
หลงเสน่ห์เอเชีย‘มาร์ติน รีฟส์’
โดย...โจ เกียรติอาจิณ / ภาพ มาร์ติน รีฟส์
โดย...โจ เกียรติอาจิณ / ภาพ มาร์ติน รีฟส์
ภาพถ่ายขาวดำ จำนวน 35 ภาพ แขวนเรียงรายเต็มพื้นที่ทางเดินของโรงแรมแทมมารีน วิลเลจ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เพื่อกำนัลแก่แขกที่เข้าพัก หรือคนภายนอกที่สนใจ ให้ได้ชื่นชมกันอย่างเต็มตา
เรามาเยือนที่นี่อีกครั้ง ในฐานะแขกพิเศษของที่นี่ รวมทั้งยังจะเป็นแขกคนสำคัญของช่างภาพชาวอังกฤษ “มาร์ติน รีฟส์” เจ้าของภาพถ่ายที่กำลังแขวนโชว์อยู่ตรงหน้า
มาร์ตินปรากฏตัวพร้อมศรีภรรยาคนไทยและลูกชายช่างเจรจา เขาปลีกตัวมานั่งร่วมวงสนทนากับเราหลังพิธีตัดริบบิ้นเสร็จสิ้นลง
Hidden Realms, Sacred Spaces นำเสนอเรื่องราวเช่นชื่อนิทรรศการ นั่นคือสถานที่อันแสนลี้ลับและศักดิ์สิทธิ์ทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตามที่มาร์ตินได้ไปสัมผัสด้วยตัวเอง ซึ่งเขาก็ไม่ได้แค่สัมผัสและจากลา ทว่ายังบันทึกภาพสถานที่เหล่านั้นกลับมาฝากคนอื่นๆ ผ่านงานที่เขารักและถนัด
กล้องฟิล์มโกดัก อินฟราเรด ขาวดำ ผู้เปรียบเสมือนเพื่อนคู่คิดที่มาร์ตินนำติดตัวตลอดการเดินทาง ทำหน้าที่ได้อย่างไม่บิดพริ้ว มันเก็บรายละเอียดสถานที่ต่างๆ ราวกับตาเห็น แสงเงา ระยะโฟกัส มุมสูง หรือมุมแหงน ล้วนชวนเชิญให้ต้องขยับเข้าไปชมใกล้ๆ
“ผมเริ่มสนใจเอเชียเมื่อ 27 ปีที่แล้ว ตอนนั้นผมมีโอกาสไปอินเดีย มันทำให้ผมหลงรักเอเชียจนต้องยกกล้องขึ้นมาบันทึกภาพไว้ มันเป็นอะไรที่สนุกและท้าทายมากๆ โดยเฉพาะการถ่ายภาพสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนา ผมว่ามันมีทั้งความสวยงาม ขณะเดียวกัน มันก็แฝงไว้ซึ่งความลึกลับให้ค้นหา นี่ละเสน่ห์ของเอเชีย”
จากอินเดียมาประเทศไทย ไม่ใช่แค่กรุงเทพฯ แต่มาร์ตินยังดั้นด้นขึ้นเหนือไป จ.เชียงราย เชียงใหม่ และอีกหลายจังหวัด เพื่อบันทึกภาพ ณ สถานที่ดังของประเทศไทย ไม่พอ เขายังข้ามไปพม่า กัมพูชา และลาว มากมายสถานที่ที่เขาไป ถูกรวบรวมไว้ในนิทรรศการนี้ เป็นดั่งสมุดภาพทางประวัติศาสตร์ที่ร้อยเรียงเรื่องราวได้อย่างมีเอกลักษณ์
“ภาพในจินตนาการของผมเต็มไปด้วยความทรงจำที่ถูกแช่แข็งเอาไว้ การภาพถ่ายได้เปิดมิติให้ผมก้าวเข้าไปสู่โลกแห่งอดีต ตอนที่ร่างกายผมไม่สามารถพาตัวผมไปยังสถานที่เหล่านั้นได้อีก ภาพถ่ายที่ผมถ่ายจะทำให้ผมได้ไปยืนอยู่ ณ จุดๆ นั้น ยิ่งเวลาผ่านไปและอายุผมก็มากขึ้น ผมก็ยิ่งเห็นคุณค่าของอดีตจากภาพถ่ายมากขึ้นเช่นกัน การเดินทางย้อนเวลาแบบนี้ละที่ช่วยบ่มเพาะให้ผมเห็นคุณค่าทางใจของการถ่ายภาพ”
ด้วยความหลงใหลในดินแดนเอเชีย บวกกับมีศรีภรรยาเป็นคนไทยและมีลูกชายที่มีความเป็นไทยครึ่งเสี้ยว ความรู้สึกของมาร์ตินที่มีต่อเอเชียจึงเพิ่มพูนเป็นทวี เป็นความรักและผูกพันที่กลืนกินช่างภาพเมืองผู้ดีให้ซาบซึ้งในวิถีแบบเอเชีย ไม่ว่าจะความเชื่อและพลังศรัทธาศาสนา รวมไปถึงอนุภาพของสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ที่เขาเคยไปสัมผัสด้วยตัวเอง
“ยังมีอีกหลายสถานที่ในเอเชียที่ผมยังไม่ได้ไป อย่างภูฏานก็อยากไป ที่นั่นมันมีสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ดูลึกลับให้น่าถ่ายภาพมากๆ ผมอยากบันทึกภาพไว้ให้มันเป็นภาพแห่งประวัติศาสตร์ ซึ่งไม่ใช่แค่งานสถาปัตยกรรม แต่ผมยังสนใจที่จะบันทึกภาพกลุ่มคนที่อาศัยอยู่ในสถานที่นั้นๆ ด้วย”
นั่นเป็นความฝันที่มาร์ตินตั้งเป้าไว้ ไม่ช้าก็เร็ว เขาคงมีโอกาสไปย่ำสถานที่ต่างๆ และบันทึกภาพลับมาฝากอีกแน่นอน แต่ถ้าใครไม่อยากรอนาน มีเวลาก็แวะมาชมผลงานของเขาได้ นิทรรศการจัดไปดูกันยาวๆ จนถึงวันที่ 18 พ.ย.นู่น สอบถามรายละเอียดการเข้าชม โทร.05-341-8896-9 www.tamarimdvillage.com
ก่อนหน้าจะมีนิทรรศการชุดนี้ มาร์ตินเคยทำสารคดีสั้น กลุ่มชาติพันธุ์ม้งดำในเวียดนาม ออกอากาศทาง Discovery Channel Asia ทั้งยังเคยมีงานรวมเล่ม หนังสือภาพถ่าย Angkor : Into the Hidden Realm ว่าด้วยวิหารและสถาปัตยกรรมโบราณของกัมพูชา ซึ่งภาพถ่ายส่วนหนึ่งถูกรับเลือกให้เป็นของขวัญแก่แขกของเจ้านโรดม สีหมุนี อีกด้วย
ปี 2007 มาร์ตินคือหนึ่งในบรรดาช่างภาพแถวหน้า ที่ได้รับเชิญให้เข้าร่วมบันทึกภาพประวัติศาสตร์วิถีชีวิตและวัฒนธรรมไทย เพื่อนำมารวบรวมไว้ในหนังสือเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว Thailand : 9 Days in the Kingdom







