posttoday
หลวงพ่อผจญ อสโม

หลวงพ่อผจญ อสโม

04 สิงหาคม 2556

21.10 น. พุธที่ 31 ก.ค.ที่ผ่านมา หลวงพ่อผจญ อสโม ประธานสงฆ์ วัดป่าสิริปุญญาราม บ้านหมากแข้ง จ.เลย ละสังขาร ที่โรงพยาบาลเจ้าพระยา ปิ่นเกล้า

21.10 น. พุธที่ 31 ก.ค.ที่ผ่านมา หลวงพ่อผจญ อสโม ประธานสงฆ์ วัดป่าสิริปุญญาราม บ้านหมากแข้ง จ.เลย ละสังขาร ที่โรงพยาบาลเจ้าพระยา ปิ่นเกล้า กรุงเทพมหานคร ขณะอายุได้ 70 ปี 6 เดือน พรรษา 50 พรรษา

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเลย รายงานว่า การมรณกรรมของหลวงพ่อผจญเป็นข่าวเศร้าสะเทือนใจของพุทธศาสนิกชนชาว จ.เลย และบรรดาลูกศิษย์ลูกหา ที่ต้องสูญเสียพระที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเลยระบุข้อมูลประวัติหลวงพ่อผจญว่า หลวงพ่อผจญ อสโม เดิมเป็นคน จ.ขอนแก่น เป็นศิษย์ของ หลวงปู่ชอบ ฐานสโม พระอริยสงฆ์ ผู้ปฏิบัติชอบ แห่งวัดป่าสัมมานุสรณ์ บ้านโคกมน ต.ผาน้อย อ.วังสะพุง จ.เลย และ หลวงปู่หลุย จันทสาโร วัดถ้ำผาบิ้ง บ้านนาแก ต.ผาบิ้ง อ.วังสะพุง จ.เลย หลวงปู่คำดี ปภาโส วัดถ้ำผาปู่ อ.เมือง จ.เลย ท่านเป็นพระป่าธรรมยุต สายวิปัสสนา กัมมัฏฐาน มักน้อยสันโดษ เรียบง่าย พอเพียง ไม่สะสมทรัพย์ เมื่อได้มาก็สละออก ไม่เรี่ยไรทางวัด จึงไม่เคยจัดงานแจกซองผ้าป่าหรือกฐินใดๆ

เมื่อท่านจะละสังขาร ได้สั่งเสียกับพระอาจารย์สำราญ เจ้าอาวาสวัดป่าสิริปุญญาราม ว่า “อย่าเก็บผมไว้นานนะ ถ้าผมตายให้เผาภายใน 7 วัน อย่าทำอะไรใหญ่โตวัดเราจน ให้ทำเมรุเล็กๆ พอ ทำง่ายๆ ให้ท่านนิพนธ์ (พระอาจารย์นิพนธ์ อภิปสันโน แห่งวัดป่าศาลาน้อย อ.ด่านซ้าย จ.เลย) เป็นธุระจัดการให้ ห้ามให้มีการเรี่ยไรให้ทำง่ายๆ ก็พอ”

นอกจากนี้ ยังระบุด้วยว่า หลวงพ่อผจญเคยออกเที่ยวธุดงค์ทั้งทางภาคใต้และภาคอีสาน ตลอดจนไปถึงภาคเหนืออยู่กับพวกกะเหรี่ยง พวกมูเซอ สหธรรมิตรที่ออกเที่ยวธุดงค์ด้วยในยุคนั้นมี หลวงปู่คูณ สุเมโธ หลวงพ่อสุพจน์ ชินวโร หลวงพ่อขันตี ญาณวโร และหลวงพ่อมงคล สิริมังคโล เป็นต้น หลวงพ่อผจญท่านเคยได้เข้ารับการอบรมศึกษาธรรมจากสำนักของพ่อแม่ครูอาจารย์อยู่หลายๆ ที่ เช่น ที่วัดถ้ำผาปู่ กับ หลวงปู่คำดี ปภาโส หลวงปู่มหาบุญมี สิริธโร ผู้สร้างวัดป่าสิริปุญญาราม หลวงปู่ขาว อนาลโย ที่วัดถ้ำกลองเพล หลวงปู่ฝั้น อาจาโร ที่วัดป่าอุดมสมพร หลวงปู่หลุย จันทสาโร ที่วัดถ้ำผาบิ้ง และ หลวงปู่ชอบ ฐานสโม ตามสถานที่ต่างๆ เพราะหลวงปู่ชอบท่านไม่อยู่ติดที่ ออกวิเวกไปเรื่อยๆ เป็นต้น

ประวัติฉบับย่อที่มีการเผยแผ่กันนั้น ระบุเพิ่มเติมว่า พ่อแม่ครูอาจารย์อีกรูปหนึ่งที่หลวงพ่อผจญเคยได้เพียรอยู่ปฏิบัติและอุปัฏฐากอีกรูปอยู่ด้วย คือ หลวงปู่ตื้อ อจลธัมโม ที่วัดสามัคคีธรรม ปัจจุบันเรียกว่า วัดป่าอาจารย์ตื้อ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่

เรื่องเล่าฉบับนี้ มีเรื่องเล่าซึ่งระบุว่าเป็นการบอกเล่าของหลวงพ่อผจญด้วยว่า... “สมัยอยู่กับหลวงปู่ตื้อ ได้มีโอกาสรับใช้อุปัฏฐากท่าน กลางคืนต้องเร่งภาวนาตลอดทั้งคืน คืนไหนอ่อนเพลีย ทำท่าจะล้มตัวลงนอน ก็จะได้ยินเสียงไม้เคาะหน้าห้องทันที เป็นอย่างนี้ทุกๆ ครั้ง หลวงปู่ตื้อท่านมักจะมาเตือนยามดึกอย่างนี้ตลอด พอจะล้มตัวนอนปุ๊บ ก็ได้ยินเสียงไม้เท้าท่านเคาะหน้าห้องปั๊บทันที จนเราเอง (หลวงพ่อผจญ) ร่างกายซูบผอมมาก ตาแดงก่ำ ตัวนี้เหลืองไปหมดเลย เพื่อนๆ เวลาเห็นก็มักจะถามว่า “ทำไมผอมอย่างนี้” ก็เลยตอบเขาไปว่า “ก็หลวงปู่ตื้อซิ ท่านให้เร่งความเพียร ทั้งวันทั้งคืนเลย ท่านสอนให้จริงจังไม่ให้เหยาะแหยะ”

“มีอยู่ครั้งหนึ่งจำได้ดี ตอนกลางคืนไปบีบนวดท่าน หลวงปู่ตื้อท่านก็เตือนมาว่า ‘พรุ่งนี้ยามบ่ายอย่ามาแถวกุฏิเรานะ พญาครุฑเขามาบอกว่าจะมีอสุนีบาตฟาดลงมาที่ต้นไม้ตรงกุฏิ’ ท่านใช้คำว่า ‘อสุนีบาต’ เลยนะ เราจำได้ อสุนีบาตก็คือ สายฟ้าฟาด หรือฟ้าผ่านั่นเอง พอถึงช่วงบ่าย เราก็ออกไปทำข้อวัตรปัดตาดปกติ ช่วงนั้นเป็นฤดูแล้ง ไม่มีฝน ท้องฟ้านี้แดดเปรี้ยงเลย พอถึงช่วงบ่ายๆ เรามองไปที่ท้องฟ้า แปลกมาก อยู่ดีๆ ก็มีเมฆดำทะมึนจับตัวลอยเข้ามาๆ แล้วก็มีสายฟ้าฟาดลงมาที่ต้นไม้ใหญ่หักโค่นไปบริเวณเวจกุฎี (ส้วม) ของหลวงปู่ตื้อ แต่กิ่งไม้นี้พาดเว้นห่างออกไป เราจึงไปกราบเรียนหลวงปู่ตื้อที่ศาลาว่ามีฟ้าผ่าลงมาตรงเวจกุฎีท่าน

“ท่านถามว่าแล้วมีอะไรเสียหายไหม ก็เลยตอบท่านว่าไม่มี เพราะกิ่งไม้ได้ลอดผ่านช่วงเวจกุฎีไปพอดี ท่านก็พยักหน้า แล้วไม่ได้ว่าอะไร ใจเรานี้ก็ระลึกที่ท่านบอกเตือนไว้เมื่อคืนเรื่องของพญาครุฑมาเตือน อยากจะถามท่านก็ไม่กล้าถาม จึงกราบแยกตัวไปทำข้อวัตรต่อ พระเณรที่อยู่ที่วัดตอนนั้นก็อยากรู้ จึงได้ยุยงให้เรากราบเรียนถามท่าน

“พอตกกลางคืนเราก็ไปทำข้อวัตรบีบนวดท่านตามปกติ อยู่สองต่อสอง พอบีบนวดซักพักเราก็รวบรวมความกล้า กราบเรียนถามท่านว่า ‘หลวงปู่ พญาครุฑนั้นมีจริงหรือครับ ไม่เคยได้ยิน เคยได้ยินว่ามีแต่พญานาค’ ขณะนั้นท่านนอนให้เราบีบนวดท่านอยู่ เมื่อท่านได้ยินเราถามอย่างนั้นท่านก็ยกมือขึ้น แล้วฟาดลงมาที่ตักเราอย่างแรง จนเราตกใจ แล้วท่านก็ลุกขึ้นมานั่งแล้วพูดว่า ‘โคตรพ่อมึง โคตรแม่มึง โคตรปู่ย่าตายายมึงมันโง่ ถึงได้มีลูกหลานโง่ๆ อย่างมึงออกมานี่แหละ พวกมึงนี่ไม่รู้จักภาวนา ของอย่างนี้มันมีอยู่ แต่ตามึงก็ไม่รู้ไม่เห็น หัดภาวนาให้มันดีซี่ จะได้รู้ได้เห็นมั่ง’ พอหลวงพ่อผจญเล่าถึงเรื่องนี้เสร็จ ท่านก็ขำ แล้วท่านก็เล่าว่า ที่หน้ากุฏิเรามีลาปั้นไว้ ก็เพื่อมาเตือนเจ้าของ (หมายถึงตัวท่าน) นี่แหละ มันโง่นัก เลยให้โยมปั้นลาเอาไว้ ปั้นเอาไว้เตือนเจ้าของแหละ”

ถึงวันนี้รูปปั้นลากินหญ้าดังกล่าวยังสถิตอยู่ที่หน้ากุฏิหลวงพ่อผจญที่วัดสิริปุญญาราม จ.เลย และศิษยานุศิษย์ร่วมกันมาทำบุญอุทิศส่วนกุศล และร่วมสวดพระอภิธรรมศพหลวงพ่อผจญทุกคืนตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปจนถึงวันที่ 9 ส.ค. และจะประชุมเพลิงในวันที่ 10 ส.ค.นี้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท