
ธรรมบรรยาย ณ วัดพระแก้วน้อมถวายเป็นพระราชกุศล...เมื่อ ๒๑ ก.ค. ๒๕๕๖(ตอน ๓)
ในห้วงเวลาที่กำลังดำเนินงานตามหน้าที่ของความเป็นครูบาอาจารย์ อาตมาก็ได้รับนิมนต์ไปเป็นองค์ธรรมบรรยาย
โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส
ในห้วงเวลาที่กำลังดำเนินงานตามหน้าที่ของความเป็นครูบาอาจารย์ อาตมาก็ได้รับนิมนต์ไปเป็นองค์ธรรมบรรยาย นำศรัทธาสาธุชนเจริญพระพุทธมนต์และอบรมจิตตภาวนา ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระบรมมหาราชวัง กรุงเทพฯ โดยคณะกรรมการจัดงานฯ ได้ส่งหนังสือมาอาราธนานิมนต์ ซึ่งได้รับพระบรมราชานุญาตในการใช้พระอุโบสถประกอบศาสนกิจดังกล่าว จาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และได้รับพระราชานุญาตในการจัดงานถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพใน สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ที่ ๒๘ ก.ค. ๒๕๕๖... อาตมาจึงได้นำพระภิกษุสงฆ์ทั้งไทยและอินเดียไปร่วมงานดังกล่าว ถึง ๒๘ รูป เพื่อความเป็นมงคลในศาสนพิธี ดังภาพข่าวที่เผยแพร่ไปทั่วประเทศ ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง ๑๑
จริงๆ แล้ว งานสวดพระปริตรอธิษฐานจิตเพื่อแผ่นดินไทยดำเนินมายาวนาน เข้าสู่ปีที่ ๗ มีการจัดงานถึง ๔๖ ครั้ง นับว่าไม่ธรรมดาเลย ในความมุ่งมั่นที่จะร่วมกันประกาศอำนาจธรรมให้แผ่กว้างไปทั่วแผ่นดินไทย โดยเฉพาะในห้วงเวลาที่ประเทศประสบปัญหาภายใน จากความแตกแยกของประชาชน ด้วยผลพิษจากการเมืองน้ำเน่า... ซึ่งในการจัดงานทุกครั้ง อาตมาก็รับหน้าที่เป็นประธานนำสวดและเป็นองค์บรรยายธรรมในทุกครั้ง ในแต่ละครั้งมีประชาชนมาร่วมงานกันมากมาย จนมากขึ้นๆ ไปตามลำดับ ที่สำคัญคือเป็นหมู่ชนที่มีคุณภาพ เชื่อมั่นในธัมมานุภาพ ศรัทธาในพระรัตนตรัยอย่างแท้จริง... อาตมาจึงเต็มใจในการรับภาระหน้าที่ดังกล่าว อันเป็นไปตามคำอาราธนานิมนต์ของ ท่านแก้วขวัญ วัชโรทัย เลขาธิการสำนักพระราชวัง ในครั้งแรก ณ บ้านพักของ พล.อ.จรัล กุลละวณิชย์ ผู้มีศรัทธาในพระพุทธศาสนา และมีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นอย่างยิ่ง
แต่การจัดงานก็มิได้ราบเรียบนัก แม้จะเดินทางมายาวนานถึง ๗ ปี เพราะในช่วงหลังๆ มีการปรับเปลี่ยนการยื่นเรื่องขออนุญาตการใช้พระอุโบสถ และเนื่องจาก ท่านแก้วขว้ญ วัชโรทัย เลขาธิการสำนัพระราชวัง มีปัญหาด้านสุขภาพด้วยวัยชรา... คณะกรรมการจัดงานฯ จึงออกอาการรวนเรพอสมควร ว่า จะดำเนินการจัดงานลักษณะดังกล่าวต่อไปหรือไม่... หากดำเนินการต่อไป จะใช้สถานที่ ณ แห่งใดที่จะเหมาะสม ควรแก่การร้อยดวงใจของชาวไทยให้เป็นหนึ่ง เพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ตลอดจนพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ดังที่เคยปฏิบัติกัน
ดังนั้น จึงเป็นเรื่องที่น่าปีติยินดีอย่างยิ่ง เมื่อ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงโปรดเกล้าฯ พระราชานุญาตให้คณะกรรมการจัดงานฯ โดยการสนับสนุนของ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดงานสวดพระปริตรอธิษฐานจิตเพื่อแผ่นดินไทย น้อมถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพได้ ดังเรื่องที่ได้กล่าวไปแล้วในตอนต้น... อาตมาจึงรับอาราธนานิมนต์มาเป็นประธานในพิธีเหมือนเดิม และน่าชื่นใจเมื่อศรัทธาสาธุชนมาร่วมงานมหากุศลดังกล่าวกันมากมาย ดังภาพข่าวที่ปรากฏ อาตมาจึงได้บรรยายธรรมนำปฏิบัติบูชาด้วยธรรมปฏิบัติที่พอเหมาะกับเวลาถ่ายทอดสดหนึ่งชั่วโมง ซึ่งยากมากต่อการประมวลธรรมลงสู่จิตของศรัทธาสาธุชน แต่ก็ได้กระทำไปแล้ว และได้รับผลน่าพึงใจ ที่เกิดจากการถือปฏิบัติตามของสาธุชนผู้มั่นคงในพระพุทธศาสนา เมื่อคณะศิษย์ศรัทธาได้ถอดเทปธรรมบรรยายและปรารถนาให้เผยแพร่ไปยังสาธุชนผู้อ่าน จึงขอนำเสนอทาง “ธรรมส่องโลก” เพื่อประโยชน์แห่งสาธุชน พึงตั้งใจอ่านอย่างพิจารณาและควรนำไปปฏิบัติตาม ก็จะเกิดประโยชน์อย่างยิ่งต่อการเจริญสติปัญญา อันเป็นไปตามแนวปฏิบัติในพระพุทธศาสนา แม้จะเป็นธรรมบรรยายเชิงสรุปเพราะเวลาจำกัด แต่ก็ไม่บกพร่องในเนื้อหาสาระธรรม จึงขอนำมาเผยแพร่เพื่อการเคารพธรรม เพื่อการบูชาธรรมร่วมกันในบัดนี้...
“ขอเชิญสาธุชนทั้งหลายได้อยู่ในความสำรวมทั้งภายในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ทั้งที่อยู่ในปริมณฑลภายนอกพระอุโบสถ และสาธุชนผู้อยู่ทางบ้านในทุกจังหวัดทั่วประเทศไทย ที่ได้ติดตามการถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์ช่อง ๑๑ กรมประชาสัมพันธ์ พึงพร้อมกันทำความสำรวมด้วยกายวาจาใจ ให้สงบนิ่งอย่างมีสติ คือมีความระลึกรู้ชอบ มีสัมปชัญญะมีความพรั่งพร้อมในการกระทำอันชอบ เพื่อประกอบการเจริญภาวนาสดับตรับฟังธรรมบรรยายอบรมจิตในเบื้องต้น เพื่อยังให้จิตทุกคน รวมถึงพระสงฆ์ที่ประชุมกันอยู่ ณ ขณะนี้ ในพระอุโบสถ ได้ถึงความเป็นกุศลจิต เข้าถึงกุศลธรรม เพื่อกุศลวิบาก ก่อให้เกิดเป็นอำนาจของมหากุศลที่ได้ก่อเกิดขึ้นในดวงจิตของท่านทั้งหลาย ที่สำเร็จด้วยการกระทำการปฏิบัติบูชาคุณของพระศรีรัตนตรัยในกาลสำคัญดังกล่าวนี้ เพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เนื่องในวโรกาสมหามงคลที่จะถึงในเบื้องหน้า อันเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพที่ ๒๘ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๕๖...
บัดนี้ เมื่อพุทธบริษัททุกฝ่ายมีความพรั่งพร้อมกันด้วยกายวาจาใจ ดีแล้ว หรือชำระจิตใจด้วยอำนาจแห่งศรัทธาธรรม ให้จิตมั่นคงดำรงอยู่อย่างสงบ ระงับจากราคะความยินดีในกามคุณ, ระงับจากปฏิฆะความขุ่นเคืองคับแค้นใจ ความไม่ชอบใจ, ขจัดซึ่งความหดหู่เบื่อหน่าย และตัดให้สิ้นซึ่งความลังเลสงสัยในพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ มุ่งมั่นแสดงความเคารพนอบนบอย่างไม่มีวิจิกิจฉา ให้จิตตั้งมั่นรวมอยู่ที่ฐานแห่งจิตที่รวมลงที่กายนี้ โดยให้กายนี้เป็นที่ตั้งของการรวมจิตลงไป สติควบคุมจิตรวมลงที่รูปหรือกายนี้ เพื่อให้อยู่ในประเทศแห่งภายใน อันให้เป็นไปเพื่อความเป็นแนวเดียวของจิตเพื่อสู่ความตั้งมั่น หรือสู่ความเป็นสมาธิตามแนววิธีเจริญสติในพระพุทธศาสนา
อ่านต่อฉบับหน้า







