
การเข้าถึงยาของผู้ป่วยโรคมะเร็งเซลล์ตับ
โรคที่กำลังพูดถึงเป็นอย่างมากในวินาทีนี้คงหนีไม่พ้น “โรคมะเร็งตับ” ซึ่งมีบุคคลที่มีชื่อเสียงในหลากหลายวงการได้เสียชีวิตลงด้วยโรคนี้
โรคที่กำลังพูดถึงเป็นอย่างมากในวินาทีนี้คงหนีไม่พ้น “โรคมะเร็งตับ” ซึ่งมีบุคคลที่มีชื่อเสียงในหลากหลายวงการได้เสียชีวิตลงด้วยโรคนี้ อาทิ สตีฟ จ็อบส์ ผู้ก่อตั้งบริษัท แอปเปิล หรือในบ้านเราก็อย่างคุณยอดรัก สลักใจ ล่าสุด สดๆ ร้อนๆ ก็คือพี่เป้า สายัณห์ สัญญา
มีโอกาสเข้าร่วมงาน “NPAP เพิ่มโอกาสเข้าถึงยายืดชีวิตผู้ป่วยมะเร็งตับ” ทำให้ได้พบกับ รศ.นพ.นรินทร์ วรวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จบการศึกษาจากคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และได้ศึกษาต่อเพิ่มเติมจนกระทั่งจบด้านมะเร็งวิทยา ศูนย์มะเร็ง เอ็มดี แอนเดอร์สัน แคนเซอร์ เซ็นเตอร์ (MD Anderson Cancer Centre)
จากข้อมูลเบื้องต้น พบว่า โรคมะเร็งตับเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของคนไทย โดยพบบ่อยในเพศชายเป็นอันดับ 1 และในเพศหญิงเป็นอันดับที่ 3 และโดยสถิติของประเทศไทยนั้น พบว่ามีผู้เสียชีวิตจากมะเร็งตับคิดเป็นอัตราเฉลี่ย 2 คน/1 ชั่วโมง โดยโรคมะเร็งตับที่พบบ่อยในประเทศไทยคือ “โรคมะเร็งเซลล์ตับ” ซึ่งกว่า 87% ของผู้ป่วยจะเสียชีวิต
โดยปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้เกิดโรคมะเร็งเซลล์ตับได้ คือ โรคไวรัสตับอักเสบชนิดบี หรือซี การดื่มเหล้าหรือแอลกอฮอล์ สารอะฟราท็อกซินที่พบได้ในอาหารจำพวกถั่ว และผู้ที่ป่วยเป็นโรคตับแข็ง
รศ.นพ.นรินทร์ กล่าวว่า การรักษาโรคมะเร็งเซลล์ตับมีทางเลือกหลายวิธี คือ 1.การผ่าตัด 2.การเปลี่ยนตับ 3.การฉีดแอลกอฮอล์ 4.ไฮฟู และ 5.จี้ด้วยคลื่นความถี่สูง แต่อย่างไรก็ตาม วิธีการเหล่านี้กลับใช้ไม่ได้ผลในผู้ป่วยที่อยู่ในระยะที่ 4 หรือขั้นลุกลาม
ปัจจุบันจึงมีการใช้ยารักษาที่ออกฤทธิ์เฉพาะเจาะจงต่อเป้าหมาย ซึ่งก็คือ “ยาโซราฟีนิบ (Sorafenib)” ซึ่งได้ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยา (อย.) ทั่วโลกแล้วว่าเหมาะสมที่สุดที่จะใช้รักษาอาการของผู้ป่วยมะเร็งเซลล์ตับขั้นลุกลามได้ โดยตัวยาจะไปทำหน้าที่ในการยับยั้งการเกิดเส้นเลือดใหม่และยับยั้งยีนมะเร็ง
ถึงแม้ตัวยาจะไม่สามารถรักษาให้ถึงขั้นหายขาดได้ แต่ก็ทำให้ผู้ป่วยสามารถมีชีวิตยืนยาวขึ้นถึง 4447% จากเดิมที่อาจจะต้องเสียชีวิตภายในเวลา 36 เดือนเท่านั้น
เนื่องจากตัวยาโซราฟีนิบ เป็นตัวยาที่มีราคาค่อนข้างสูงมาก เฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ประมาณ 2.4 ล้านบาท มูลนิธิสถาบันมะเร็งแห่งชาติร่วมกับบริษัท ไบเออร์ไทย จึงได้เปิดโอกาสให้ผู้ป่วยมะเร็งเซลล์ตับที่ไม่สามารถรักษาได้ด้วยการผ่าตัดหรือฉีดเคมีบำบัด เข้าร่วมโครงการ NPAP เพื่อช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล โดยที่ผู้ป่วยจะเสียค่าใช้จ่ายในอัตราเริ่มต้นที่ 26 แสนบาท
โดยในช่วงระยะแรก ผู้ป่วยจะต้องซื้อยาโซราฟีนิบเอง และสลับกับที่โครงการจัดหาให้ ระยะเวลาเดือนเว้นเดือน หลังจากนั้นหากไม่มีอาการแพ้หรือผิดปกติ ก็จะได้รับตัวยาโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายต่อไป ซึ่งจะรับยาได้จนกว่าตัวยาใช้ไม่ได้ผลแล้วหรือมีผลข้างเคียงที่ผู้ป่วยรับไม่ได้
รศ.นพ.นรินทร์ กล่าวถึงเกณฑ์การเข้าร่วมโครงการ ว่า ต้องเป็นผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันจากทางแพทย์ผู้เชี่ยวชาญว่าเป็นมะเร็งเซลล์ตับจริง ผู้ป่วยและญาติสายตรงต้องมีรายได้รวมกันไม่เกิน 1.5 ล้านบาทต่อปี รวมถึงต้องไม่มีสิทธิในการเบิกค่ายาดังกล่าวและไม่ได้รับการสนับสนุนจากสังกัดใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งหากมีความสนใจเข้าร่วมโครงการ สามารถติดต่อได้ที่มูลนิธิสถาบันมะเร็งแห่งชาติ







