posttoday
เข้าพรรษา 2 แผ่นดิน

เข้าพรรษา 2 แผ่นดิน

03 สิงหาคม 2556

เข้าพรรษาเมืองไทยทำกันอย่างยิ่งใหญ่ในหลายวัด ที่ทำใหญ่มากขึ้นเรื่อยๆ นอกจากจะทำไปเพื่อดำรงพระศาสนาแล้ว หลายที่ก็ยังใช้เป็น “จุดขาย” การท่องเที่ยวไปด้วย

โดย...จำลอง บุญสอง ชมรมผู้สื่อข่าวท่องเที่ยวอาเชี่ยน

เข้าพรรษาเมืองไทยทำกันอย่างยิ่งใหญ่ในหลายวัด ที่ทำใหญ่มากขึ้นเรื่อยๆ นอกจากจะทำไปเพื่อดำรงพระศาสนาแล้ว หลายที่ก็ยังใช้เป็น “จุดขาย” การท่องเที่ยวไปด้วย

ฤดูกาลนี้ผู้สื่อข่าวท่องเที่ยวถูกการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เชิญชวนไปทำสารคดีหลายต่อหลายแห่งเพื่อช่วยโปรโมตแหล่งท่องเที่ยว แต่ปีนี้ผมไม่ได้ไปด้วยเพราะเห็นว่าการไปรุมเขียนถึงแหล่งท่องเที่ยวเดียวกันมากๆ จะทำให้นักท่องเที่ยวไม่กระจายไปแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ นั่นเอง วันนี้จึงขออนุญาตพี่ๆ น้องๆ ใน ททท. ที่กำลังแต่งชุดดำประท้วงการแต่งตั้งภายในที่วิปริตพิสดารมา “ปลีกวิเวก” ถ่ายทำเข้าพรรษาไทยพม่า ด้านสังขละทองผาภูมิแทน

นอกจากจะมีจุดประสงค์เพื่อการถ่ายทอดวัฒนธรรมประเพณีการออกพรรษาของชาวมอญ 2 แผ่นดินแล้ว ก็ยังอยากไปเยือนแหล่งประวัติศาสตร์ชีวิตที่ทำให้ผมเกือบตายในสงครามชนกลุ่มน้อย VS รัฐบาลพม่าเมื่อหลายสิบปีก่อนอีกครั้ง ไปแล้วก็ไม่ผิดหวัง เพราะไปเห็นประเพณีที่ยังไม่ได้ปรุงแต่งสมใจ

วันอาสาฬหบูชาโดยทั่วไปไม่ว่าฝั่งไทย พม่า ลาว กัมพูชา ก็ล้วนตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง น้ำมันหรือเทียนไข ข้าวสารอาหารแห้งก็เพื่อให้พระได้ฉันในระหว่างที่อยู่กับวัดทั้งพรรษาด้วยกันทั้งนั้น น้ำมันที่ถวายก็เพื่อให้ท่านนำไปจุดตะเกียงอ่านหนังสือเช่นเดียวกับเทียนไข ส่วนธูปกับดอกไม้ก็เพื่อบูชาพระพุทธเจ้าในพิธีปวารณาตัวในโบสถ์นั่นเอง

ในวันอาสาฬหบูชาผู้สูงอายุมอญพม่าแถวสังขละพญาตองซู จะใส่เสื้อขาวผ้าถุง หรือกางเกงสีน้ำตาลไปนอนถือศีลฟังธรรมกันในวัดจนเป็นประเพณี พระเณรในวัดจะไม่ออกบิณฑบาตเพราะต้องเตรียมตัวเข้าพิธี และเมื่อไม่ออกไปไหน ชาวบ้านก็จะทำปิ่นโตมาถวายทั้งเช้าและเพล คนที่ไปถือศีลอยู่ที่วัดก็ได้กินอาหารวัด หรืออาหารที่ลูกๆ จัดปิ่นโตมาถวาย พ่อกินเสร็จก็สวดอวยพรให้ลูกหลานที่เอาปิ่นโตมาให้อย่างน่าชื่นชม เรื่องนี้ไม่เพียงแต่จะนำมาซึ่งการปฏิสัมพันธ์ที่ดีของคนในครอบครัวแล้ว ยังเป็นการปลูกฝังให้วัยรุ่นเข้าวัดเพื่อต่ออายุพุทธศาสนาอีกต่างหาก (แปลกที่พวกกระทรวงวัฒนธรรมไม่เอาตรงนี้ไปรณรงค์เชิดชู)

ผมไปวัดวังก์วิเวการามฝั่งมอญใน อ.สังขละบุรี ก่อน เพราะที่นั่นเขาตักบาตรธูปเทียนกันตอนบ่ายต้นๆ ก่อนที่พระจะเข้าไปปวารณาตัวในโบสถ์ หลังจากนั้นผมจึงไปที่วัดเสาร้อยต้นในเมืองพญาตองซู (เจดีย์สามองค์ฝั่งพม่า) บ่ายแก่ๆ เกือบเย็น หลังจากนั้นจึงวิ่งรถฝ่าภูเขาและปรอยฝนมาที่วัดท่าขนุน อ.ทองผาภูมิ สถานที่ที่มีการจุดประทีปและเวียนเทียนซึ่งแปลกไปกว่าวัดอื่นๆ ในภาคกลาง

ที่ช่างภาพชอบไปที่วัดวังก์วิเวการาม ก็เพราะมีการตักบาตรดอกไม้ก่อนที่พระจะไปปวารณาตัวในโบสถ์ โดยมีวัยรุ่นนอนราบกับพื้นให้พระท่านเหยียบเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตัวคนถูกเหยียบนั่นเอง พวกเขาเชื่อกันว่า การให้พระเหยียบจะช่วยให้โรคภัยไข้เจ็บ การปวดเมื่อยตามร่างกายหายไปและเกิดความเป็นสิริมงคลแก่ตัว บางคนที่ตัวใหญ่และสนิทสนมกับพระ ท่านก็แกล้งขึ้นไปเหยียบทั้งตัวแถมขย่มจนเจ้าตัวร้องลั่นก็มี (แกล้งร้องก็มี) นั่นเป็นการหยอกล้อที่สนุกไม่เบา สนุกกันไปทั้งผู้เหยียบและผู้ถูกเหยียบ ส่วนผู้หญิงถ้าไม่ใช้ผมรองให้เหยียบ ก็ใช้ผ้าให้เหยียบแทน

ก่อนพระจะเข้าโบสถ์ ก็จะมีฆราวาสเอาผ้ามาเช็ดเท้าให้สะอาดเสร็จแล้วก็เอาน้ำหอมมาฉีดพ่นให้ทุกรูป เขาทำกันด้วยใจแท้ๆ ทั้งฝั่งมอญไทยและฝั่งมอญพม่า การอ่อนน้อมถ่อมตนของชาวพุทธแบบนี้ ผมว่าหาได้น้อยแล้วในเมืองไทย ที่เหลืออยู่ก็คงมีที่ธิเบต เคยไปดูพวกผ้าขาวที่เตรียมตัวบวชที่วัดป่านานาชาติ เขาล้างเท้าให้พระผู้ใหญ่ที่ไปบิณฑบาต กลับมาแล้วก็ให้ความรู้สึกที่ไม่แตกต่างกัน ที่นั่นเขาให้พวกผ้าขาวทำไม่ใช่เรื่องกดขี่ แต่เป็นเรื่องการลดอัตตาตัวตนนั่นเอง

วัดเสาร้อยต้นฝั่งพม่าไม่มีช่างภาพไปเลย มีเพียงช่างภาพของมอญเท่านั้น ที่ไม่มีก็เพราะไม่มีใครรู้ว่ามีพิธีที่สวยงามและยังไม่ปรุงแต่งอยู่นั่นเอง ผมไปแล้วก็ชอบใจเพราะพม่ายังไม่มีนักการตลาดผู้เชี่ยวชาญการใส่สีตีไข่อย่างบ้านเรา (เพราะเพิ่งเปิดประเทศมาไม่นาน) อีกอย่างก็คือความเป็นพม่าในใจคนไทยยังดูลึกลับน่ากลัวจึงไม่มีใครค่อยจะกล้าเข้าไป กลัวว่าจะถูกจับอะไรทำนองนั้น

ตอนนี้พม่าเขาเปิดให้เข้าได้แล้วครับ แค่ไปถ่ายสำเนาใบขับขี่ สำเนาบัตรประชาชน คนที่เข้าไปยื่นให้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ตรงด่านเจดีย์สามองค์ เสียเงิน 50 บาทให้ฝั่งไทย (ผมยังไม่ได้ใบเสร็จจนบัดนี้) ไปจ่ายเงินเข้าพม่า (แบบไม่มีใบเสร็จเหมือนกัน) ด้วยจำนวนเงินคนละ 50 บาท

ผมมีเนื้อที่เขียนน้อยผิดกับตอนมีโพสต์ทูเดย์ท่องเที่ยวใหม่ๆ เพราะหน้าได้ถูกปันไปให้คนนอกเขียนด้วย ขอให้ดูจากรูปเอาก็แล้วกันนะครับ

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน