
@ life
โดย...อณุศรา ภาพ คลังภาพโพสต์ทูเดย์
โดย...อณุศรา ภาพ คลังภาพโพสต์ทูเดย์
ความสุขอยู่ที่ใด
ในช่วงชีวิตคนเรานั้น ทุกคนคงเคยมีคำถามกับตัวเองว่า เรามีความสุขหรือไม่ มากน้อยเพียงใด อะไรที่จะทำให้เรามีความสุข แต่ละคนคงพยายามที่จะหาความสุขเหล่านั้น ว่าซุกซ่อนอยู่ที่ใดหนอจะได้ไปไขว่คว้ามาอยู่กับเราตลอดไป ใครมีความสุขก็เหมือนมีบ่อน้ำพลังวิเศษที่พร้อมจะให้เราดื่มกินได้ตลอด จนไม่มีวันหมดพลัง และยังยินดีที่จะแบ่งปันความสุขให้ผู้อื่น
พญ.ปราณี เมืองน้อย จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี (รพ.เด็ก) กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า “มนุษย์เรามีโชคดีที่มีวิธีสร้างความสุขได้หลายทาง ตั้งแต่เล็กจนโตเราเคยสัมผัสความสุขจากสิ่งเหล่านี้บ้างหรือไม่ ...ดูแลตัวเอง โดยการออกกำลังกาย ทานอาหารสุขภาพ ผ่อนคลายด้วยการนวด ไม่ว่าจะนวดไทย นวดน้ำมันหรืออโรมา ดูหนังฟังเพลงที่หลากหลายแนว ไม่ซ้ำซากจำเจ ทั้งสุข เศร้า เหงาซึ้ง ไม่เว้นแม้แต่แนวตลกหรือสยองขวัญสั่นประสาท เบื่อๆ หน่อยก็หันมาทำสวน หากรู้สึกว่าทำแต่เรื่องเดิมๆ จนสมองไม่ค่อยพัฒนา ก็ค่อยๆ สอดส่ายสายตาหาอะไรๆ มาลับสมองเป็นระยะๆ
จะเห็นได้ว่า สิ่งที่น่ากังวลสำหรับเด็กและผู้ปกครองในปัจจุบันคือการหมดเวลาไปกับการเรียน ทั้งเวลาปกติและเรียนพิเศษ พร้อมๆ กับการให้เล่นเกมเป็นรางวัลที่เด็กต้องคร่ำเคร่งกับการเรียน คุณพ่อคุณแม่ก็ต้องเหน็ดเหนื่อยกับการรับส่งเด็ก หมดเวลาไปกับลูก จนไม่มีเวลาให้ตนเอง และดูเหมือนทั้งผู้ปกครองและเด็กไม่มีเวลาและมีวิธีหาความสุขเพียงไม่กี่ช่องทางเท่านั้น หากชีวิตเป็นแบบนี้แล้ว ยามที่เกิดวิกฤตการณ์หรือความเครียดในชีวิต จะทำให้เกิดความวิตกกังวลหรือโรคซึมเศร้าได้ จนถึงกับต้องให้ยารักษา หลายครอบครัวที่ไม่มีความสุขในชีวิตจึงทะเลาะเบาะแว้งกันบ่อยๆ “ความสุขเหล่านี้ต้องไขว่คว้าด้วยตนเอง พ่อแม่ควรจัดตารางเวลาในครอบครัวใหม่ให้สมดุล และเป็นตัวอย่างให้ลูกในการทำกิจกรรมสร้างสุข ควรเป็นกิจกรรมสร้างสุขที่ทำพร้อมสมาชิกในครอบครัว ทำให้ลูกๆ ได้มีประสบการณ์สร้างสุขที่หลากหลายและมีภาพพ่อแม่เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความสุข สงบภายในใจลูก”
โรคมะเร็งของศีรษะและลำคอ
โรคมะเร็งกลายเป็นเรื่องใกล้ตัวของเราทุกคน จากอัตราการเกิดของโรคที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน “โรคมะเร็งของศีรษะและลำคอ” เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่เราไม่ควรมองข้าม จากสถิติพบว่าในแต่ละปีมีผู้ป่วยใหม่เกิดขึ้นประมาณ 5.4 แสนรายทั่วโลก และเสียชีวิตกว่า 2.71 แสนรายต่อปี นับเป็นปัญหาสำคัญทางสาธารณสุขระดับโลก
พล.ต.นพ.นิวัฒน์ บุญยืน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวัฒโนสถ กล่าวว่า ปัจจุบันพบว่าอัตราการเกิดโรคมะเร็งมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดูได้จากสถิติของโรคมะเร็งในประเทศไทยนั้น เราอาจทราบกันดีอยู่แล้วว่าในเพศชาย มะเร็งที่เป็นอันดับ 1 ได้แก่ มะเร็งตับ และในเพศหญิง มะเร็งที่เป็นอันดับ 1 ได้แก่ มะเร็งเต้านม แต่มีข้อมูลที่น่าสนใจ คือ อัตราการเกิดของโรคมะเร็งศีรษะและลำคอ มีการเพิ่มขึ้นถึง 18 เปอร์เซ็นต์ จากข้อมูลนี้เราควรหันกลับมามองถึงปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งชนิดนี้ และวิธีการที่ใช้ในการตรวจคัดกรอง รวมไปถึงเทคโนโลยีที่ใช้ในการรักษาโรคมะเร็งชนิดนี้ให้มากขึ้น
ขณะที่โรคมะเร็งของศีรษะและลำคอ เป็นมะเร็งที่พบบ่อยเป็นลำดับต้นๆ พบได้ทั้งในเพศชายและหญิง โดยตำแหน่งที่อาจเกิดเป็นมะเร็ง ได้แก่ จมูก โพรงหลังจมูก โพรงอากาศไซนัส ช่องปาก (ริมฝีปาก ลิ้น กระพุ้งแก้ม เหงือก เพดานปาก กระดูกขากรรไกรล่าง) ทอนซิล ช่องลำคอ กล่องเสียง ต่อมไทรอยด์ ต่อมน้ำลาย รวมทั้งต่อมน้ำเหลืองในบริเวณศีรษะและลำคอ สาเหตุของโรคมะเร็งของศีรษะและลำคอยังไม่ทราบชัดเจน
ปัจจัยเสี่ยงสำคัญ คือ การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ การบริโภคหมาก ยาฉุน การมีแผลเรื้อรังในช่องปากจากโรคต่างๆ และการติดเชื้อไวรัสบางชนิดที่สำคัญ เช่น เชื้อไวรัสอีบีวี ไวรัสเอชพีวี และไวรัสเอชไอวี รวมถึงความผิดปกติทางพันธุกรรมบางชนิด ตำแหน่งที่พบมะเร็งของศีรษะและลำคอในลำดับต้นๆ ได้แก่ 1.มะเร็งโพรงหลังจมูก พบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง ผู้ป่วยมักมาพบแพทย์ในระยะที่เป็นมาก เนื่องจากมักไม่มีอาการเตือนในระยะต้นๆ โดยจะมีอาการหูอื้อ ฟังไม่ชัด มีอาการเสมหะปนเลือด หน้าชา มองเห็นภาพซ้อน ปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็งโพรงหลังจมูก คือ เชื้อชาติ พฤติกรรมการบริโภคอาหารบางชนิด เช่น ปลาเค็ม การติดเชื้อไวรัสอีบีวี 2.มะเร็งในช่องปาก พบในเพศหญิงและเพศชายใกล้เคียงกัน โดยมีก้อนในบริเวณช่องปาก แผลเรื้อรัง อาจมีอาการเลือดออกจากแผล ปวด พูดไม่ชัด สาเหตุที่แท้จริงยังไม่ทราบแน่ชัด
ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดมะเร็งในช่องปากที่สำคัญ ได้แก่ การสูบบุหรี่ ดื่มเหล้า การกินหมาก การได้รับการระคายเคืองเรื้อรัง เช่น การใช้ฟันปลอมที่ไม่พอดี ซึ่งทำให้เกิดการเสียดสีกับเยื่อบุภายในปาก นอกจากนี้ยังพบว่าอาจมีความสัมพันธ์กับการติดเชื้อไวรัส หรือ HPV (ไวรัสตัวเดียวกับที่เป็นสาเหตุของมะเร็งปากมดลูก) ทำให้พบมะเร็งในช่องปากในกลุ่มคนอายุน้อยมากขึ้น 3.โรคมะเร็งกล่องเสียงและช่องลำคอ มีปัจจัยเสี่ยงมาจากการสูบบุหรี่ กินหมาก โดยจะมีอาการ เสียงเปลี่ยน เสียงแหบ ไอมีเสมหะปนเลือด กลืนเจ็บ กลืนลำบาก หายใจไม่สะดวก และมักพบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง การรักษา ประกอบด้วย การผ่าตัด การฉายแสง และการทำเคมีบำบัด โดยอาจใช้การรักษาวิธีเดียว หรือใช้การรักษาหลายวิธีร่วมกัน ขึ้นอยู่กับระยะความรุนแรงของโรคที่พบในขณะนั้น รวมทั้งสภาวะโดยรวมของผู้ป่วย ดังนั้นก่อนทำการรักษา มีความจำเป็นที่จะต้องประเมินว่าขณะนี้ผู้ป่วยอยู่ในระยะใด เพื่อการวางแผนในการรักษาที่เหมาะสม
คุณหมอแนะนำวิธีลดโอกาสเกิดโรคมะเร็งของศีรษะและลำคอ คือ การเลิกสูบบุหรี่ และการเลิกดื่มแอลกอฮอล์ เพราะเป็นปัจจัยเสี่ยงให้เกิดผลข้างเคียงสูง และเพิ่มโอกาสการเกิดโรคมะเร็งย้อนกลับ หรือเกิดโรคมะเร็งชนิดที่ 2 กับเนื้อเยื่อหรืออวัยวะอื่นๆ ในศีรษะและลำคอได้ นอกจากนี้ ควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ในปริมาณเหมาะสม เพื่อไม่ให้อ้วนหรือผอมจนเกินไป ควรดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 68 แก้ว รวมถึงดูแลรักษาช่องปากและฟัน บ้วนปากทุกครั้งหลังการบริโภค เพื่อรักษาความสะอาด และเพิ่มความชุ่มชื้นของช่องปาก แปรงฟันหลังอาหารอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ได้แก่ ตอนเช้า และก่อนเข้านอน ควบคุมโรคร่วมอื่นๆ ที่เกิดร่วม เช่น โรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูง เพราะโรคต่างๆ เหล่านี้สามารถเพิ่มโอกาสการเกิดโรค และความรุนแรงจากผลข้างเคียงของการรักษาวิธีต่างๆ ได้
ประกายความคิด
ร้องไห้เอาชนะใจใครได้บางคน แต่ถ้ายิ้มแย้มเอาชนะใจคนได้เกือบทั้งโลก







