
ฮีโรเกรียน (อยาก) เก๋า
หนังมีแนวทางของตัวเอง โดยไม่พยายามไปทำเท่แข่งกับหนังฮีโร่ในแนวแอ็กชันที่ดูสนุกเอามัน ผู้กำกับและนักเขียนบท เจน โกลด์แมนเล่าเรื่องได้สนุก
หนังมีแนวทางของตัวเอง โดยไม่พยายามไปทำเท่แข่งกับหนังฮีโร่ในแนวแอ็กชันที่ดูสนุกเอามัน ผู้กำกับและนักเขียนบท เจน โกลด์แมนเล่าเรื่องได้สนุก
เรื่อง : กาญจนา
สารภาพว่าตอนที่เห็นหนังตัวอย่างของ Kick-Ass หรือในชื่อไทยว่า “เกรียนโคตรมหาประลัย” ไม่เกิดความรู้สึกอยากดูสักเท่าไหร่ เพราะคิดว่าเป็นหนังวัยรุ่นแนวขำๆ พยายามทำตัวให้แนวมากกว่า แต่พอเห็นชื่อของผู้กำกับ แมทธิว วอห์น ที่เคยชื่นชมผลงานของเขาจาก Stardust ก็เลยตัดสินใจตีตั๋วเข้าไปดูหนังเกรียนๆ เรื่องนี้ และพบว่า...มันสนุกมาก!
แม้หน้าหนังจะดูเป็นแนวแอ็กชันฮีโร่-คอมมิดี แต่ต้องบอกก่อนว่าหนังเรื่องนี้ไม่ได้เหมาะกับทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเด็กเล็ก เพราะภาพความรุนแรงในหลายฉากที่แม้แต่ผู้ใหญ่อาจต้องเอามือปิดตาเบือนหน้าหนี ดังนั้นถ้าคุณหอบลูกเล็กๆ เข้าไปดูเพราะคิดว่ามันจะเหมือน The Incredibles หรือ Superman ก็จงอย่าทำ เพราะเด็กอาจจะฝันร้ายได้ ความเปิ่นขำของฮีโร่เพี้ยนๆ ไม่ใช่เรื่องหลอก แต่ความโหดคือของจริงยิ่งกว่าและเราเตือนคุณแล้ว!
กลับมาว่ากันเรื่องของหนังต่อ อย่างที่บอกว่าหนังฮีโร่เรื่องนี้อาจไม่ได้เป็นอย่างที่คุณคิด โดยเฉพาะแฟนหนังสือการ์ตูนของมาร์ค มิลเลอร์ จะได้พบการตีความแบบใหม่จากผู้กำกับและคนเขียนบท (ผู้เขียนไม่เคยอ่านการ์ตูนต้นฉบับ แต่จากข้อมูลบอกว่าหนังเรื่องนี้มีการเปลี่ยนแปลงบทพอสมควร) เพราะฉะนั้นหากอยากดูหนังให้สนุก (มาก) จงโยนความคาดหวังทั้งหลายทิ้งไปเสีย
หนังมีแนวทางของตัวเอง โดยไม่พยายามไปทำเท่แข่งกับหนังฮีโร่ในแนวแอ็กชันที่ดูสนุกเอามัน ผู้กำกับและนักเขียนบท เจน โกลด์แมน (ที่เคยร่วมงานกันมาแล้วใน Stardust) เล่าเรื่องได้สนุก มีลูกล่อลูกชนแพรวพราวอย่างมีชั้นเชิง รวมถึงการใส่ฉากต่อสู้มันๆ แบบไม่ทำให้คอหนังแอ็กชันผิดหวัง แต่บทจะโหดก็โหดแบบไม่เกรงใจใครเหมือนกัน ดนตรีและเพลงประกอบเลือกมาใช้ได้ดี ทำให้หนังสนุกและดู “Cool” มากขึ้นอีก หนังยังมีแง่มุมประชดประชันและเสียดสีสังคมได้อย่างทันสมัย ดูแล้วอาจเจ็บแปลบๆ ในบางฉากว่าเราและคนรอบข้างก็เป็นแบบนั้นหรือเปล่า?
นอกเหนือจากบทแล้ว ต้องขอชมว่าทีมงานคาสติงเลือกนักแสดงมาเล่นได้เหมาะมาก โดยเฉพาะบรรดาวัยรุ่น ทั้งรุ่นเล็ก รุ่นใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น แอรอน จอห์นสัน ในบทหนุ่ม เนิร์ด เดฟ ไลซูว์สกี/คิก แอส เด็กหนุ่มจ๋องๆ ที่มีความตั้งใจดี อยากจะเพื่อผดุงความยุติธรรมและความสงบสุขให้กับสังคม กลายมาเป็นฮีโร่ซูเปอร์รั่วที่ไม่ค่อยเอาถ่านในช่วงแรกๆ แต่กลับค่อยๆ ส่องประกายและดูดีขึ้นมาได้ในตอนท้าย หรือ คริสโตเฟอร์ มินท์ซ พลาสส์ ที่มารับบทลูกชายมาเฟีย ซึ่งยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ได้รับความรักและการยอมรับจากพ่อ และที่ไม่พูดถึงคงไม่ได้เพราะสาวน้อย โคลอี มอเรทซ์ โดดเด่นเสียเหลือเกินในบท ฮิต เกิร์ล ฮีโร่สาววัยกระเตาะที่โดนคุณพ่อบิ๊ก แดดดี (นิโคลัส เคจ) ฝึกเข้มเพื่อภารกิจปราบเหล่าร้าย และเธอคือนางเอกขวัญใจคนดูตัวจริงของเรื่องนี้
ตัวละครหลักในเรื่องส่วนใหญ่คือเด็กและวัยรุ่นที่กำลังจะก้าวสู่การเป็นผู้ใหญ่ ซึ่งสิ่งที่ทำให้หลายคนดูแล้วอาจจะรู้สึกตะขิดตะขวงใจอยู่บ้าง ก็คงเป็นฉากที่มีการกระทำรุนแรงต่อเด็ก หรือให้เด็กเหล่านั้นลุกขึ้นมาจับอาวุธประหัตประหารคนอื่นๆ แต่มองในอีกมุมหนึ่ง การที่ผู้กำกับปล่อยให้มีฉากแรงๆ มากขนาดนี้ อาจเพราะต้องการสื่ออะไรบางอย่าง
เด็กและวัยรุ่นมักจะชอบอ่านการ์ตูน ดูหนังและมักใฝ่ฝันที่จะเป็นฮีโร่กับเขาบ้าง พวกเขาเสพสิ่งเหล่านี้เพราะคิดว่ามันโก้เก๋ แต่ในขณะเดียวกันพวกเขาอาจจะไม่เข้าใจถึงความรุนแรงที่แท้จริงในโลกของความเป็นจริงว่ามันน่ากลัว เจ็บปวดและส่งผลกระทบมากขนาดไหน จนเมื่อพวกเขาได้สัมผัสกับมันก็อาจจะเกือบสายเกินแก้...หรือบางคนก็โชคไม่ดีพอจะได้มีโอกาสแก้ตัว
ในทุกวันนี้เรามองเห็นความรุนแรงต่างๆ ที่อยู่รอบตัวจนกลายเป็นความชาชิน หลายครั้งเรามักเปรยกันว่าทำไมเด็กสมัยนี้ถึงสามารถทำอะไรแรงๆ แบบที่เราคิดไม่ถึงกันได้ขนาดนี้ แต่บางทีเราก็ลืมมองไปหรือเปล่าว่าเป็นเพราะผู้ใหญ่อย่างเราเองที่เป็นคนปลูกฝังความรุนแรงเหล่านั้นให้เด็ก ไม่ว่าจะโดยรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม หลายครั้งหลายหนที่เราอาจคิดว่าเราคือฮีโร่ผู้มีสิทธิจะใช้ความรุนแรงเพื่อปราบความรุนแรงได้หากเจตนาของเราเป็นสิ่งที่ดี แต่หากมองลงไปให้ลึกแล้วมันไม่เคยแก้ปัญหาที่แท้จริงได้เลย สิ่งนั้นจะยังคงฝังลงไปในใจใครสักคนที่พร้อมจะกลับมาทวงสิทธิในการใช้กำลังเพื่อความถูกต้อง (ของตัวเอง) อยู่เสมอ...
***********************
Kick-Ass
ประเทศ สหรัฐอเมริกา
ประเภท แอ็กชัน/คอมมิดี/ดรามา
เวลา 117 นาที
ผู้กำกับ แมทธิว วอห์น
นำแสดง นิโคลาส เคจ/มาร์ค สตรอง/แอรอน จอห์นสัน/คริสโตเฟอร์ มินท์ซ พลาสส์/โคลอี มอเรทซ์







