posttoday
คิดต่างอย่างไรให้สร้างสรรค์

คิดต่างอย่างไรให้สร้างสรรค์

26 สิงหาคม 2556

โดย...คุณหนูอี้

โดย...คุณหนูอี้

เคยมีคำกล่าวว่า กุญแจดอกสำคัญที่จะนำไปสู่ “คำตอบสุดท้าย” ที่สร้างสรรค์ ไม่ได้มาจากการคิดเพียงชั้นเดียว หากต้องอาศัยกระบวนการวิเคราะห์และสังเคราะห์หลายตลบจากหลายฝ่าย

เชื่อว่าหลายครั้งในการประชุม หรือร่วมกันหาข้อสรุปบางอย่าง ไม่ว่าจะเป็นในกลุ่มเพื่อน ครอบครัว หรือในที่ทำงาน มักนำไปสู่การโต้แย้งและกลายเป็นความขัดแย้งในที่สุด ซ้ำร้ายบางครั้งรอยร้าวที่เกิดขึ้นนี้ไม่ได้ประสานดั่งเดิมเมื่อก้าวออกจากห้องประชุม แต่ลามไปกระทบความสัมพันธ์ส่วนตัวด้วย

สถานการณ์ หัวหน้าเอโมโหลูกน้องในทีมที่ไม่ช่วยกันคิดกลยุทธ์การตลาดใหม่ๆ กี่ไตรมาสก็มีแต่ไอเดียที่คล้ายเดิมๆ เปลี่ยนแค่ชื่อแคมเปญหรือของรางวัล ที่สำคัญพอมาลองคิดๆ ดู หัวหน้าเอรู้สึกว่าสุดท้ายแล้วไอเดียการตลาดแต่ละปีล้วนเป็นความคิดที่ตั้งต้นมาจากเขาทั้งนั้น

ทางออก ก่อนที่หัวหน้าเอจะโมโหโทโสลูกน้องจนหลอดเลือดในสมองแตกไปเสียก่อน ขอให้ใจเย็นๆ และถอยตัวเองออกมาจากอารมณ์หงุดหงิดที่สุมอยู่ในอก แล้วเปิดตาเปิดใจมองในสองด้าน คือ หนึ่ง ถามใจตัวเองก่อนว่าที่ผ่านมา เขาสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่หัวหน้าหรือผู้บริหารต้องเป็นศูนย์กลางอำนาจและความคิดแต่เพียงผู้เดียวหรือไม่ ถ้าคำตอบคือใช่ ก็ไม่ต้องโมโหให้เส้นเลือดสมองทำงานหนักจนแตก เพราะแค่นี้ก็รู้แล้วว่าปัญหาอยู่ที่หัวหน้าเอที่ไม่เคยยอมเปิดใจฟังลูกน้อง หรือพูดง่ายๆ คือ แค่เรียกประชุม หรือก้าวเท้าเข้ามาในห้อง ลูกน้องก็รู้แล้วว่าแผนการตลาดปีนี้หน้าตาจะเป็นอย่างไร ดังนั้นจึงไม่กระตือรือร้นจะเสนอไอเดียใหม่ๆ เพราะสุดท้ายแล้ว แผนที่หัวหน้าเอจะเลือกก็ไม่พ้นแผนการตลาดที่ตัวเองปลุกปั้นมา

จะดีกว่ามั้ยถ้าหัวหน้าเอลองเปิดใจพิจารณาไอเดียแผนการตลาดของลูกน้องในทีม เพื่อจะได้ไอเดียใหม่ๆ ไม่จำเจ แน่นอนว่าแผนการตลาดที่เสนอมาอาจไม่ดีเยี่ยม นำไปใช้ได้จริง 100% แต่อย่างน้อยถ้าทุกคนในทีมช่วยกันคิด ช่วยกันโต้แย้งหาจุดบกพร่อง ใครจะรู้ว่าไอเดียทองอาจอยู่ในนั้นก็ได้

อีกด้านหนึ่ง หากคำตอบของหัวหน้าเอในคำถามข้างต้นคือไม่ หัวหน้าเออาจต้องย้อนมามองปัญหาที่เกิดกับลูกทีม โดยอาจกระตุ้นให้เกิดสภาพแวดล้อมที่เน้นการแสดงความคิดเห็นที่สร้างสรรค์ภายในแผนก หรือหัวหน้าเออาจหาโอกาสพัฒนาความคิดของลูกน้องด้วยการส่งไปอบรม สัมมนา เพื่อเปิดมุมมอง โลกทัศน์ใหม่ที่เป็นประโยชน์ต่อหน้าที่การงาน เป็นต้น

สถานการณ์ กานดาวสี พนักงานแผนกสื่อสารองค์กร ไม่มองหน้า ไม่พูดไม่จากับนารีรัตน์ เพื่อนสาวแผนกเซลส์มาหลายสัปดาห์แล้ว ทั้งที่ก่อนหน้านี้ทั้งสองเป็นเพื่อนเรียนมหาวิทยาลัยมาด้วยกัน สนิทกันจนเพื่อนๆ ในองค์กรเคยตั้งฉายาให้ว่า “คู่ซี้ปาท่องโก๋” ทว่า หลังการประชุมร่วมกันระหว่างสองแผนกในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ที่เคยหวานก็เริ่มขม จนเพื่อนร่วมงานในออฟฟิศเริ่มเมาท์กันว่า จุดแตกหักระหว่างสองเพื่อนซี้ คือ ทั้งสองเห็นไม่ตรงกันเกี่ยวกับโปรเจกต์ใหม่ของบริษัท ทำให้ทั้งคู่เถียงกันหน้าดำหน้าแดง

ทางออก มองใน 2 ระดับคือ ในระดับความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อน ก่อนอื่นทั้งกานดาวสีและนารีรัตน์ต้องเข้าใจโลกแห่งการทำงานเสียใหม่ว่า งานคืองาน อย่าเอามาปะปนกับความสัมพันธ์ เพราะการโต้แย้งถกเถียงเพราะคิดต่างเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ เพียงแต่การโต้แย้งนั้นต้องไม่ใช้อารมณ์เป็นตัวนำ เพราะตราบที่เป็นการโต้แย้งบนหลักการและเหตุผล การคิดต่างย่อมนำมาซึ่งไอเดียที่สร้างสรรค์และประโยชน์ของทุกฝ่าย แทนที่จะแข่งกันว่าใครเป็นผู้ชนะ

ขณะเดียวกัน ถ้าปัญหาที่เกิดขึ้นนี้กลายเป็นที่โจษจันของเพื่อนร่วมงาน หัวหน้าของทั้งสองคนก็ไม่ควรนิ่งนอนใจ หรือปล่อยให้ความบาดหมางนี้ดำเนินต่อไป เพราะย่อมไม่เป็นผลดีต่องาน จึงควรเรียกทั้งสองเข้ามาปรับความเข้าใจ อธิบายด้วยหลักการและเหตุผล เพราะบางครั้งคนที่ผงเข้าตาตัวเองก็เขี่ยไม่ออก การที่มีบุคคลที่สามยื่นมือเข้ามาช่วยย่อมเป็นสิ่งที่ถูกต้อง

ask the expert...

Q : ดิฉันทำงานมานานเกือบ 20 ปี รู้สึกเบื่อไม่แอ็กทีฟ แบบเดตวู้ดไม่ตายแต่ก็ไม่โต จะสร้างพลังใจในการทำงานอย่างไรได้บ้าง?

A : นพ.พันธ์ศักดิ์ ศุกระฤกษ์ ผู้อำนวยการทางการแพทย์ ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย ไวทัลไลฟ์ ในเครือโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวว่า “การทำงานแบบทำไปวันๆ โดยไม่มีอะไรที่แปลกใหม่นั้น แท้ที่จริงแล้วเป็นการทำร้ายตัวเองอย่างหนึ่ง เพราะจะทำให้ตนเองรู้สึกไร้ค่า ไม่มีใครสนใจ

ทางที่ดีต้องหันกลับมากระฉับกระเฉงและปรับปรุงตัวเองใหม่ เพื่อที่จะฝากบางสิ่งบางอย่างที่เป็นผลจากการทำงานอย่างทุ่มเทจนกระทั่งถึงวินาทีสุดท้ายที่จะจากไป เพื่อที่ชื่อจะได้ดำรงคงอยู่กับองค์กรต่อไป เรื่องแบบนี้หลายต่อหลายคนไม่สนใจที่จะทำ และเมื่อต้องจากไปอย่างเงียบเหงาแล้วก็จะยิ่งรู้สึกว่าตนเองไร้ค่า ทำให้เกิดปัญหาหลังวัยเกษียณเป็นส่วนใหญ่ ต่างจากผู้ที่ลุกขึ้นมาทำตัวเองให้กระฉับกระเฉงและทำงานเต็มที่ เมื่อมีผลงานเข้าตาหลังเกษียณก็จะมีคนชวนไปเป็นที่ปรึกษา ทำให้ชีวิตมีคุณค่าเพิ่มขึ้น”

He Said / She Said

ป้องพนักงานบริษัท

“ชอบผู้หญิงอาร์ตๆ แต่งตัวอาร์ตๆ อารมณ์อาร์ตๆ ไม่ถึงกับหวาน แต่ก็ไม่ได้เปรี้ยวซ่าจนเกินเหตุ ดูแล้วน่าค้นหา”

เปิ้ลพนักงานบริษัท

“ชอบหนุ่มๆ ช่างเอาใจ ชอบเทกแคร์ แต่ในชีวิตยังไม่เคยเจอเลยค่ะ (หัวเราะ) และชอบคนรุ่นเดียวกัน ไม่ก็แก่กว่าเราไม่กี่ปี จะได้พูดภาษาเดียวกันเข้าใจ”

Quote

“หยิบกล้องขึ้นมา แล้วถ่ายอะไรสักอย่าง ไม่ว่าจะเป็นหนังสั้นหรือหนังยาว หนังซีเรียส หรือหนังบ้าๆ บอๆ หรือว่าจะมีญาติพี่น้อง เพื่อนสนิท แฟนสาวเป็นดาราในเรื่อง ถ่ายไปเหอะ ถ่ายให้จบ ตัดให้เสร็จ แล้วก็ใส่เครดิตชื่อคุณว่าเป็นผู้กำกับ เท่านี้คุณก็ได้เป็นผู้กำกับแล้ว ส่วนหลังจากนั้นมันเป็นแค่เรื่องของการต่อรอง ของบถ่ายหนัง แล้วก็เรียกค่าตัว เท่านั้นเอง”

เจมส์ คาเมรอน ผู้กำกับชื่อดัง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท