชมพูบานเต็มต้น ดอกจะห้อยลงเพราะมีก้านยาว ด้านนอกของกลีบดอกมีสีคล้ำกว่าด้านใน
ในฤดูใบไม้ร่วงจะติดผลเล็กๆ (59 มม.) สีเหลือง หรือน้ำตาลอมแดงเข้ม ผลจะห้อยย้อยลงอย่างสวยงาม นับเป็นบอนไซไม้แคระประดับสถานที่สุดยอดครับ
คราวนี้มาดูที่ต้นบ๊วย (Japanese Apricots) กันบ้าง โดยทั่วไปเราเรียกบ๊วยว่า อูมิ (Ume) และมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Prunus Mume วงศ์กุหลาบ เช่นเดียวกับแอปเปิลซึ่งกล่าวไปแล้ว
ฝรั่งชาติตะวันตกซึ่งรู้จักแอพริคอต บอกว่า บ๊วยนี้เป็นผลไม้เขตหนาวที่มีผิวขรุขระ ผลสีส้มหรือเหลือง แต่พลัมเป็นผลไม้เปลือกเรียบเป็นมันมีสีเหลือง เขียว และแดง มีความสับสนกับคำว่า Prunus Mume แต่ทางที่ดีควรยึดติดกับแอพริคอตว่านั่นคือ Prunus Armenaica และบ๊วย (Japanese Plum) ให้ใช้ชื่อทางพฤกษศาสตร์ว่า Prunus Salicina จะดีที่สุด ดังนั้นคำว่า อูมิ นั้นเอาไว้ใช้กับบ๊วยญี่ปุ่นโดยเฉพาะ
ดอกบ๊วยญี่ปุ่นซึ่งเราเห็นบานสะพรั่งนับเป็นพันธุ์ป่าโดยแท้ มันจะเริ่มบานในเดือน ก.พ. ต่อเดือน มี.ค. มีกลีบดอกชั้นเดียวสีขาวหรือชมพูอ่อนมาก และมีกลิ่นหอมหวน รุนแรง ดอกเกิดเป็นช่อบนกิ่งสีน้ำตาลปนดำเป็นมัน สวยงามคลาสสิกเป็นที่สุด เนื่องจากมีการผสมพันธุ์ข้ามไปมา ดังนั้นจึงเกิดพันธุ์ปลูกใหม่ๆ ขึ้นหลายร้อยพันธุ์หลังจากเวลาผ่านมานานหลายศตวรรษ
ชาวญี่ปุ่นเขาจัดจำแนกพันธุ์เหล่านี้เป็น 3 พันธุ์หลัก โดยถือตามสีของเนื้อไม้และแบ่งซอยย่อยไปอีก 8 กลุ่มย่อย ขึ้นกับขนาดและรูปร่างใบและสี และรูปร่างของดอก (ขาว – ชมพูและแดง) และลักษณะกลีบ (ชั้นเดียวหรือซ้อน)
ดอกของบ๊วยจะเริ่มบานตั้งแต่ต้นฤดูใบไม้ผลิ แต่สำหรับบอนไซแล้วเขาจะกระตุ้นให้ออกดอกตั้งแต่ก่อนปีใหม่ เมื่อดอกตูมสีชมพูเริ่มบานบนกิ่งแก่หงิกงอเป็นสัญลักษณ์ของความหวังและความสุขที่จะมาถึง บอนไซของต้นบ๊วยนั้น เขาทำมาตั้งแต่การเลือกต้นจากป่าเขามาตกแต่งจากการตัดแต่งกิ่งราก และการดัดกิ่ง
ไม่ว่าจะเป็นการปลูกลงสวนหรือลงกระถาง บ๊วยเป็นไม้ยืนต้นอายุยืนเติบโตช้า ยิ่งแก่ยิ่งสวย ดอกบ๊วยเป็นดอกไม้ชนิดแรกที่เราจะได้เห็นในปีใหม่ เมื่อภาวะน้ำค้างแข็งสลายตัวลงจากแรงฤดูใบไม้ผลิ
ต้นบ๊วยเก่าแก่ที่มีชื่อเสียง มีอายุประมาณ 400 ปี มันขึ้นอยู่ที่วัดซุยกานิจิในเมืองมัตซุชิมา ต้นหนึ่งออกดอกสีแดงและอีกต้นออกดอกสีขาวขึ้นกระหนาบซุ้มทางเข้าวิหาร สีสองสีนี้เป็นเครื่องหมายแห่งความสุขและความสนุกสนานร่าเริงในความหมายของชาวญี่ปุ่น
ผลบ๊วยเป็นอาหารที่สำคัญในญี่ปุ่น ส่วนใหญ่เขาจะคัดผลขนาด 3 ซม. ทรงกลม – กลมรี สีเขียว – เหลือง มีสันที่ด้านข้างและมีเมล็ดแข็งคล้ายกะลาภายในผลรสเปรี้ยวจัดนี้จะถูกตากแดดจนแห้งในเดือน มิ.ย. และดองในเกลือและผลชิโสะ (Perilla Frutes Cens) เพื่อทำเป็นอุมิโบชิใส่ในข้าวปั้น พบในเบนโตะ กล่องอาหารกลางวันที่มีจำหน่ายทั่วไป ผลบ๊วยดองใส่ในน้ำชาเขียว จะนิยมดื่มในตอนเช้า ผลบ๊วยยังใช้ดองในเหล้าโชชุ (Shochu) ซึ่งมี 40% แอลกอฮอล์และน้ำตาล

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท