posttoday
@Life

@Life

13 สิงหาคม 2556

เตรียมความพร้อมเพื่ออนาคตลูก

โดย...วรธาร

เตรียมความพร้อมเพื่ออนาคตลูก

สังคมที่เร่งรีบทำให้คุณแม่ยุคใหม่ต้องทำงานนอกบ้านและต้องทำหน้าที่ดูแลครอบครัวไปด้วย โดยเฉพาะลูกน้อยที่กำลังอยู่ในวัยเจริญเติบโตนับว่ายิ่งต้องให้ความใส่ใจเป็นพิเศษ เพราะทุกช่วงเวลาของลูกหมายถึงการพัฒนาการที่เพิ่มขึ้นของทั้งสมองและร่างกาย แม่ๆ อาจมีวิธีการเลี้ยงลูกแตกต่างกันออกไป

เจี๊ยบโสภิตนภา ชุ่มภาณี คุณแม่ยังสาวได้แชร์ประสบการณ์วิธีการเลี้ยงลูกชายสุดเลิฟ “น้องเบเน่” ที่ปัจจุบันอายุ 7 ขวบ ว่า จากการที่ได้เลี้ยงดูด้วยตัวเองทำให้ได้เห็นพัฒนาการลูกมาโดยตลอด เทียบปีที่แล้วกับปีนี้ค่อนข้างเห็นชัด ตอนถ่ายโฆษณาสก๊อต คิตซ์ ช็อกโก ปีที่แล้วดูเด็กมากทำตามที่แม่บอกทุกอย่าง แต่ปีนี้โตขึ้นเริ่มมีความคิดของตัวเองมากขึ้น จะใช้ข้ออ้างแบบเดิมมาบอกลูกไม่ได้อีกแล้ว ต้องหาเหตุผลมาอธิบายให้ฟัง ทำให้ต้องคอยค้นคว้าหาความรู้ต่างๆ เพื่อมาสอนและบอกลูกอยู่เสมอๆ อีกอย่างถ้าลูกชอบอะไรก็จะสนับสนุนตามเหมาะสม

“ความที่เบเน่ชอบวาดรูป เรียกว่า 2-3 ขวบ เริ่มจับดินสอปากกาได้ก็เริ่มวาดรูปแล้ว เจี๊ยบเลยให้ไปเรียนวาดรูปหลังเลิกเรียน ซึ่งนอกจากทำให้เขาได้เรียนรู้ในสิ่งที่ชอบแล้ว ศิลปะยังช่วยฝึกสมาธิ ตอนนี่เขานั่งอ่านหนังสือหรือวาดรูปได้เป็นชั่วโมง นอกจากนี้ยังให้เขาเล่นกีฬาด้วย เพราะคิดว่าการที่เด็กๆ ได้เล่นกีฬานอกจากเขาจะได้ออกกำลังกายยังฝึกให้เขามีเหตุมีผล รู้จักแพ้รู้จักชนะ มีไหวพริบ รู้ในเรื่องของการตัดสินใจ อีกอย่างการเล่นกีฬาจะทำให้กินอาหารได้มากขึ้น”

เธอบอกว่า อาหารมีส่วนสำคัญต่อพัฒนาการของเด็กโดยตนจะคอยดูแลอย่างใกล้ชิด เน้นให้กินอาหารเช้าและเป็นอาหารปลอดสารพิษ เช่น นม ข้าว ไข่ เพื่อให้หนักท้อง ไข่อย่างน้อย 12 ฟอง ส่วนอาหารกลางวันที่โรงเรียน อาหารเย็นจะเน้นให้ครบ 5 หมู่ พร้อมให้กินพวกอาหารเสริมควบคู่ไปด้วย เช่น ซุปไก่สกัดรสช็อกโกแลต “สก๊อต คิตซ์ ช็อกโก” ที่มีส่วนผสมของน้ำมันปลาที่มีดีเอชเอและโอเมกา 3 มีเลซิติน และวิตามินบี 12 สูง ซึ่งเขาชอบมากกินง่าย

อย่าปล่อยให้สมองเด็กขาดน้ำ

หนังสือ 100 วิธีสร้างเด็กฉลาดเก่งทันโลกของรักลูกบุ๊กส์ เขียนไว้ว่า การดื่มน้ำเปล่าที่ไม่แช่เย็นในปริมาณมากพอ คือ 68 แก้วต่อวันจำเป็นต่อสมองมาก แม้ว่าสมองจะดึงพลังงานจากอาหารมาใช้เป็นหลักก็ตาม แต่ร่างกายจะใช้ประโยชน์จากพลังงานได้มากน้อยย่อมต้องขึ้นกับการรักษาระดับน้ำในร่างกายและสมองด้วยเช่นกัน ที่สำคัญสมองสูญเสียน้ำในอัตราที่เร็วมาก คือก่อนที่เราจะรู้สึกว่ากระหายน้ำเสียอีก การดื่มน้ำเปล่าที่ไม่หวานและไม่เย็นบ่อยๆ จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้สมองของลูกพร้อมใช้งานอยู่เสมอ ทั้งนี้เพราะน้ำตาลคือตัวการสำคัญที่ทำให้ร่างกายเกิดภาวะขาดน้ำและน้ำเย็นก็ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการทำงานของสมองได้

ระวัง! อย่าทำใจให้เป็นแผล

ความโกรธพระพุทธเจ้าตรัสไว้ในวชิรสูตรและชิคุจฉิตัพพสูตร ว่า เหมือนแผลร้ายถูกสะกิดเข้าหน่อยก็มีหนองไหล และเหมือนหลุมอุจจาระถูกไม้เขี่ยก็ยิ่งเหม็น แล้วพระองค์ก็ตรัสเรียกคนขี้โกรธที่ถูกเขาว่าหน่อยก็ขัดเคือง ขึ้งเคียด เง้างอด ทำความดุร้าย ความเดือดดาลให้ปรากฏ ว่าเป็นบุคคลผู้มีจิตเหมือนแผล เป็นบุคคลที่ควรวางเฉย ไม่ควรคบ ไม่ควรเข้าใกล้ เพราะเขาจะด่าเราบ้าง จะตะเพิดเราบ้าง จะทำร้ายเราบ้าง และทำให้เราเสื่อมเสียบ้าง

แผลร้ายหรือแผลเรื้อรังจะหลั่งของไม่สะอาด คือ หนอง เลือดและเยื่อออกมา เมื่อถูกกระทบเข้าจะหลั่งสิ่งสกปรกเหล่านี้ออกมามากขึ้น คนมักโกรธพึงเห็นเหมือนแผลร้าย พฤติกรรมของคนมักโกรธพึงเห็นเหมือนการหลั่งสิ่งสกปรกของแผลร้าย คำพูดเล็กน้อยพึงเห็นเหมือนถูกสะกิดหรือเขี่ยด้วยไม้

เมื่อรู้อย่างนี้ขอให้ระลึกเสมอว่า ทุกครั้งที่เราโกรธเท่ากับทำตัวเหมือนแผลเน่าหรือหลุมอุจจาระที่ทุกคนรังเกียจ ไม่อยากเข้าใกล้ ไม่อยากคบ คำพูดหรือกิริยาอาการที่เราแสดงออกไปขณะโกรธก็เหมือนของสกปรกเหม็นเน่า เช่น หนอง เลือด ฉะนั้นถ้าต้องการเป็นคนสะอาดก็จงหลีกหนีสิ่งปฏิกูลเหล่านี้ให้ไกลด้วยการทำตนเป็นคนไม่มักโกรธ

ในวันหนึ่งๆ อาจเกิดการกระทบกระทั่งหรือล่วงเกินกันด้วยกายหรือวาจาบ้างก็อาจเป็นของธรรมดา แต่เมื่อมีใครล่วงเกินหรือทำไม่ดีต่อเรา ก็ลองคิดไปในทางที่ดีอย่างพระปุณณะใครจะว่าร้ายยังไงท่านก็ไม่เคยโกรธ แถมพูดในทางที่ดีว่า ยังดีที่เขาไม่ทำ (เลวกับเรา) ยิ่งไปกว่านี้ หรือไม่ก็คิดว่าเขาทำเลวมาอย่างหนึ่งเราได้ทำดีสองอย่างคืออดทนและให้อภัย ถ้าคิดและทำได้อย่างนี้ก็ยากที่ใครจะทำให้โกรธได้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท