
รวมพลคนกลับลำ
คงปฏิเสธไม่ได้ว่าตลาดซื้อขายนักเตะในยุคนี้เต็มไปด้วยเรื่องดรามา เพราะตราบใดที่ยังไม่มีการชูเสื้อหรือจรดปากกาเซ็นสัญญาอย่างเป็นทางการ อะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้เสมอ
โดย...จาด้า
คงปฏิเสธไม่ได้ว่าตลาดซื้อขายนักเตะในยุคนี้เต็มไปด้วยเรื่องดรามา เพราะตราบใดที่ยังไม่มีการชูเสื้อหรือจรดปากกาเซ็นสัญญาอย่างเป็นทางการ อะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้เสมอ
ปฏิบัติการ “ฉก” วิลเลียน ของเชลซีมาจากสเปอร์ส เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ในเมืองผู้ดี แต่ความจริงแล้วนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่นักเตะดังเปลี่ยนใจกะทันหัน เพราะยังมีอีกมากมายที่กลับลำอยู่สโมสรเดิมต่อ หรือหันไปซบทีมอื่นทั้งที่ “จ่อ” ค้าแข้งกับอีกทีมก่อนหน้านี้
ลองมาดูว่า 7 นักเตะดังคนไหนที่เคยสร้างเซอร์ไพรส์ในตลาดซื้อขายนักเตะกันมาแล้วบ้าง
วิลเลียน
กองกลางทีมชาติบราซิลเกือบจะได้เป็นสมาชิกใหม่ในถิ่นไวต์ฮาร์ตเลนอยู่รอมร่อ หลังผ่านการตรวจร่างกายกับทีม “ไก่เดือยทอง” เรียบร้อย แต่สุดท้าย “เชลซี” กลับปาดหน้าคว้าตัวสตาร์วัย 25 ปีไปครอง หลังจากที่ปล่อยให้ สเปอร์ส กับ ลิเวอร์พูล ยื้อแย่งกันมาก่อนหน้านี้
โรมัน อับราโมวิช ประธานสโมสรเชลซี อาศัยความสนิทสนมส่วนตัวก่อนจะยกหูกริ๊งกร๊างหาสุไลมาน เคริมอฟ เจ้าของทีมอันจิ ก่อนที่สองเจ้าสัวรัสเซียจะบรรลุข้อตกลงค่าตัววิลเลียนกันที่ 32 ล้านปอนด์ (ราว 1,600 ล้านบาท)
นอกจากนั้น รายงานยังระบุว่า โจเซ มูรินโญ กุนซือชาวโปรตุกีส ยังเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้วิลเลียนได้รับใบอนุญาตทำงานในอังกฤษ แม้ว่าที่ผ่านมาเขาจะติดทีมชาติไม่สม่ำเสมอก็ตาม
“เชลซีเป็นหนึ่งในสโมสรที่ดีที่สุดในโลก และตอนนี้ผมก็จะได้เล่นให้หนึ่งในผู้จัดการทีมที่ดีที่สุดในโลกด้วย เพราะฉะนั้นผมจึงมีความสุขมาก” วิลเลียน กล่าวในวันที่เซ็นสัญญา 5 ปี กับทีมเศรษฐีแห่งกรุงลอนดอน
โรบินโญ
อีกหนึ่งนักเตะจากแดนแซมบ้าที่เคยเป็นประเด็นร้อนในพรีเมียร์ลีก หลังจากที่หักอกเชลซีเพื่อหันไปซบแมนเชสเตอร์ ซิตี ก่อนเปิดฤดูกาล 20082009
แม้จะได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในศูนย์หน้าพรสวรรค์สูง แต่โรบินโญกลับไม่อาจการันตีตำแหน่งตัวจริงในทีมเรอัล มาดริด ได้ จึงต้องตัดสินใจหาความท้าทายใหม่ โดยมี “สิงห์บลู” เป็นทีมเต็งที่จะได้ตัวไปช่วยล่าตาข่าย
การเจรจาดำเนินไปด้วยดีและมีการใส่ชื่อและประวัติของหัวหอกบราซิเลียนในเว็บไซต์สโมสร รวมถึงวางขายเสื้อที่ปักชื่อของเขาในร้านขายของที่ระลึกสโมสรด้วย
ทว่า สุดท้ายกลายเป็น “เรือใบสีฟ้า” ที่บรรลุข้อตกลงกับ “ราชันชุดขาว” ได้ที่ 32.5 ล้านปอนด์ (ราว 1,625 ล้านบาท)
“ในวันสุดท้าย เชลซียื่นข้อเสนอที่ยอดเยี่ยมและผมก็ตอบตกลง เอ่อ ขอโทษที ผมหมายถึงแมนเชสเตอร์ (ซิตี) น่ะ” โรบินโญ กล่าวในวันเปิดตัว
กอนซาโล อิกัวอิน
หัวหอกเนื้อหอมชาวอาร์เจนไตน์ ตกเป็นข่าวกับหลายทีมในพรีเมียร์ลีกตลอด 2 ปีที่ผ่านมา แต่ที่ใกล้เคียงที่สุดก็คงจะหนีไม่พ้นอาร์เซนอล
อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซือทีมปืนใหญ่ แสดงเจตนารมณ์ว่าต้องการดึงอิกัวอินมาเสริมความเฉียบคมในเกมรุก ในขณะที่นักเตะก็ไม่ปิดบังความต้องการที่จะย้ายจากเรอัล มาดริด มาค้าแข้งในลีกสูงสุดเมืองผู้ดี
สื่อหลายสำนักตีข่าวว่า อาร์เซนอล “จ่อ” ที่จะได้ตัวอิกัวอินนานร่วมเดือน แต่สุดท้ายเมื่อปลายเดือน ก.ค. นาโปลี ทีมชั้นนำของกัลโช เซเรีย อา กลับได้ลายเซ็นของดาวยิงวัย 25 ปีไปครอง เพราะกล้าทุ่มค่าตัว 40 ล้านยูโร (ราว 1,720 ล้านบาท)
สตีเวน เจอร์ราร์ด
กัปตันทีมคนเก่งของลิเวอร์พูล เคยเกือบจะต้องกลายเป็นผู้ร้ายในสายตาเดอะ ค็อปไปแล้ว หลังจากที่เคยยื่นขอย้ายทีมเพื่อย้ายไปอยู่กับเชลซี
เจอร์ราร์ด ซึ่งอยู่กับหงส์แดงมาตั้งแต่ 9 ขวบ เคยเกือบจะได้เป็นนักเตะเชลซีถึง 2 ครั้ง โดยครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อเดือน มิ.ย. 2004 ซึ่ง “สิงห์บลู” เสนอค่าตัว 20 ล้านปอนด์ (ราว 1,000 ล้านบาท)
อีก 12 เดือนต่อมา เชลซีซึ่งเพิ่งจะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาล 20042005 ก็กลับมาอีกครั้งพร้อมกับข้อเสนอที่เพิ่มขึ้นเป็น 32 ล้านปอนด์ ซึ่งทำให้กองกลางจอมขยันหวั่นไหวอย่างหนัก
แม้ว่าเพิ่งจะเป็นฮีโร่พาลิเวอร์พูลชูโทรฟี่ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 2005 มาหมาดๆ แต่เจอร์ราร์ดก็ยังอยากจะไปเล่นให้เชลซีด้วยความหวังที่จะคว้าเหรียญแชมป์ลีกสักครั้งในชีวิต
ทว่า การขอย้ายทีมดังกล่าวทำให้มิดฟิลด์ทีมชาติอังกฤษถูกแฟนหงส์โกรธแค้นอย่างหนักจนถึงขั้นขู่ฆ่ายกครัว นอกจากนั้นยังมีการเผาเสื้อทีมของเขาต่อหน้ารายการสดทางทีวีด้วย
เจอกองเชียร์ฮาร์ดคอร์แบบนี้เข้าไปก็เลยทำให้เจอร์ราร์ดเปลี่ยนใจอยู่ถิ่นแอนฟิลด์ต่อ แถมยังต่อสัญญาอยู่โยงจนถึงทุกวันนี้
จอน โอบี มิเกล
เป็นอีกครั้งที่เชลซีมีเอี่ยวกับเรื่องดรามาในการซื้อขายนักเตะ และครั้งนี้ต้องย้อนกลับไปตั้งแต่สมัยที่มิเกลอายุ 18 ปี
เมื่อปี 2005 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ประกาศว่าได้คว้าตัวดาวรุ่งของทีมลิน ออสโล ในลีกนอร์เวย์มาเสริมทัพ และนักเตะก็สวมเสื้อทีมปีศาจแดงมาให้สัมภาษณ์ว่ารู้สึกดีใจที่ได้มาร่วมทีมใหญ่อย่างยูไนเต็ด
อย่างไรก็ตาม เชลซีก็ออกมาโวยว่า มิเกลได้เซ็นสัญญากับพวกเขาไปแล้ว และนั่นก็ทำให้มิเกลต้องกลับไปเล่นให้ลินจนหมดสัญญาที่เหลืออีกไม่กี่เดือน และเคยมีข่าวลือถึงขั้นที่ว่า เชลซีเคยลักพาตัวเขาที่นอร์เวย์เลยทีเดียว
หลังจากนั้นทีมเศรษฐีลอนดอน ก็ต้องกลับมาเจรจากับทั้งลินและแมนฯ ยูไนเต็ด ก่อนที่จะได้ข้อสรุปว่า มิเกลกลายเป็นนักเตะใหม่ในถิ่นสแตมฟอร์ดบริดจ์
ความดรามาบังเกิดขึ้นอีกครั้งเมื่อรายการบีบีซี สปอร์ต ซึ่งออกอากาศในปี 2006 อ้างว่า เชลซีต้องจ่ายเงินให้กับลิน 4 ล้านปอนด์ (ราว 20 ล้านบาท) และยังต้องจ่ายให้ปีศาจแดงอีก 12 ล้านปอนด์ (ราว 600 ล้านบาท) เพื่อเป็นการยุติปัญหาด้วย
เวย์น รูนีย์
ดาวยิงทีมชาติอังกฤษ เคยช็อกความรู้สึกสาวกเรดเดวิลส์ เมื่อประกาศว่าต้องการย้ายทีมในช่วงซัมเมอร์ปี 2010 โดยอ้างว่าเป็นเพราะแมนฯ ยูไนเต็ด ขาดความทะเยอทะยาน
ตอนนั้นรูนีย์มีข่าวกับทั้งเรอัล มาดริด, บาร์เซโลนา และแมนฯ ซิตี ซึ่งไม่ต้องสงสัยเลยว่านั่นทำให้แฟนบอลรู้สึกขุ่นเคืองมากแค่ไหน โดยเฉพาะการเกี่ยวโยงกับคู่แข่งร่วมเมืองอย่าง “เรือใบสีฟ้า” ที่เพิ่งสถาปนาตัวเองขึ้นมาเป็นเศรษฐีใหม่ของพรีเมียร์ลีก
ทว่า คล้อยหลังมาได้เพียงไม่กี่วัน ก็มีภาพหัวหอกร่างท้วมยิ้มร่าระหว่างการต่อสัญญาในถิ่นโอลด์แทรฟฟอร์ดเพิ่มอีก 5 ปี โดยที่อดีตนายเก่าอย่าง เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ก็หน้าบานไม่แพ้กัน
แม้จะกลับใจอยู่กับทีมต่อไป แต่การกระทำของรูนีย์ก็ทำให้แฟนๆ เสียความรู้สึกกับเขาอยู่ดี เพราะเป็นเรื่องที่ชัดเจนว่าหากสโมสรไม่ยอมเพิ่มค่าเหนื่อยให้อีกเท่าตัวเป็น 1.8 แสนปอนด์ต่อสัปดาห์ (ราว 9 ล้านบาท) เขาก็คงจะไม่ยอมอยู่ต่อเป็นแน่แท้
ด้วยเหตุนี้จึงไม่น่าแปลกใจที่กองเชียร์บางส่วนจะอยากให้สโมสรโละรูนีย์ทิ้ง หลังจากที่งอแงอยากย้ายทีมอีกครั้งในช่วงซัมเมอร์นี้ โดยที่มีทั้งเชลซีและอาร์เซนอลให้ความสนใจ
พอล แกสคอยน์
ว่ากันว่า “แกสซ่า” เป็นหนึ่งในนักเตะอังกฤษที่มีพรสวรรค์สูงสุดในวงการลูกหนัง
สมัยยังรุ่งๆ มิดฟิลด์ขี้เมารายนี้เคยเกือบจะได้สวมยูนิฟอร์มของปีศาจแดงมาแล้ว หลังจากที่คว้ารางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมจากสมาคมนักเตะอาชีพ (พีเอฟเอ) ในฤดูกาล 19871988 สมัยที่ค้าแข้งกับนิวคาสเซิล
อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่กำลังจะขับรถไปแมนเชสเตอร์ เขาก็ได้รับโทรศัพท์จาก เออร์วิง สโคลาร์ (ประธานสโมสรสเปอร์ส) ว่าพร้อมจะจ่ายค่าเหนื่อย 2,500 ปอนด์ต่อสัปดาห์ (ราว 1.25 แสนบาท) และยังจะซื้อบ้านให้พ่อกับแม่เขาด้วย
ได้ฟังแค่นี้ แกสคอยน์ก็เปลี่ยนใจกะทันหันและย้ายไปอยู่กับสเปอร์ส จนกลายเป็นตำนานในถิ่นไวต์ฮาร์ตเลนแทน
ใครจะไปคิดว่าแกสซ่าจะเป็นนักเตะกตัญญูเหมือนกันนะเนี่ย







