
กลยุทธ์แห่งความสำเร็จ มองให้ชัดถึงสิ่งที่อยู่รอบตัวคุณ!
เรื่องของเรื่องคือสิ่งแวดล้อม คุณเคยเข้าห้องน้ำสาธารณะใช่หรือไม่ และก็คงได้เคยสัมผัสอยู่บ้างกับประสบการณ์กลิ่นฉุนรุนแรง
โดย...ไดนาห์ ชอว์ / ภาพ คลังภาพโพสต์ทูเดย์
เรื่องของเรื่องคือสิ่งแวดล้อม คุณเคยเข้าห้องน้ำสาธารณะใช่หรือไม่ และก็คงได้เคยสัมผัสอยู่บ้างกับประสบการณ์กลิ่นฉุนรุนแรง รุนแรงขนาดที่ว่าทำให้คุณหายใจไม่ออก แล้วไงคุณอยากเข้าห้องน้ำเสียจนต้องยอมทน หลังจากทนกลิ่นมหากาฬไม่รู้ลืมนั่นได้ห้านาที เฮ้ย! เกิดอะไรขึ้น กลิ่นในตอนนี้ไม่ฉุนเฉียวเหมือนในตอนแรกอีกแล้ว
สถานการณ์ จะเป็นอย่างไร ถ้าคุณปิดกุญแจขังตัวเองอยู่ในห้องน้ำที่เหม็นโฉ่นั้นต่อไปอีกสัก 1 ชั่วโมง (โอ้! พระเจ้า) สถานการณ์นี้น่าสนใจ เพราะคุณจะเดินตาลอยออกมาจากห้องน้ำนั้นอย่างงงๆ “อะไร กลิ่นอะไรที่ไหนเหรอ?”
ทางออก มีกฎข้อหนึ่งที่นำมาใช้ในกรณีนี้ นั่นก็คือ เราจะเคยชินกับสภาพแวดล้อมของเราเอง! นี่เป็นกฎที่คนทำงานทุกคนต้องท่องให้ขึ้นใจ ไม่เช่นนั้นคุณจะอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก แบบว่า เคยชิน (คุณจะไม่หนีออกจากห้องน้ำนรกนั่นด้วยซ้ำ) เมื่อคุณอยู่กับคนเจ้าทุกข์ คุณก็จะกลายเป็นคนเจ้าทุกข์ เมื่อคุณอยู่กับคนช่างวิตก คุณก็จะกลายเป็นคนวิตกจริต คุณกลายเป็นพวกเดียวกับพวกเขา
สถานการณ์ ถึงตอนนี้คุณก็กลายเป็นคนเจ้าทุกข์ เป็นคนขี้กังวล และเป็นอะไรอีกหลายอย่างที่ (ครั้งหนึ่งคุณเคย) ไม่ต้องการ แล้วจะทำอย่างไรล่ะ
ทางออก ใช้เวลาไม่นานเลยที่เราจะเคยชิน ก่อนจะเปลี่ยนผ่านกลายเป็นสิ่งที่เราต้องกลายเป็น ผลลัพธ์จะยิ่งเลวร้ายหากนั่นเป็นคุณสมบัติไม่พึงประสงค์ของคนทำงาน รีบดึงตัวเองออกจากสิ่งแวดล้อมที่แย่ ลองคิดดูว่าจะเป็นอย่างไรที่อยู่ๆ เราก็กลายเป็นคนช่างวิจารณ์ เพราะเราทำงานกับคนช่างติ หากเพื่อนของคุณโกหก คุณอาจกังวลในตอนแรก แต่ท้ายที่สุดคุณก็จะชินกับการที่เพื่อนร่วมงานโกหกกัน และหากคุณสุงสิงกับเขานานพอ คุณก็จะเริ่มโกหกบ้างเหมือนกัน!
สถานการณ์ พวกเราต่างได้รับผลกระทบจากผู้คนและทัศนคติที่อยู่รอบตัว บางครั้งเราจำต้องลงมือทำอะไรบางอย่าง หรือเปลี่ยนคนที่เราคบค้าอยู่ โดยต้องลงมือทันทีที่ “มีกลิ่นผิดปกติ” เพราะมันกำลังบอกคุณว่า อะไรบางอย่างที่ไม่ค่อยดีอยู่แถวๆ นี้
ทางออก คบกับคนที่มีความสุขสิ คุณจะมีความสุขและมีแรงกระตุ้นที่ดี มีแรงจูงใจที่จะทำตัวเองให้มีความสุขยิ่งๆ ขึ้น มีแรงกระตุ้นและแรงจูงใจในเชิงบวกต่อการทำงานและสิ่งต่างๆ โดยคิดว่านั่นเป็นเรื่องปกติที่ทุกๆ คนทำกัน ฟังไม่ยากใช่ไหม?
ถึงตอนนี้ก็ถึงเวลามองไปรอบๆ ตัว ดูผู้คนที่อยู่รอบตัวว่า เขามองโลกแง่ร้ายและเป็นคนเจ้าทุกข์มากน้อยแค่ไหน อาจถึงเวลาที่คุณต้องออกไปหาเพื่อนใหม่ที่สดใสร่าเริง เพื่อนที่มีความสุข และเติมความสุขใส่ให้กับชีวิตคุณ คบหาสมาคมกับคนที่มองโลกแง่ดีเข้าไว้ หาไม่แล้วบรรดาคนมองโลกลบๆ จะพากันดึงคุณให้ดิ่งเหวถึงก้น แบบที่คุณไม่ทันรู้ตัว
Ask the Expert
Q. ผมทำงานที่บริษัทใหญ่แห่งหนึ่งมาเป็นเวลา 15 ปี ระยะหลังบริษัทมีกฎระเบียบเพิ่มขึ้นมาก จนพนักงานรุ่นเก่าๆ เริ่มบ่นกันว่าออฟฟิศอยู่ยากขึ้นทุกวัน ตัวผมเองก็มีการปรับตัวเยอะ บางอย่างก็รับได้ บางอย่างก็รู้สึกว่ามากไป บ่อยครั้งที่รู้สึกเบื่อ จะปรับตัวอย่างไรดีให้อยู่อย่างมีความสุขครับ?
A. จักรพันธ์ จันทรัศมี Consulting Partner บริษัท ออคิด สลิงชอท ให้คำตอบว่า การเปลี่ยนแปลงในองค์กรมีผลกระทบทั้งด้านบวกและด้านลบ เราจะสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงถ้าเรารู้สึกว่าสิ่งนั้นเป็นคุณแก่เรา เช่น การได้เลื่อนตำแหน่ง การประกาศยกเลิกทำงานวันเสาร์ ในขณะที่เราจะต่อต้านและรู้สึกอึดอัด หากการเปลี่ยนแปลงนั้นทำให้เรารู้สึกสูญเสีย เช่น การปรับเปลี่ยนขั้นตอนการทำงาน การเพิ่มเวลาให้บริการลูกค้าเป็น 7 วันต่อสัปดาห์ แต่สุดท้ายถ้ายังต้องการทำงานกับองค์กรอย่างมีความสุข ก็ต้องปรับตัว และหากคิดจะลาออก ก็ไม่มีอะไรรับประกันว่าที่ใหม่จะไม่มีการเปลี่ยนแปลง
สิ่งที่ควรทำ คือ ใช้สติไตร่ตรองดูว่าทำไมองค์กรต้องเปลี่ยนแปลง เปลี่ยนแล้วมีข้อดีต่อตัวเราและองค์กรในระยะยาวอย่างไร จากนั้นตรวจสอบสถานะตัวเองว่าทักษะอะไรที่จะต้องเพิ่มเติมเพื่อก้าวให้ทันการเปลี่ยนแปลง ควรปรึกษาและขอคำแนะนำจากหัวหน้างาน หรือผู้มีประสบการณ์
อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในออฟฟิศ แต่เกิดขึ้นกับโลกใบนี้ ดังนั้นเราควรฝึกตัวเองให้คุ้นเคยกับการเปลี่ยนแปลง เช่น เคยนอนดึกก็ลองนอนหัวค่ำดูบ้าง เวลาเข้าอบรมชอบนั่งหลังสุด ลองเปลี่ยนมานั่งแถวหน้าสุด หรือเคยพูดมากๆ ลอง เงียบดูสักวัน
He Said / She Said
ตี๋ธุรกิจส่วนตัว
“ผมไม่ได้ชอบคนที่สวยมากๆ แต่ชอบผู้หญิงที่เฟรนลี ยิ้มแย้ม อยู่ด้วยแล้วมีความสุข”
น้ำธุรกิจส่วนตัว
“ชอบผู้ชายตี๋เข้ม คือ ดูแมนๆ ไม่ต้องเนียนแบบเกาหลี แต่ขอให้เท่แบบพี่หลิวเต๋อหัวนี่ใช่เลยค่ะ”
Quote
“ฉันเรียนมาทางด้านสถาปัตย์ ไม่เคยวางแผนเอาไว้ก่อนเลยว่าจะเข้ามาอยู่ในวงการภาพยนตร์ ธุรกิจนี้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่เข้ามาในภายหลัง ซึ่งพอฉันได้รับโอกาส ฉันก็ไปเข้าคอร์สเรียนการแสดงอย่างกระตือรือร้น และจริงจังกับการทดสอบเช่นเดียวกับสมัยที่เรียนสถาปัตย์เลย และเมื่อถึงตอนที่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ไม่ว่าจะทางใดก็ไม่ใช่เรื่องยาก และตอนนี้การแสดงเป็นงานหลักของฉันอย่างเต็มภาคภูมิ”
อิชวารยา ไร บัคจัน นักแสดงบอลลีวูด







