posttoday
พระอรหันต์อยู่ไหน

พระอรหันต์อยู่ไหน

06 สิงหาคม 2556

ไปดูอีกหลวงปู่หนึ่ง หลวงปู่พุทธทาส หรือท่านอาจารย์พุทธทาสภิกขุ ครูบาอาจารย์ที่อาตมภาพเคารพนับถือมากอีกรูปหนึ่ง

โดย...ว.วชิรเมธี ผู้อำนวยการสถาบันวิมุตตยาลัย

ไปดูอีกหลวงปู่หนึ่ง หลวงปู่พุทธทาส หรือท่านอาจารย์พุทธทาสภิกขุ ครูบาอาจารย์ที่อาตมภาพเคารพนับถือมากอีกรูปหนึ่ง ท่านอาจารย์พุทธทาสท่านก็เป็นพระที่มีชื่อเสียงมาก วันก่อนอาตมภาพไปเยี่ยมที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดและมหาวิทยาลัยเอ็มไอที อาตมภาพระลึกถึงศาสตราจารย์คนหนึ่งซึ่งสอนอยู่ที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เมื่อ 5 ปีก่อนศาสตราจารย์คนนั้นเคยนำอาตมภาพเยี่ยมชมมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ณ คณะศาสนาและปรัชญาที่ท่านสอนอยู่ ระหว่างที่เยี่ยมชมห้องสมุดของคณะศาสนาและปรัชญาในมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดนั้น ศาสตราจารย์คนนั้นเอาหนังสือสี่ห้าเล่มมาวางเรียงเป็นตับบนโต๊ะ แล้วก็ชี้ให้อาตมภาพดูข้อความที่แกขีดเส้นใต้เน้นข้อความเอาไว้ และแกก็บอกว่า

“พระอาจารย์ครับ นี่คือข้อเขียนของท่านพุทธทาสภิกขุ ท่านพุทธทาสภิกขุเป็นตัวแทนภูมิปัญญาชาวไทยในเวทีโลกได้ นักศึกษาฮาร์วาร์ดต้องอ่านภูมิปัญญาท่านพุทธทาสในฐานะนักคิดตะวันออก”

นี่ตัวจริงเสียงจริงเป็นอย่างนี้ ฝรั่งยอมรับ แต่คนไทยบางทีไม่เห็นคุณค่าท่านนะ เราหาว่าท่านเป็นพระนอกรีตนะ บางครั้งก็ไปโยนข้อหาว่าท่านเป็นพระคอมมิวนิสต์ นี่ล่ะ ของดีนี่ฝรั่งเขายกไว้บนหิ้ง แต่เราเอาไว้ที่ไหน เราโยนข้อหาให้ท่านเป็นพระเถื่อน เป็นพระนอกกรอบ เป็นพระคอมมิวนิสต์ แต่ในโลกตะวันตก ท่านคือนักคิด นักปรัชญา จากภาคพื้นบูรพาคือเอเชีย หรือภาคพื้นตะวันออก เขาเคารพนับถือมาก

บางทีเราคนไทยนี่ ใกล้เกลือกินด่าง เหมือนพวกกบเฒ่านั่งเฝ้ากอบัว เฝ้าอยู่นั่นล่ะ พอบัวผลิบานมาก็ให้ผึ้งภมรมาชิมน้ำหวาน มาตอมเกสรดูดน้ำหวาน เรื่องนี้ขอตั้งเป็นข้อสังเกตเอาไว้ว่าเราคนไทยได้ประโยชน์จากพระดีที่มีอยู่คุ้มค่าหรือเปล่า ฝรั่งหลายคนไปสวนโมกข์เหมือนผึ้งภมรไปตอมเกสรดอกบัวเพื่อชิมน้ำหวานแล้วกลับมาบ้านเมืองของเขา จากนั้นก็มาเขียนตำราวิจัยจนกลายเป็นศาสตราจารย์หรือเป็นนักวิชาการศาสนาไปแล้วหลายคน ส่วนคนไทยเป็นยังไง คนไทยจำนวนไม่น้อย ไปสวนโมกข์ แทนที่จะเอาแก่น แต่ไปหยิบเอาเปลือกกลับมา เคยมีโยมเขามาเล่าให้อาตมาฟัง ตอนที่อาตมาจะไปสวนโมกข์เมื่อ 10 ปีที่แล้ว เขาว่า

“ถ้าท่านไปสวนโมกข์นะ อย่าลืม ไข่เค็มหน้าสวนโมกข์น่ะ แจ๋ว”

ไข่เค็มไชยาน่ะ โยม

“อย่าลืมเอามาฝากโยม แหม! แจ๋ว”

อาตมาบอก “โยม อาตมาจะไปกราบครูบาอาจารย์ ไม่ได้ไปซื้อไข่”

“ไม่รู้ล่ะ ท่านกลับมาท่านต้องเอาไข่เค็มมาฝากโยม ไข่เค็มไชยาน่ะ อร่อย”

นี่คนไทย (บางคน) เป็นอย่างนี้ พอพูดถึงสวนโมกข์ พูดถึงอะไร ไข่เค็มไชยา ไม่รู้จักว่าตรงนั้นน่ะเป็นถ้ำของกูรู ของนักปราชญ์คนสำคัญคนหนึ่งของประเทศไทยและของโลก

และโดยเหตุที่เราไม่รู้จักพระดี วันหนึ่งมีโยมคนหนึ่งไปหาท่านพุทธทาส เห็นท่านดังนักนี่ ไม่รู้ว่าท่านขลังทางไหนก็ไปหาท่าน

“หลวงพ่อ อย่าว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลย ขอเจ๋งๆ สามตัว ท่านก็ไม่ด่านะ ท่านก็ใจดี ท่านก็บอกว่าอยากได้เลขเหรอ เอาไปสิ ไปขอสมพาลโน่น”

คำว่า “สมภาร” เขียนได้สองแบบ

“สมภาร” แบบแรก แปลว่า “เจ้าอาวาส”

“สมพาล” แบบที่สอง แปลว่า “โง่เสมอต้นเสมอปลาย” หรือ “โง่แท้ๆ”

คำว่า “พาล” แปลว่า “โง่,เลว,” เหมือนเราเรียกคนชั่วว่า คนพาล หรือเหมือนกับสำนวนไทยที่ว่า “คบคนพาล พาลพาไปหาผิด คบบัณฑิต บัณฑิตพาไปหาผล”

“อ้อ อยากได้เลขเหรอ ไปขอสมพาลข้างในโน่นสิ” ท่านพุทธทาสว่าอย่างนี้

โยมก็ไม่รู้ คิดว่าสมพาลเป็นตำแหน่งของเจ้าอาวาส ก็เลยเดินไปข้างใน เดินเลาะไปทั่วสวนโมกข์ก็ไม่เจอสมภาร กลับออกมาถามท่านพุทธทาสว่า

“หลวงปู่ สมภารอยู่ไหน”

ท่านก็บอกว่า “ก็นอนใต้ม้าหินนั่นไง”

โยมรู้ไหม ที่สวนโมกข์นั้น สมพาลเป็นชื่อของสุนัขตัวโปรดของท่านพุทธทาส ไม่ใช่ตำแหน่งเจ้าอาวาส

“นั่นไง มันนอนอยู่นั่น”

บางคนก็ต้องเจออย่างนี้เสียบ้าง เจอหมัดน็อกอย่างนี้นะโยมนะ ไปหานักปราชญ์น่ะโยม ไม่ขอธรรมะแต่ไปขอเลข ท่านเลยให้ไปขอกับหมา แล้วท่านก็ตั้งชื่อกันเหนียวด้วยนะ หมาชื่อสมพาล นี่แหละโยม วันหลังอาตมาว่าจะใช้เหมือนกันนะ เอาไปตั้งให้เป็นชื่อหมาสักตัวเหมือนกัน

ในชีวิตจริงของอาตมา ครั้งหนึ่งอาตมาก็เจออย่างนี้ จำได้ว่า ตอนที่อาตมภาพไปหักร้างถางพงใหม่ๆ (ไม่ได้หักร้างถางพงจริงๆ พูดเป็นสำนวนเท่านั้น เพราะในการทำงานจริงชาวบ้านเป็นคนช่วยกันปรับสถานที่ พระเป็นเพียงผู้สังเกตการณ์เท่านั้น) กับศิษยานุศิษย์เพื่อก่อตั้งศูนย์วิปัสสนาสากลไร่เชิญตะวันที่เชียงราย วันหนึ่งก็มีชาวบ้านแห่กันมา 2 คันรถมาจากต่างอำเภอ พอไปถึงก็เข้าไปกราบ กราบเบญจางคประดิษฐ์อย่างดี สังฆทานตั้งวางข้างหน้าเรียงเป็นตับเลย

“พระอาจารย์ครับ ชาวบ้านแถวนี้เขาลือกันว่า ท่านเป็นพระธุดงค์มาอยู่ป่า พวกเราก็คิดว่าท่านน่าจะมีของดี ยังไงก็สงสารพวกผมเถอะครับ ทำมาหากินตามปกติ มันไม่พออยู่ไม่พอกินครับท่าน ขอเจ๋งๆ นะครับ แล้วจะไม่รบกวนเลยครับ รู้อยู่ว่าท่านแขกเยอะ ผมจะรีบกลับ”

ช่วงนั้นอาตมภาพจบเปรียญธรรม 9 ใหม่ๆ เพิ่งออกไปจากวัดเบญจมบพิตร ไฟแรงมากโยม เทศน์เลยไม่ต้องอาราธนา แหม! เราจบเปรียญ 9 มาแล้วมาขอเลขจากเรา ไม่ขอภูมิปัญญาจากเรา แต่ขอเลข 3 ตัว อาตมาเลยเอามือให้โยมดู คือช่วงนั้นเรากำลังสร้างวัด ทำงานหนักมาก อาตมาไม่มีพระลูกวัดน่ะ ต้องทำงานเองจนมือแตกเลย อาตมาก็บอกโยมกลุ่มนั้นว่า

“โยม ดูมืออาตมานี่ เห็นไหม มือแตกไปหมดแล้วนี่ ถ้าโยมทั้งหลายทำงานจนมือแตกจะได้เป็นเศรษฐีกันทุกคน จำไว้ หัวใจเศรษฐีนะ ขยันหา รักษาดี มีกัลยาณมิตร ใช้ชีวิตพอเพียง ขยันจนมือแตกรับรองรวยทุกคน เอ้า แค่นี้อาตมาจะทำงานต่อล่ะ”

เทศน์เสร็จอาตมาก็เดินขึ้นเขาไปเลย วันรุ่งขึ้นพอหลังบ่ายสามโมง โยมขับรถฝุ่นคลุ้งมาแต่ไกลเลย วันแรกมา 2 คัน วันรุ่งขึ้นมาทั้งหมู่บ้าน ปรากฏว่าถูกเลข 50 หมดทั้งหมู่บ้านเลย นี่คือคุณภาพชาวพุทธไทย สามารถตีความทุกอย่างให้เป็นเลขได้ทั้งนั้น ชาวพุทธไทยหลายคน เป็นนักถอดปริศนาธรรม เก่งยิ่งกว่า ดร.โรเบิร์ต แลงดอนแห่งนวนิยายเรื่อง Da Vinci Code ของแดน บราวน์ อีกต่างหาก

ตั้งแต่นั้นมาเวลาไปเทศน์ไปสอน จะยกไม้ยกมืออาตมาต้องระวังแล้ว เราอุตส่าห์เทศน์ตรงสอนตรงให้ขยันจนมือแตก โยมก็ไม่ฟัง เอาไปตีเป็นเลข 50 เห็นมั้ย อุตส่าห์ตั้งใจเป็นพระสุปฏิปันโน เทศน์ตรงสอนตรง แต่ไม่ค่อยมีใครเชื่อ ไม่ค่อยมีใครสนใจ คนส่วนใหญ่สนใจแต่ปาฏิหาริย์ สนใจแต่พระอรหันต์ พอพูดถึงพระอรหันต์ พอเล่าถึงปาฏิหาริย์ พากันหูผึ่ง พอสนใจปาฏิหาริย์มากๆ ก็เลยถูกหลอกซ้ำซาก

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท