
ธรรมเทศนา... ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม เมื่อ ๙ มิถุนายน ๒๕๕๖ (ตอน ๙)
เมื่อเข้าใจ เข้าถึงอย่างนี้ เราจึงลดละความยึดมั่นถือมั่น ความเป็นอุภพานในการยึดถือความเป็นตัวตน และความเห็นในความคิด ความ
โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส
เมื่อเข้าใจ เข้าถึงอย่างนี้ เราจึงลดละความยึดมั่นถือมั่น ความเป็นอุภพานในการยึดถือความเป็นตัวตน และความเห็นในความคิด ความนึกทั้งหลาย การลด ละ วาง ความยึดมั่นถือมั่น ออกจากความเป็นตัวเป็นตน ด้วยความเข้าใจธรรมดังกล่าวได้ บรรเทาทุกข์ได้ และสิ้นทุกข์ได้ เพราะเราเข้าถึงความจริงดังกล่าว
เราปฏิบัติเพื่อธรรมะ เพื่อการบูชาธรรมะ เป็นการปฏิบัติที่ “สมควรแก่ธรรม” จึงไม่ใช่สมควรแก่ความอยาก สนองความต้องการของตนเอง ซึ่งสัตว์โลกมักจะกระทำเพื่อสนองต่อความอยากของตนเอง ขนาดจะทำความดีก็ยังยื้อแย่งกันด้วยความอยาก ยังทะเลาะวิวาทกันด้วยความอยาก ยังสร้างกฎเกณฑ์ขึ้นมาทำให้ยากต่อการกระทำความดี ก็ด้วยความอยาก ความอยากจึงสร้างทิฏฐิ สร้างความยึดมั่นทิฏฐิ สร้างอำนาจของความไม่รู้ ไม่เข้าใจ ที่ผิดเพี้ยนไป
ธรรมะนี้หลอมรวมจิตของมนุษย์ทั้งหลายให้สู่ความเป็นหนึ่งได้ เพราะลดความยึดถือยึดมั่น คำว่า ลดยึดถือยึดมั่นได้ แสดงว่า ต้องมีสติ มีปัญญา
เมื่อสติปัญญาเกิดขึ้น ก็เบาบางจากกิเลส ก็เริ่มเห็นฝั่งข้างหน้า ไม่มืดไม่มัว ผู้รู้บอกว่า นั่นฝั่งนะ เราก็เห็นฝั่ง นั่นเกาะนะ เราก็เห็นเกาะ นั่นสัตว์ร้ายนะ เราก็เห็นสัตว์ร้าย แม้จะเห็นลางๆ แต่เราก็เชื่อในสิ่งที่ธรรมะแสดงไว้ ก็ย่อมบรรเทาโทษได้มากๆ กับการเดินทางบนวิถีชีวิตของเรา ด้วยอาศัยธรรมะเป็นที่พึ่ง
ธรรมะนั้นเป็นที่ยึดเหนี่ยวยึดถือ เพราะการยึดเหนี่ยวยึดถือธรรมะนั้น ธรรมะนั้นสอนให้เราพึ่งตนเอง “พึ่งตน พึ่งธรรม” จึงเป็นหลักการสอนในพระพุทธศาสนา ไม่เรียกร้องวิงวอนให้คนนั้นช่วย ให้คนนี้ช่วย เราต้องทำกันเอง
สาธุชนทั้งหลายต้องการให้แผ่นดินนี้สงบ จะต้องลุกขึ้นมาดูแลแผ่นดิน ดูแลบ้านเมืองของตน สาธุชนทั้งหลายต้องการให้จิตสงบ ก็ต้องลุกขึ้นมาดูแลจิตตนเอง หากต้องการให้ครอบครัวสงบ ก็ลุกขึ้นมาดูแลครอบครัวตนเอง ต้องพึ่งตน แต่การพึ่งตนนั้น ต้องมีแบบแผนที่ถูกต้อง ก็คือ ต้องมีธรรมะ เรียกว่า พึ่งธรรม โดยมีตนเป็นที่พึ่ง เพื่อการปฏิบัติเจริญสติปัฏฐานเข้าให้ถึงธรรมะ
“การพึ่งตนพึ่งธรรม” จึงเป็นหัวใจอันสำคัญของพระพุทธศาสนา ที่แสดงให้เห็นการปฏิเสธการพึ่งพาอำนาจภายนอกอย่างสิ้นเชิง... จำพวกเทวนิยม วัตถุนิยมทั้งหลาย ไม่มีหลวงพ่อนั้น ไม่มีหลวงพ่อนี้ มีหลวงพ่อเดียว คือ พุทธะ ธัมมะ สังฆะ แต่เราก็ต้องอาศัยหลวงพ่อหลวงลุงหลวงน้าทั้งหลายที่ประพฤติดี บัณฑิตผู้รู้ทั้งหลาย นำพาไปสู่การปฏิบัติที่ถูกต้องตามระเบียบแบบแผน เพื่อเป็นแนวในการปฏิบัติ เป็นเนติฉบับ เป็นแบบฉบับ เป็นการส่งสืบต่อในฐานะแห่งแบบแผนที่ถูกต้อง ผู้ข้ามแล้ว ก็บอกว่า มาทางนี้สิ เราเห็นเขาข้ามแล้ว เราก็ข้ามด้วย เราข้ามได้อีก ก็เป็นประเพณีว่า มาทางนี้สิ
การส่งต่อสืบทอดดังกล่าวนี้ จึงทำให้แผ่นดินไทยผ่านวิกฤตการณ์มาโดยตลอด เพราะพวกเราทั้งหลายไม่ทิ้งแผ่นดิน ด้วยบรรพชนของเราได้อบรมสั่งสอนให้ไม่ทอดทิ้งแผ่นดินเกิด และต้องช่วยกันพัฒนาแผ่นดินเกิดให้มีความเจริญก้าวหน้า อุดมสมบูรณ์ เพื่อส่งสืบแผ่นดินต่อไป
นี่คือกระบวนการแห่งธรรมปฏิบัติในวิถีพุทธ ฉะนั้นธรรมะเกิดขึ้นในสังคมใด ในหมู่ชนใด มีแต่ความสงบ ความสุข เพราะเกิดความสามัคคีธรรม ไม่ทะเลาะเบาะแว้ง สังคมใดที่ไม่มีธรรมะ ย่อมทะเลาะเบาะแว้ง มีอิจฉาริษยา สังคมใดที่มีอิจฉาริษยามัจฉริยะเกิดขึ้น แม้สังคมนั้นจะปวารณา จะเรียกร้องว่า ขอพวกเราอยู่อย่างมีความสุขเถิด ย่อมไม่เป็นไปตามปากพูด เพราะอำนาจที่ทำลายโลกให้ฉิบหาย คือความริษยา มัจฉริยะ
อาตมาจะให้ธรรมะที่จำไม่ยาก เพื่อรวมจิตของท่านทั้งหลายให้พร้อมที่จะสวดเจริญพระปริตรอธิษฐานจิตเพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพระราชกุศล เพื่อการกระทำสัตยาธิษฐานให้แผ่นดินสงบสุขตามที่ท่านทั้งหลายได้ตั้งจิตตั้งใจมาประกอบคุณความดี
อ่านต่อฉบับหน้า







