
เด็กติดอ่าง
เรื่อง วราภรณ์ วิไลนาม สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี(รพ.เด็ก) กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
“
ใจเย็นๆ คิดดีๆ ก่อนแล้วค่อยพูดลูก”“
หยุดก่อน หายใจลึกๆ แล้วพูดใหม่ลูก”คุณพ่อคุณแม่หลายท่านเคยพูดประโยคเหล่านี้กับลูกหรือไม่? เวลาลูกพูดติดอ่าง ขอชี้แจงว่า...คำพูดเหล่านี้ไม่ได้ช่วยลด หรือทำให้ลูกหายจากการพูดติดอ่างเลยค่ะ วันนี้เราจะมาทำความเข้าใจกับปัญหา สาเหตุ และวิธีการแก้ปัญหาเบื้องต้นนี้กันค่ะ
พูดติดอ่างเป็นความผิดปกติของจังหวะการพูด ซึ่งมีลักษณะคือ พูดซ้ำพยางค์หรือคำ เช่น
“แม่ แม่ แม่ หนูหิวข้าวแล้ว” การพูดลากเสียง พูดตะกุกตะกัก หรือพูดแล้วหยุดพูดอย่างไม่เหมาะสม เด็กบางคนอาจแสดงอาการอื่นๆ ร่วมด้วยขณะพูดติดอ่าง เช่น ขมวดคิ้ว อ้าปากค้าง กำหมัด เป็นต้น เพื่อขจัดความเครียดในการต่อสู้ดิ้นรนที่จะให้พูดคำพูดนั้นออกมาได้สาเหตุยังไม่ทราบชัดเจน แต่ส่วนใหญ่เชื่อว่าขณะที่เด็กอยู่ในวัย 35 ปี เป็นวัยที่กำลังพัฒนาภาษาและการพูด เด็กจะเรียนรู้คำศัพท์ทั้งความเข้าใจ และการใช้คำพูด จากการพูดเป็นคำ วลี ประโยค และพัฒนาการสื่อสารได้ซับซ้อนขึ้นตามลำดับ ในช่วงดังกล่าวในบางครั้งเด็กอาจมีการพูดติดขัด พูดซ้ำย้ำคำพูด หรือพูด
“อือ” หรือ “อา”ขณะที่กำลังคิดคำพูดในการสนทนา เนื่องจากเด็กยังมีความจำกัดของคำศัพท์ที่ใช้ การเรียบเรียงคำพูดในการสื่อสาร โดยลักษณะดังกล่าวเป็นการพูดไม่คล่องแบบปกติที่เกิดขึ้นได้ แต่ก็มีโอกาสพัฒนาเป็นการติดอ่างจริงได้ ดังนั้นเพื่อป้องกันปัญหาดังกล่าว คุณพ่อคุณแม่ควรเป็นแบบที่ดีในการพูดแก่ลูก ควรสนใจคำพูดหรือสิ่งที่ลูกพูด เป็นผู้ฟังที่ดี ไม่ควรเร่งเด็กให้พูด
ควรรอให้ลูกพูดให้จบประโยคด้วยตนเอง เมื่อลูกพูดติดไม่ควรตำหนิหรือเปรียบเทียบการพูดของลูกกับเด็กอื่น ไม่แสดงสีหน้าหรือพฤติกรรมที่จะเป็นการกดดัน หรือแสดงความรู้สึกกังวลกับการพูดของลูกให้ตัวเด็กรู้สึกได้ เพราะสิ่งเหล่านี้จะยิ่งทำให้เด็กมีประสบการณ์ไม่ดีกับการพูด ขาดความมั่นใจในการพูด กลัว กังวลกับการพูดยิ่งขึ้น ทำให้เด็กมีปัญหาการพูดติดอ่างยิ่งขึ้นได้ ดังนั้นถ้าคุณพ่อคุณแม่รู้สึกว่าเด็กยังพูดติดอ่างอยู่ ควรพาเด็กมาพบนักแก้ไขการพูด เพื่อประเมินการพูดและฝึกพูด จะได้แก้ไขปัญหาการพูดอย่างเหมาะสมต่อไป







