
ควอตซ์ กลุ่มพลอยเนื้ออ่อนที่หลากหลาย (2)
โดย...สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์กรมหาชน)
โดย...สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์กรมหาชน)
มาว่าด้วยเรื่องควอตซ์กันต่อ... คราวนี้เป็นประเภทที่ 2 คือ พวกที่มีผลึกเล็กละเอียด เนื้อเนียนละเอียด สีต่างๆ (Cryptocrystalline Varieties)
คาลซิโดนี (Chalcedony) มีสีต่างๆ มากมาย มีความวาวคล้ายขี้ผึ้ง ความโปร่งพอประมาณ มีมากมายหลายชนิดที่มีลักษณะสีความสวยงามแตกต่างกันไป เช่น คาร์เนเลียน (Carnelian) มีสีแดงเข้ม – แดงส้ม ซาร์ด (Sard) มีสีแดงแกมน้ำตาล คริโซเพรส (Chrysoprase) มีสีเขียวแอปเปิลคล้ายหยก เลือดพระลักษณ์ (Bloodstone) มีจุดประสีแดงในเนื้อสีเขียวเข้ม โอนิกซ์ (Onyx) มีลักษณะเป็นลายชั้นสลับสีสวยงามเหมือนขนมชั้น เช่น สีน้ำนมสลับสีน้ำตาล สีขาวสลับสีดำ หรือเทา เป็นต้น
โมรา (Agate) มีลักษณะเด่น คือ มีชั้นสี แถบสีที่ขนานกัน อาจเป็นแนวขนานตรง โค้งวงกลม โค้งเหมือนคลื่น โค้งบินวนไปมา หรือเป็นแนวขนานไม่แน่นอน มีความโปร่งพอประมาณ สีที่เกิดสลับชั้นกันมีหลายสี เช่น เทา แดง ส้ม น้ำตาล เป็นต้น บางครั้งอาจจะมีลักษณะรูปร่างต่างๆ อยู่ในเนื้อแร่ เช่น Moss Agate รูปร่างคล้ายกิ่งไม้ สาหร่าย มอสเฟิร์น Scenic Agate รูปร่างคล้ายทิวทัศน์ต่างๆ เช่น เหมือนทะเลสาบ ภูเขา พุ่มไม้ ป่าไม้ ภูมิประเทศต่างๆ เป็นต้น
ทั้งคาลซิโดนีและโมราต่างมีความสวยงาม มีคุณค่า และเป็นที่นิยมพอกัน ส่วนใหญ่จะนำมาเจียระไนรูปโค้งมนต่างๆ แกะสลัก แผ่นแบน แผ่นขัดมัน เพื่อทำเป็นเครื่องประดับ ของที่ระลึก วัสดุตกแต่ง เป็นต้น ส่วนควอตซ์เนื้อละเอียดที่มีสีด้านเข้ม มีความวาวไม่มาก มีความโปร่งน้อย หรือทึบแสง เช่น หินเหล็กไฟ (Flint) เชิร์ต (Chert) แจสเพอร์ (Jasper) ซึ่งมีสีต่างๆ ได้รับความนิยมบ้างพอสมควรสำหรับทำเป็นเครื่องประดับ ของที่ระลึก หรือวัสดุตกแต่งเช่นกัน
สำหรับไม้กลายเป็นหิน (Petrified Wood) ซึ่งเกิดจากการที่มีแร่พวกซิลิกา หรือแร่ชนิดอื่นๆ เข้าไปแทนที่ในเนื้อไม้เดิม โดยอาจจะเหลือโครงสร้างเดิมของเนื้อไม้ให้เห็นบ้างหรือไม่เห็นเลยก็ได้ ซึ่งไม้กลายเป็นหินนี้ก็มีสีสันต่างๆ ได้เช่นกัน ส่วนมากนิยมสะสมเป็นวัสดุตกแต่ง อุปกรณ์ประดับต่างๆ







