posttoday
มาออกจาก ‘กล่อง’ กันเถอะ

มาออกจาก ‘กล่อง’ กันเถอะ

05 สิงหาคม 2556

จั่วหัวมาแบบนี้ ไม่ได้หมายความว่าให้ย้ายที่ทำงาน เพราะคับแคบราวกับติดอยู่ในกล่อง

โดย...คุณหนูอี้

จั่วหัวมาแบบนี้ ไม่ได้หมายความว่าให้ย้ายที่ทำงาน เพราะคับแคบราวกับติดอยู่ในกล่อง แต่หมายถึงให้พาตัวเองและเพื่อนร่วมงานออกจากกล่อง (ล่องหน) ที่มนุษย์สร้างขึ้นมา และพาตัวเองเข้าไปอยู่ในกล่องต่างหาก

ในหนังสือ “วิธีพาตัวเองออกจากล่อง” ซึ่งแปลจากหนังสือขายดี “Leadership and SelfDeception” อธิบายว่า เมื่อคนเราอยู่ในกล่องจะคิดเข้าข้างตัวเอง มองอีกฝ่ายเลวร้ายกว่าความเป็นจริง และดึงคนอื่นเข้ามาอยู่ในกล่องด้วยกัน ทำให้ปัญหาลุกลามและบานปลายออกไปเรื่อยๆ ดังนั้นวิธีเดียวที่จะแก้ปัญหาเรื่องนี้ได้ คือ “การออกจากกล่อง”

แต่จะออกจากล่องอย่างไร ไปดูตัวอย่างกัน

สถานการณ์ เอหัวหน้าฝ่ายการตลาดเรียกอ้อย พนักงานในแผนกไปต่อว่าอย่างรุนแรง เมื่อรู้ว่าอ้อย (ซึ่งในเวลานั้นเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอชื่ออะไร คิดแต่ว่าเธอต้องรับผิดชอบกับการกระทำ) เข้าไปใช้ห้องประชุมที่เขาใช้ประจำ แถมยังถือวิสาสะลบข้อความบนไวต์บอร์ดในห้องประชุมออกทั้งหมด

จากสถานการณ์นี้ มองผิวเผินในแง่หนึ่ง อ้อยอาจผิดที่ลบข้อมูลในห้องประชุม ซึ่งไม่รู้ว่าใครเป็นเจ้าของข้อมูลนี้โดยพลการ แต่เป็นไปได้ว่าอ้อยอาจเข้าใจว่า ข้อมูลเหล่านี้ได้รับการคัดลอกออกไปแล้ว เพราะห้องประชุมนี้เป็นห้องประชุมรวมที่ไม่ได้มีใครมีสิทธิขาด ขณะที่หัวหน้าเอ มองว่า ข้อความบนไวต์บอร์ดมีความสำคัญมาก และเขาต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงเพื่อร่างขึ้นมาใหม่ ซึ่งไม่รู้จะได้สมบูรณ์เท่าของเดิมหรือไม่

อย่างไรก็ตาม การวิเคราะห์สถานการณ์ตามมุมมองของทั้งสองฝ่าย เกิดขึ้นในสายตาของบุคคลที่ 3 ไม่ใช่เอและอ้อย แต่ที่แน่ๆ การที่เอเลือกต่อว่าอ้อย ย่อมนำไปสู่ผลลัพธ์ว่า เอได้ระบายความโกรธ แต่ถามว่าความสัมพันธ์ระหว่างอ้อยและเอย่อมเกิดรอยร้าวขึ้นแน่นอน

ทางออก ถ้าใช้หลักการ “พาตัวเองออกจากล่อง” ทางที่ดีเอกำลังตัดสินปัญหาจากมุมไหน จากในกล่องหรือนอกกล่อง เอมองคนที่อยู่รอบข้างเป็นคนหรือสิ่งของหรือเปล่า คำตอบง่ายๆ คือ เอมองอ้อยเป็นเพียงสิ่งของ เพราะลำพังแค่ชื่อของเธอ เขายังไม่ใส่ใจจะถามหรือทำความรู้จัก ก็ต่อว่าเธอซะยกใหญ่แล้ว

จะดีกว่ามั้ย ถ้าเอสามารถส่งสารเดียวกันว่าไม่พอใจที่อ้อยเข้าไปใช้ห้องประชุม และลบข้อความออกจากไวต์บอร์ด ด้วยท่าทีที่ดีกว่านี้ (เช่น ถามถึงเหตุผลที่อ้อยทำแบบนั้นก่อนจะตักเตือน เพราะบางทีอ้อยอาจจะได้รับคำสั่งมาอีกที หรืออ้อยอาจทำไปโดยสะเพร่า รู้เท่าไม่ถึงการณ์) แต่นำไปสู่ผลลัพธ์ที่เหมือนกัน คือ อ้อยจะไม่ทำแบบนี้อีก ขณะเดียวกันความสัมพันธ์ของทั้งคู่ยังไม่มาถึงจุดแตกหัก แต่ยังร่วมงานกันได้ดี

สถานการณ์ พีมักบ่นว่าเพื่อนร่วมงานงี่เง่า ทำงานไม่วางแผนล่วงหน้า ดีแต่ประจบประแจง ชอบเอาหน้ากับเจ้ายาย แถมยังเห็นแก่ตัวชอบปฏิเสธคำขอร้องให้ช่วยงาน

ทางออก ก่อนที่จะทุกข์หรือโมโหเพื่อนร่วมงานไปทั้งแผนก พีอาจต้องถอยออกมามองก่อนว่า พีกำลังพาตัวเองเข้าไปอยู่ในกล่อง ด้วยการทรยศตัวเองหรือเปล่า การทรยศตัวเองในที่นี่ หมายถึง การกระทำในสิ่งที่ตรงข้ามกับสิ่งที่เรารู้สึกว่าควรทำเพื่อคนอื่น และเมื่อทรยศตัวเองแล้วเราจะเริ่มหาเหตุผลมารองรับสิ่งที่เราทำลงไป และแน่นอนว่า เมื่อเรามองโลกแบบเข้าข้างตัวเอง มุมมองของเราที่มีต่อคนอื่นก็จะบิดเบือนไปจากแง่ของความเป็นจริงเสมอ เพราะฉะนั้น เมื่อไรก็ตามที่เราเริ่มทรยศตัวเอง ก็หมายความว่าเราเข้าไปอยู่ในกล่อง

สอดคล้องกับสถานการณ์ข้างต้น พีควรย้อนกลับมาถามตัวเองว่า คำจำกัดความที่พีใช้บรรยายเพื่อนร่วมงานนั้น เป็นมุมมองของพีตอนอยู่ในกล่องหรือนอกกล่อง เป็นคำนิยามที่เกิดขึ้นหลังจากที่พีทรยศตัวเองหรือยัง ถ้าทบทวนอย่างเปิดกว้างด้วยใจเป็นกลางแล้ว คำตอบคือ ไม่ บางทีพีอาจจะต้องเปลี่ยนสังคมใหม่ ไปอยู่ที่อื่น แต่ถ้าคำตอบคือ พีกำลังทรยศตัวเอง พีก็ควรกลับมานั่งคุยกับตัวเองว่าปัญหาที่แท้จริงคืออะไร ทำไมเพื่อนไม่ช่วยงานพี ทำไมเจ้านายถึงชอบเพื่อนมากกว่าพี เพราะเพื่อนขยันกว่า ตั้งใจทำงานกว่าหรือเปล่า เพราะคำตอบทั้งหมดที่พีค้นพบจะเป็นกุญแจสำคัญพาพีไปสู่ความสำเร็จ แทนที่จะจมอยู่กับการหลอกตัวเองแล้วโยนความผิดให้คนอื่น

Ask the Expert

Q ดิฉันทำงานที่บริษัทมาเกือบ 20 ปีแล้ว ตอนนี้รู้สึกเนือยๆ ไม่แอ็กทีฟ แบบว่าไม่ตายแต่ก็ไม่โตเท่าที่ควร ควรจะสร้างแรงบันดาลใจอย่างไรให้ตัวเองได้บ้างคะ?

A นพ.พันธ์ศักดิ์ ศุกระฤกษ์ ผู้อำนวยการด้านการแพทย์ ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ ในเครือโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวว่า “แรงบันดาลใจนั้นสามารถที่จะทำให้เกิดขึ้นได้แม้ว่าจะทำงานที่แสนจะจำเจ ถ้าคุณเรียนรู้ที่จะทำงานในรูปแบบใหม่ถึงแม้ว่าจะเป็นงานเดิม นอกจากนี้การหางานอดิเรกทำก็เป็นทางออกอีกรูปแบบหนึ่งที่ทำให้ชีวิตมีความน่าท้าทายมากขึ้น ที่จริงแล้วคนเราควรจะมีงานสองอย่าง อย่างแรกเพื่อการเลี้ยงดูตนเองและครอบครัว และอย่างที่สองเพื่อตอบสนองความต้องการบางอย่างของคุณที่ใฝ่ฝันเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางท่องเที่ยว การทำสวนปลูกดอกไม้ การเลี้ยงสัตว์สวยงามก็ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่จะทำให้เกิดแรงบันดาลใจใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นได้ แม้กระทั่งการเขียนหนังสือหรือการเล่นและฟังดนตรี ก็สามารถที่จะทำให้เกิดพลังซึ่งสามารถที่จะนำไปใช้ในชีวิตประจำวันและการทำงานได้ ลองหาเวลาว่างและถามตนเองว่าต้องการอะไรในชีวิตที่เหลืออยู่และเริ่มต้นทำตั้งแต่วันนี้ ถ้าสามารถที่จะกระทำร่วมกับการทำงานประจำได้จะยิ่งดี”

He Said / She Said

กี้ เชฟ

“ชอบผู้หญิงหน้าเข้มๆ หมวยๆ นี่ไม่ใช่ทาง ชอบคนที่ตามันเป็นส่วนสำคัญ เหมือนเราต้องชะตากัน”

หมวย พนักงานเสิร์ฟ

“ชอบผู้ชายที่ขายาวๆ ดูแล้วสมส่วน ไม่ต้องถึงกับบึ้ก แต่พอมีกล้ามเนื้อก็พอ ผู้ชายอ้วนๆ นี่ไม่สนเลยนะคะ (หัวเราะ)”

Quote (ภาพ: SelfPortrait โดย เอ็ดเวิร์ด ฮอปเปอร์)

“ความตั้งใจของผมในการวาดภาพแต่ละครั้ง มักจะพุ่งเป้าไปที่การถอดแบบหรือก๊อบปี้ ความประทับใจสุดๆ ของผมที่มีต่อธรรมชาติออกมาแบบเป๊ะๆ”

เอ็ดเวิร์ด ฮอปเปอร์ จิตรกรชาวอเมริกัน

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์