posttoday
เมเจอร์นี้...หนีไม่พ้นแชมป์หน้าใหม่

เมเจอร์นี้...หนีไม่พ้นแชมป์หน้าใหม่

11 สิงหาคม 2556

ในที่สุดก็เดินทางมาถึงศึกกอล์ฟเมเจอร์สุดท้ายของฤดูกาล“พีจีเอ แชมเปี้ยนชิพ 2013” ซึ่งคราวนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 95 ชิงเงินรางวัลรวมถึง 8 ล้านเหรียญสหรัฐ

โดย...SK’96

ในที่สุดก็เดินทางมาถึงศึกกอล์ฟเมเจอร์สุดท้ายของฤดูกาล“พีจีเอ แชมเปี้ยนชิพ 2013” ซึ่งคราวนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 95 ชิงเงินรางวัลรวมถึง 8 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 248 ล้านบาท) ณ สนามโอ๊ก ฮิลล์ คันทรี คลับ พาร์ 70 ที่นิวยอร์ก, สหรัฐ วันที่ 811 ส.ค.

ต้องยอมรับว่ารายการนี้ยากที่ใครจะมาเบิ้ลแชมป์ได้ โดยนับตั้งแต่ปี 2001 เป็นต้นมา มีเพียง “พญาเสือ” ไทเกอร์ วูดส์ เพียงคนเดียวเท่านั้น ที่สามารถชูถ้วยถึง 2 ครั้ง แถม 2 ปีติดต่อกันด้วย (ปี 20062007) นอกนั้นแชมป์ในแต่ละปีจะหมุนเวียนเปลี่ยนหน้าไปเรื่อยๆ

และที่สำคัญ คือ เมเจอร์นี้เป็นเพียงเมเจอร์เดียวที่โปรจากเอเชียเคยผงาดซิวแชมป์มาได้เป็นครั้งแรกและครั้งเดียว จากฝีมือของ ยางยองอึน จอมสวิงจากเกาหลีใต้ ที่ฟอร์มเปรี้ยงเบียดชนะ ไทเกอร์ เมื่อปี 2009 แต่น่าเสียดายที่ในปีนี้หมดลุ้นแล้ว เพราะไม่ผ่านตัดตัว หลังตีเละถึง 146 (เกณฑ์เข้ารอบสกอร์ 143)

แน่นอนว่า ในปีนี้เต็ง 12 ก็หนีไม่พ้น 2 โปรท็อปโลกชาวสหรัฐ คือ ไทเกอร์ (มือ 1 โลก) และ ฟิล มิคเคลสัน (มือ 2 โลก) แชมป์เก่าปี 2005 แต่หลังผ่านการดวลวงสวิงกันไป 2 วัน พร้อมกับมีการตัดตัวเรียบร้อยแล้ว ดูๆ แล้วคงเป็นเรื่องยากที่พญาเสือและบิ๊กฟิลจะคว้าแชมป์ซ้ำได้อีก เพราะก่อนทีออฟในวันเสาร์ที่ 10 ส.ค. ตามห่าง “จ่าฝูง” เจสัน ดัฟเนอร์ ถึง 10 และ 11 สโตรก ตามลำดับ

ส่วน “แชมป์เก่า” รอรี แม็คอิลรอย (มือ 3 โลก/ไอร์แลนด์เหนือ) ก็ยังเอาแน่นอนไม่ค่อยได้ นับแต่เปลี่ยนมาใช้อุปกรณ์ “ไนกี้” ในปีนี้ดูเหมือนอาวุธยังไม่ค่อยคุ้นมือสักเท่าไหร่ |ซึ่งแม้จะดูดีขึ้นในรายการนี้ แต่ก็ตามผู้นำอยู่ 9 ช็อตเลยทีเดียว ยากที่จะป้องกันแชมป์ไว้ได้

คนที่จะผงาดชูโทรฟี่ในวันอาทิตย์นี้ ซึ่งตรงกับช่วงเช้าวันจันทร์ตามเวลาไทย ถือเป็นเรื่องยากที่จะคาดเดาได้ แต่อย่างไรก็ตาม เห็นทีน่าจะเป็นโปรหน้าใหม่ซะมากกว่า ส่วนจะเป็นใครนั้น อีกไม่นานเกินรอก็จะได้รู้กัน

จับตาดู MJ&W

M แมตต์ คูชาร์ (สหรัฐ) โปรวัย 35 ปี คว้าแชมป์ในฤดูกาลนี้ไปแล้วถึง 2 รายการ ในศึกเวิลด์ กอล์ฟแชมเปี้ยนชิพ “แอคเซนเจอร์ แมตช์เพลย์” และ “เดอะ เมโมเรียล” และเคยทำผลงานดีที่สุดในเมเจอร์สุดท้ายของฤดูกาล ด้วยการคว้าที่ 10 ร่วม เมื่อปี 2010 แต่ยังไม่เคยมีโอกาสสัมผัสแชมป์เมเจอร์ครั้งแรกในชีวิตสักกะที

คูชาร์กำลังอยู่ในช่วงพีก โดยทำสกอร์ต่อรอบเฉลี่ยตลอดฤดูกาล 69.59 แถมเก็บเบอร์ดี้หลุมพาร์ 5 ได้ถึง 50% เลยทีเดียว ทำให้เขาน่าจะมีโอกาสไม่น้อยที่จะฉลองเมเจอร์ในปีนี้ พร้อมกับรับเงินรางวัลถึง 1.445 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 45 ล้านบาท)

J เจสัน ดัฟเนอร์ (21/สหรัฐ) วัย 36 ปี ซึ่งที่ให้คอยจับตานั้น ไม่ใช่เพราะสามารถแซงขึ้นนำ 2 ช็อต หลังจบรอบ 2 เท่านั้น แต่การที่เขาสามารถทำได้ถึง 7 อันเดอร์พาร์ 63 ในรอบ 2 จนเป็นสถิติสกอร์ต่อรอบดที่สุดของศึกสวิงระดับเมเจอร์ มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ แน่

ดัฟเนอร์มักจะทำผลงานได้ดีในศึกเมเจอร์ แต่ก็ยังไม่สามารถคว้าถ้วยเมเจอร์มาประดับตู้โชว์ที่บ้านได้เลย และเมเจอร์ที่เขาทำได้ใกล้เคียงที่สุดก็คือ พีจีเอ แชมเปี้ยนชิพ นี่เอง โดยคว้าที่ 2 เมื่อปี 2011 หากอีก 2 วันที่เหลือสามารถเล่นได้ใกล้เคียงกับ 2 วันแรก (อาจจะด้อยกว่าเล็กน้อยก็ไม่เป็นไร) เชื่อว่างานนี้มีเฮ ครอบครัวเป็นสุขกันถ้วนหน้า

W – เว็บบ์ ซิมป์สัน (9/สหรัฐ) วัย 27 ปี ที่กำลังรั้งอันดับ 9 ร่วม ซึ่งแม้จะตามอยู่ 5 สโตรกก็จริง แต่สำหรับกอล์ฟนั้น หากคนนำตีเกิน 23 โอเวอร์ แล้วคนตามซัดสัก 23 อันเดอร์ มันสามารถไล่กันทันสบายอยู่แล้ว

ซิมป์สันนั้นสามารถคว้าแชมป์เมเจอร์มาประดับบารมีแล้ว 1 รายการ จากยูเอส โอเพ่น เมื่อปี 2012 ส่วนการลงเล่นเมเจอร์สุดท้ายครั้งนี้ เขาน่าจะมีแรงจูงใจสูงมากทีเดียว เนื่องจาก 2 ปีที่ผ่านมานั้นไม่สามารถผ่านการตัดตัวได้เลย ทำให้ความมุ่งมั่นสุดๆ บวกกับศักยภาพที่มีอยู่ น่าจะเป็นแรงผลักดันให้เขาผงาดครองแชมป์เมเจอร์ที่ 2 ในชีวิตได้สำเร็จ


ช่วยกันลุ้น K&R

เดี๋ยวจะหาว่าเลือกเอาแต่โปรเจ้าถิ่น ขอลำเอียงมาทางโปรไทยและเอเชียกันบ้าง หลังจาก 2 คนนี้ทำผลงานได้ดีที่สุดในบรรดาจอมสวิงจากเอเชียด้วยกัน

K – กิรเดช อภิบาลรัตน์ (85) โปรมือ 2 ทั้งของไทยและเอเชีย โดยเป็นรองแค่ “โปรช้าง” ธงชัย ใจดี (60) เท่านั้น ซึ่งธงชัยก็ร่วมแข่งศึกเมเจอร์สุดท้ายด้วย แต่ตามจ่าฝูงถึง 10 ช็อต ขณะที่ “เจ้าอาร์ม” กิรเดช ไล่อยู่ 8 สโตรก ซึ่งน่าเสียดายมากที่เขาพลาดเสียถึง 3 โบกี้ในช่วง 5 หลุมสุดท้าย ไม่เช่นนั้นคงจี้ติดจ่าฝูงมากกว่านี้ อย่างไรก็ตามจอมสวิงแถวหน้าของบ้านเราต่างก็ฉลุยผ่านตัดตัวสบายๆ

โปรอาร์ม วัยแค่ 24 ปี กำลังนำในตารางทำเงินเอเชียน ทัวร์ อยู่ในขณะนี้ และก็หวังอย่างมากที่จะทำเงินสูงสุดศึกเอเชียนฯ ฤดูกาลนี้ให้ได้ โดยปีนี้สามารถผงาดชูถ้วยรายการใหญ่ “มาเลเซียน โอเพ่น” ที่มาเลเซีย ซึ่งยูโรเปี้ยนจัดร่วมกับเอเชียน ทัวร์ เมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา

กิรเดช เจ้าของแชมป์ “จูเนียร์ เวิลด์ กอล์ฟ แชมเปี้ยนชิพส์” 3 สมัย (ปี 2003, 2004, 2007) เพิ่งลงแข่งระดับเมเจอร์เป็นหนที่ 2 ต่อจาก “ดิ โอเพ่น” ที่สกอตแลนด์ เมื่อเดือนที่แล้ว แต่ก็สามารถผ่านเข้าไปเล่นใน 2 วันสุดท้ายได้อย่างไม่ยากเย็นนัก ทั้งที่บรรดานักกอล์ฟทั่วโลกต่างก็อยากสัมผัสศึกเมเจอร์กันทั้งนั้น ขอเพียงแค่ได้เล่นสักครั้งก็ยังดี ถึงจะไม่ผ่านตัดตัวก็ไม่ว่ากัน

ก็ไม่แน่เหมือนกัน หากเจ้าอาร์มฟอร์มเปรี้ยงขึ้นมาใน 2 รอบที่เหลือ อาจมีลุ้นถึงแชมป์เลยก็ได้

R เรียว อิชิกาวา (163/ญี่ปุ่น) นั้น แม้อันดับโลกจะร่วงลงไปเยอะ เพราะเบนเข็มจากเจแปน ทัวร์ ไปเดินสายในศึกใหญ่กว่าอย่าง พีจีเอ ทัวร์ เมื่อปีที่แล้ว ทำให้เจอคู่แข่งที่แกร่งกว่าตลอด จนตอนนี้กลายเป็นมือ 4 ญี่ปุ่น ทั้งที่เคยเป็นเบอร์หนึ่งมาก่อน

อย่างก็ไรตาม เชื่อว่า “เจ้าชายขี้อาย” อิชิกาวา ที่เคยถูกนำไปเปรียบเป็น “ไทเกอร์ วูดส์ เอเชีย” น่าจะสามารถเค้นฟอร์มเก่งออกมาได้อีก เพราะเพิ่งอายุ 21 เท่านั้น

อิชิกาวาถือเป็นขวัญใจของชาวญี่ปุ่น โดยเฉพาะสาวๆ ซึ่งไม่ใช่แค่ที่แดนปลาดิบเท่านั้น สาวไทยหลายคนยังแอบเทใจให้เช่นกัน เพราะเวลาหนุ่มเรียวมาเล่นที่เมืองไทย นอกจากนักข่าวยกทัพมากันเพียบแล้ว แฟนกอล์ฟอีกจำนวนไม่น้อยก็คอยเดินตามตลอดการแข่งขัน

แม้การที่ต้องตามอยู่ถึง 9 สโตรก จะถือเป็นเรื่องยากก็ตาม แต่อะไรก็เกิดขึ้นได้ในกีฬาดวลวงสวิงนี้

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน