posttoday
กิ๊กจ๋าอย่านะกิ๊ก

กิ๊กจ๋าอย่านะกิ๊ก

04 สิงหาคม 2556

ผลของการผิดศีลข้อ 3 คือเกิดความระแวง เกิดความไม่เชื่อถือซึ่งกันและกันระหว่างภรรยาสามี เกิดความแตกร้าว และขั้นรุนแรงคือแตกแยกหรือแยกทางกัน

ผลของการผิดศีลข้อ 3 คือเกิดความระแวง เกิดความไม่เชื่อถือซึ่งกันและกันระหว่างภรรยาสามี เกิดความแตกร้าว และขั้นรุนแรงคือแตกแยกหรือแยกทางกัน

ถามว่า คนที่ทำให้ครอบครัวคนอื่น ต้องเกิดความระแวง ไม่เชื่อมั่นต่อกันและกัน หรือเกิดความแตกร้าวแยกทางกันควรถูกประณามไหม

ควรถูกประณามอย่างยิ่ง โดยเฉพาะบุคคลที่รู้ว่าคนคนนั้นมีสามี มีภรรยา มีลูก อยู่แล้วสังคมรู้กันทั่วก็ยังไปพัวพันกับเขาอยู่

ศีลข้อ 3 พระท่านว่าเป็นบาลี “กาเมสุมิจฉาจารา เวรมณี” แปลว่า เจตนาเป็นเครื่องงดเว้นเด็ดขาด จากความประพฤติผิดในกาม

ผมขอแยกศัพท์ให้เห็น ดังนี้ กาเมสุแปลว่า ในกามทั้งหลาย มิจฉา –แปลว่า ผิด ไม่ถูกต้อง อาจาราความประพฤติ

จุดประสงค์ของศีลที่ท่านบัญญัติไว้ทุกข้อ เป็นการห้ามทำ ห้ามละเมิดเด็ดขาด เพราะเกิดความเสียหาย เกิดผลกระทบ ใครขืนทำขืนด้วยทั้งที่รู้อยู่แก่ใจจึงควรต้องถูกประณาม

การเป็นกิ๊ก หรือคบชู้ เป็นเรื่องน่ารังเกียจอย่างยิ่งในสังคม

โดยคนที่ทำ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายเริ่มก่อนหรือไม่ได้เริ่มก่อนก็ตาม หากที่สุดแล้วมีใจให้กัน สมคบคิดกัน ก็แสดงให้เห็นถึงความไม่มี “หิริ” คือ ความละอายแก่ใจของตัว

และแสดงถึงความไม่มี “โอตตัปปะ” ความเกรงกลัวต่อบาปกรรม คือ รู้ทั้งรู้ว่าสิ่งที่กำลังทำอยู่นั้นไม่ดี เลวทราม ต่ำช้า ก็ยังขืนทำลงไป

บาปแค่ไหน อยู่ที่ผลของการกระทำ

ถ้าทำให้ครอบครัวที่เขารักกันมากเกิดความทุกข์โทมนัสมาก ตัวผู้ทำก็ต้องบาปมาก และถ้าทำให้เขาแตกแยกกันขั้นหย่าร้างก็ยิ่งบาปหนักเข้าไปอีก

ด้วยเหตุนี้ พระท่านจึงสอนให้ทุกคนที่มีครอบครัว หรือแต่งงานแล้ว จะจดทะเบียนหรือไม่จดทะเบียนสมรสก็ตาม ให้ตั้งอยู่ใน “สทารสันโดษ” อย่างมั่น

สทารสันโดษ คือ ยินดี พอใจ เฉพาะในภรรยาของตนเองเท่านั้น ซึ่งรวมถึงยินดี พอใจ เฉพาะในสามีของตนด้วย อย่าได้คิดหรือประพฤตินอกใจ ปันใจให้คนอื่น หรือมอบกายให้คนอื่นอีก

เรื่องนี้อยู่ที่ใจของเราอย่างเดียวครับ

ถ้ารักษา ควบคุมใจของตัวเองได้ ก็ไม่เกิดปัญหา แต่ที่เกิดปัญหาอยู่ทุกวันนี้เพราะเราไม่รู้จักห้ามใจตัวเอง

ผู้หญิงบางคนรู้ทั้งรู้ว่าเขามีเมียมีลูกแล้ว แต่เมื่อเห็นเขาเอาใจเก่ง ให้นั่นให้นี่ เทกแคร์ตลอดก็ใจอ่อนปันใจให้แล้ว

คนทำผิดศีล ไม่ว่าข้อไหนเสียหายทั้งนั้น แต่คนที่แอบไปใช้สามีภรรยาคนอื่น คือบุคคลน่ารังเกียจ

หักห้ามใจหน่อยเหอะครับ

ผู้หญิง ผู้ชายในโลกนี้ที่ยังไม่มีสามี ที่ยังไม่มีภรรยามีถม เลือกเอาที่ดีๆ ถ้ายังไม่มั่นใจ ก็อย่ารีบตัดสินใจ ดูไปก่อน หรือถ้าแต่งแล้วอยู่กันไม่ได้ก็ค่อยว่ากัน หรือไม่คิดแต่งก็เป็นสิทธิ์ของเรา

อย่าไปทำตัวให้เสียศักดิ์ศรี อย่าไปประพฤติตัวให้เสียเกียรติ เสียชื่อเสียงของตัวเอง วงศ์ตระกูล ครอบครัว ถ้ามีลูกก็กระทบถึงลูก นะครับ อย่าชะล่าใจ

ไม่มีใครว่าดีหรอกถ้าเราทำเรื่องนี้ มีแต่เสียกับเสีย มีแต่ตกต่ำ จากดาวดังก็จะเป็นดาวดับ

ถ้าเป็นดารา นักร้อง ประชาชนก็ไม่ชอบ ไม่นิยม และเมื่อไม่นิยมเขาก็ไม่จ้าง

ในสมัยพุทธกาลมีหญิงรูปร่างสวยคนหนึ่งชื่อ “สิริมา” ไปแย่งสามีของนางอุตรา ทั้งที่นางอุตรานี้เป็นคนจ้างเธอให้มาปรนนิบัติสามีของตนเพื่อจะได้มีเวลาทำบุญแด่พระพุทธเจ้า

นางสิริมาพอปรนนิบัติสามีของนางอุตราไปสักพักหนึ่ง ก็หมายมั่นจะเป็นภรรยาคนใหม่ ถึงขนาดต้องหาทางทำร้ายนางอุตรา ด้วยการเอาน้ำร้อนสาดใส่

แต่นางอุตราไม่เป็นอะไร เพราะใจเมตตาของนางเต็มไปด้วยจิตเมตตา น้ำร้อนได้แปรสภาพเป็นน้ำเย็น ที่สุดนางสิริมาต้องกราบขอโทษ

ฉะนั้น อย่าให้ใครตราหน้าว่าเป็น “สิริมาสอง” เลยนะครับ

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน