
การเลือกผู้ประเมิน 360 องศาแบบเวิร์กๆ
โดย... กันย์ ภาพ คลังภาพโพสต์ทูเดย์
โดย... กันย์ ภาพ คลังภาพโพสต์ทูเดย์
ปฏิเสธไม่ได้ว่าการทำแบบประเมินแทบจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตการทำงานแล้วนะคะ ทั้งการทำแบบประเมินตนเอง (SelfAssessment) และการทำแบบประเมินแบบ 360 องศา ซึ่งเจ้า 360 องศาเนี่ยแหละ ที่ผู้ประเมินต้องเลือกทั้งลูกน้อง เพื่อนร่วมงาน (ส่วนหัวหน้าคงไม่ต้องเลือก เพราะเลือกไม่ได้...ฮา) มักมีคำถามมาเสมอๆ ว่าควรเลือกอย่างไร ดังนั้นผู้เชี่ยวชาญจากบริษัทที่ปรึกษาออคิด สลิงชอท มีข้อแนะนำมาฝากค่ะ
1.อายุงานที่ได้ร่วมงานกัน : ควรเลือกคนที่ทำงานด้วยกันมามากกว่า 6 เดือนขึ้นไปค่ะ เพราะมีโอกาสเห็นพฤติกรรมในเรื่องที่กำลังประเมิน คุ้นเคยและสามารถให้ตัวอย่างพฤติกรรมได้ดี
2.ชงและไม่ชงกัน : ไม่ได้จะชวนไปชงอะไรที่ไหนนะคะ แต่หมายความว่า หากเป็นไปได้ควรเลือกทั้งคนที่ถูกกัน และไม่ถูกกันค่ะ เพราะคุณจะได้เห็นทั้งมุมมองที่ดีอยู่แล้ว และมุมมองที่สามารถนำมาพัฒนาปรับปรุงได้อีก ถือเป็นโอกาสที่คุณจะได้เห็นกระจกสะท้อนตนเองผ่านหลายๆ มุมมอง
3.เลือกลูกทีมที่เก่งและไม่เก่ง : เพราะปัจจัยหลักที่ส่งให้ลูกทีมเก่งและไม่เก่ง ก็คือหัวหน้างานค่ะ ความแตกต่างของลูกทีมทั้งสองแบบ จะทำให้คุณเห็นวิธีการปริหารทีมของคุณได้ชัดเจนขึ้นค่ะ
การประเมิน 360 องศาทำให้คุณเห็นมุมมองรอบด้านของคุณ เปรียบเสมือนกระจกที่ทำให้คุณเห็นตัวคุณได้ชัดขึ้นผ่านมุมมองคนอื่นๆ สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งคือเมื่อเห็นผลแล้ว อย่าทุบกระจกนะคะ เพราะวันข้างหน้าอาจจะไม่มีกระจกให้คุณส่องก็เป็นได้ค่ะ
ประกายความคิด...พระธรรมกิตติวงศ์
ความทะเยอทะยาน เป็นแรงหนุนให้สูงส่ง แต่ถ้าหยุดไม่ได้ จะกลายเป็นแรงดึงให้ดิ่งเหวได้
ผู้นำของไทยในอนาคต 2020
ด้วยสภาพการเปลี่ยนแปลงทางสังคม การแข่งขันทางธุรกิจที่ไม่เคยหยุดนิ่งแม้แต่วินาทีเดียว ศักยภาพผู้นำในอนาคตจึงถือเป็นเรื่องสำคัญเนื่องจากเป็นปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนความสำเร็จขององค์กร และในฐานะผู้บริหารองค์กรที่ปรึกษาด้านการพัฒนาองค์กรและทรัพยากรบุคคล เอพีเอ็ม กรุ๊ป และบรูซ แมคเคนซี หนึ่งในผู้เชี่ยวชาญด้าน Systems Thinking คนสำคัญของโลก และมีประสบการณ์การทำงานร่วมกับสถาบันชั้นนำของไทย ได้ริเริ่มโครงการวิจัยชิ้นสำคัญอันเกี่ยวเนื่องกับผู้นำในอนาคตของไทย
งานวิจัยเรื่อง “ผู้นำของไทยในอนาคต” มุ่งหวังจะเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมกันสร้างอนาคตที่สดใสของประเทศไทยได้รวบรวมความคิด ระดมสมองของคนไทย จากแต่ละมุมโลกที่มีความแตกต่างทางด้านเพศ อายุ และสาขาอาชีพมาร่วมแบ่งปันประสบการณ์จากสถานการณ์ต่างๆ ทั้งดีและไม่ดี เพื่อช่วยให้ทีมวิจัยได้เห็นภาพใหญ่ที่ชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องความเป็นผู้นำในมุมมองต่างๆ กันไป จากการที่ได้รวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างที่มีความแตกต่างหลากหลายด้านประสบการณ์เหล่านี้ ทำให้เราได้ทราบถึงจุดแข็ง จุดอ่อน และสิ่งที่เป็นเรื่องน่ากังวล ซึ่งเพียงแค่การเริ่มทำวิจัยในเฟสแรกนี้ ก็ได้พบกับข้อมูลมากมายที่เป็นประโยชน์และพร้อมเผยแพร่ให้เป็นประโยชน์ในวงกว้าง ซึ่งทางทีมงานได้นำผลวิจัยของเฟสแรกมาทดลองขอความเห็นกับผู้บริหารระดับสูงในหลากหลายองค์กร ทั้งภาครัฐและภาคธุรกิจในประเทศไทย และยังนำเสนอให้ผู้บริหารที่สนใจในงานสัมมนา ปรากฏว่าได้ผลตอบรับและความเห็นที่สอดคล้องกับผลวิจัยนี้เป็นอย่างมาก
ภาพผู้นำในอนาคตที่กลุ่มตัวอย่างมองเห็นตรงกันอย่างแรกก็คือ ผู้นำที่สามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงได้อย่างชาญฉลาด ในเมื่ออนาคตเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน ผู้นำจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีวิสัยทัศน์ที่เหนือกว่า ข้อมูลจากการวิจัยทำให้เราทราบว่าปัญหาที่ผู้นำต้องเผชิญหน้านั้น ส่วนใหญ่แล้วมาจากการที่ไม่ได้คาดการณ์ล่วงหน้ามาก่อนทั้งสิ้น สิ่งที่ผู้นำในอนาคตจำเป็นต้องมีก็คือทักษะในการวิเคราะห์ความเปลี่ยนแปลงและประเมินความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งต้อง “แข็งแกร่ง” พอที่จะฟื้นตัวจากความล้มเหลวได้อย่างรวดเร็ว
ปัจจัยสำคัญที่ผู้นำในอนาคตพึงมีอีกอย่างหนึ่ง คือ การปรับตัวให้เข้ากับสภาพเศรษฐกิจและสังคมเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเมื่อเกิดวิกฤตการณ์ต่างๆ ขึ้น ทักษะการปรับตัวนี้ถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่ผู้นำในอนาคต ซึ่งหากผู้นำสามารถที่จะเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็จะช่วยให้องค์กรขับเคลื่อนได้อย่างต่อเนื่อง
สิ่งที่เกิดขึ้นจริงในองค์กรต่างๆ ทุกวันนี้ก็คือ การทำงานร่วมกันของคนหลากหลายวัย การสื่อสารกันภายในองค์กรระหว่างกลุ่มคนในแต่ละวัยมีแนวโน้มลดลง ทั้งในด้านปริมาณและคุณภาพ กลุ่มคนทำงานรุ่นใหม่มีความคุ้นเคยกับการสื่อสารที่รวดเร็วผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หรือสื่อออนไลน์ ในขณะที่กลุ่มคนทำงานที่มี “ประสบการณ์ชีวิต” มากกว่านั้นยังยึดติดกับการสื่อสารแบบเดิมๆ นอกจากนี้ยังมีการใช้ภาษาหรือคำศัพท์ที่แตกต่างกัน ดังนั้นผู้นำในอนาคตจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีทักษะการสื่อสารที่จะช่วยให้คนทำงานรุ่นเดิมสามารถแบ่งปันองค์ความรู้และประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ให้กับคนทำงานรุ่นใหม่ที่เปิดรับการเปลี่ยนแปลงและทันกระแสของโลกได้มากกว่า เพื่อให้การทำงานร่วมกันระหว่างวัยเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ







