
ธรรมบรรยายณ วัดพระแก้วน้อมถวายเป็นพระราชกุศล...เมื่อ ๒๑ ก.ค. ๒๕๕๖ (ตอน ๕)
เบื้องต้น จึงขอเชิญชวนสาธุชนทุกๆ ท่าน ที่พรั่งพร้อมกันใน ณ มณฑลพิธีอันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ อันมี “องค์พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรพระแก้วมรกต”
โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส
เบื้องต้น จึงขอเชิญชวนสาธุชนทุกๆ ท่าน ที่พรั่งพร้อมกันใน ณ มณฑลพิธีอันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ อันมี “องค์พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรพระแก้วมรกต” เป็นองค์พระประธานในพิธี ซึ่งประดิษฐานในพระอุโบสถหลวงแห่งนี้ ที่เป็นศูนย์รวมจิตรวมใจของประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า ในฐานะพุทธศาสนิกชนชาวไทย อันมีความศรัทธาตั้งมั่นเลื่อมใสในพระพุทธ ในพระธรรม ในพระสงฆ์ เพื่อจะได้รวมร้อยเรียงดวงใจทุกคนให้เป็นหนึ่งดวงแห่งธรรม และเพื่อการอัญเชิญหนึ่งดวงธรรมที่สำเร็จด้วยดีแล้วนี้ ถวายบูชาซึ่งพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ เพื่อให้ถึงอำนาจแห่งธรรม เพื่อให้ถึงซึ่งความแผ่กว้างไปด้วยธรรมานุภาพ อันจะให้เกิดความสุขความสงบ เกิดความสันติในสังคมไทย จะได้ถวายเป็นพระราชกุศลตามประสงค์ จึงขอให้ทุกท่านที่ปฏิบัติบูชาธรรมอยู่ในสถานที่ดังกล่าว หรือสาธุชนที่อยู่ทางบ้าน ได้พึงพร้อมเพรียงกันด้วยกายสงบ...จิตสงบ จะได้ร่วมกันสร้างความสมานฉันท์ ให้เกิดความสามัคคีธรรม เพื่อก่อเกิดสันติสุขขึ้นในดวงจิต อันจะได้อุทิศแผ่ไปสู่อาณาแห่งประเทศ สู่สัตว์ทั้งหลายน้อยใหญ่ และเพื่อพร้อมใจกันน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพระราชกุศลตามที่มีเจตนา...
บัดนี้ พึงเจริญภาวนาตามลำดับแห่งธรรมบรรยายที่จะนำสืบต่อไป...
...พึงตั้งกายให้ตรงดำรงสติให้มั่น สูดลมเข้าและเหยียดกายขึ้นตั้งตรง ปรับสภาพความพร้อมกายวาจาใจ ให้ดำรงอยู่ใน “สังวรธรรม” พึงเงี่ยโสตสดับธรรมประมวลลงสู่จิต อาตมาจะนำไปตามธรรมวิถีแห่งการบรรยายธรรม เพื่อพัฒนาจิตของท่านทั้งหลายให้อนุวัตไปตามธรรม ณ บัดนี้...
เนื่องในวโรกาสมหามงคลที่ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร สิริกิตยสมบูรณสวางควัฒน์ วรขัตติยราชสันตติวงศ์ มหิตลพงศอดุลยเดช จักรีนเรศยุพราชวิสุทธิ สยามมกุฎราชกุมาร จะได้ทรงมีพระชนมายุครบ ๖๑ พรรษา ในวันที่ ๒๘ ก.ค. ๒๕๕๖ นี้ อาตมภาพพระอาจารย์อารยะวังโส หรือพระครูปลัดวิริยวัฒน์ แห่งธรรมยุติกนิกายของคณะพระสงฆ์ไทย และในสมณศักดิ์ที่พระธัมมปฏิปัตติ วยาปติธารา นยกเถระ แห่งสยามวงศ์ของคณะพระสงฆ์ศรีลังกา ซึ่งสืบสายอรัญวาสีในปฏิปทาของหลวงปู่มั่นภูริทัตตเถระ ตามบัญชาแห่งพระอุปัชฌาย์นาม หลวงปู่จันทร์ กุสโล หรืออดีตพระพุทธพจนวราภรณ์
(อ่านต่อฉบับหน้า)







