posttoday
Admission ช่วงเวลาสีเทาที่งดงาม

Admission ช่วงเวลาสีเทาที่งดงาม

01 สิงหาคม 2556

โดย...ตุลย์ จตุรภัทร

โดย...ตุลย์ จตุรภัทร

หากชีวิตของคนเราแบ่งออกเป็นช่วงๆ (ซึ่งไม่เกี่ยวอะไรกับหลินฮุ่ย) เชื่อแน่ว่า ช่วงชีวิตหนึ่งของเราต้องเกี่ยวพันกับ “พ่อ” และ “แม่” มากถึงมากที่สุด เพราะมันเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการสอบเข้ามหาวิทยาลัย

ในฐานะที่ผมเคยเป็นเด็กวัยรุ่นคนหนึ่ง ผู้ซึ่งเฝ้าค้นหาว่าตัวเองอยากเป็นอะไร อยากทำอะไร และอยากเรียนอะไร ช่วงเวลานี้คือช่วงเวลาที่สับสนใจมากที่สุด (รวมไปถึงอึดอัดใจมากที่สุดเช่นเดียวกัน) เพราะการที่เราเฝ้าค้นหา แต่ทว่าเราไม่ได้มีเวลามากพอที่จะค้นหาจนพบเจอ จนกว่าเราจะได้ลองเสี่ยง หรือได้ลองผิดลองถูกเสียก่อน เราถึงจะได้รู้ว่าสิ่งที่เรากำลังค้นหานั้น เมื่อพบเจอแล้ว มันใช่อย่างที่เราวาดหวังไว้จริงๆ หรือเปล่า

ชีวิตของคนที่กำลังจะก้าวเข้าสู่มหาวิทยาลัยมักเป็นเช่นนั้นเสมอ

ยิ่งมีแรงกดดันจากความคาดหวังของพ่อและแม่ ผู้ซึ่งปรึกษาอะไรก็ไม่ได้ทั้งหมด เพราะเขามักจะโยนความคาดหวังของเขามาไว้ที่เรา หรือไม่เขาก็จะพยายามทำทุกอย่างเพื่อทำให้ความฝันของเรากลายเป็นความจริง จนทำให้เราผู้ซึ่งกำลังค้นหาแนวทางของตนกลายเป็นคนที่ “ไม่ได้เรียนรู้อะไรเลย”

ยิ่งพอผมได้เข้าไปดูภาพยนตร์ที่ดูแบบผิวเผินคล้ายจะเป็นภาพยนตร์แบบสูตรสำเร็จอย่าง “Admission” ภาพยนตร์ที่ว่าด้วยเรื่องราวของการค้นหาตัวเองของเด็กไฮสคูลชั้นซีเนียร์ว่าตัวเองอยากเรียนอะไร อยากทำอะไร อยากเป็นอะไร โดยมีเป้าหมายที่สั้นที่สุดคือ เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดให้ได้ เพื่อสร้างความภาคภูมิใจให้กับตนเองและครอบครัว ยิ่งทำให้ผมได้ตระหนักว่า วัยรุ่นทุกคนควรได้ค้นพบในสิ่งที่เขาควรได้ค้นพบด้วยตัวของเขาเอง

ด้วยกระดูกสันหลังของเรื่องคือสิ่งนี้ นี่จึงเป็นแกนกลางที่นำพาให้เราได้เดินทางไปพร้อมๆ กับเรื่องราวชีวิตของเจเรไมอาห์ (รับบทโดยแนท วูลฟ์) เด็กนักเรียนจากโรงเรียนนิวเควสต์ (โรงเรียนทางเลือก) ผู้มีพรสวรรค์มากมาย แต่ชอบทำตัวแหกคอก ชีวิตของปอร์เชีย นาธาน (รับบทโดยทีน่า เฟย์) ผู้ใช้เวลาตลอด 16 ปี ในการประเมินผู้สมัครเรียนหลายพันราย ณ มหาวิทยาลัยปรินซ์ตัน โดยไม่มีการยุ่งเกี่ยวกับเด็กนักเรียนคนใด หรือรับข้อเสนอของพ่อแม่คนใด เพื่อความตรงไปตรงมาในการคัดเลือกเด็กที่มีศักยภาพมากที่สุด และเหมาะสมที่สุด แต่กลับต้องมาละเมิดกฎหลายอย่างเพื่อช่วยเหลือเจเรไมอาห์ และชีวิตของจอห์น เพรสแมน (รับบทโดยพอล รัดด์) อดีตเพื่อนร่วมชั้นในมหาวิทยาลัยของปอร์เชีย ผู้ซึ่งเป็นเจ้าของโรงเรียนนิวเควสต์ โดยเขาเป็นคนที่มองเห็นศักยภาพของเจเรไมอาห์ และพยายามผลักดันทุกวิถีทางเพื่อให้เจเรไมอาห์ได้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยปรินซ์ตัน

หากโลกนี้ไม่ได้มีแค่ “ขาว” กับ “ดำ” ภาพยนตร์เรื่องนี้คงทำให้เราได้เห็นว่าช่วงเวลาแห่งการสอบเข้ามหาวิทยาลัยช่างเต็มไปด้วย “สีเทา” มากมายเหลือเกิน อีกทั้งยังเป็นช่วงเวลาที่ไม่ว่าใครหน้าไหนต่างก็พร้อมลงสนามแข่งขันเพื่อช่วงชิงเก้าอี้ว่าง พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้มา แม้ว่าจะต้องเลือกทำบางอย่างเพื่อให้ได้อะไรบางอย่างมาแบบผิดๆ ก็ตาม

เมื่อดูภาพยนตร์เรื่องนี้จบลง ภาพเก่าๆ ในช่วงเวลาแห่งการสอบเข้ามหาวิทยาลัยก็ได้ย้อนกลับมาทำให้ผมได้ตระหนักว่า คนที่รักและหวังดีกับเรามากที่สุดก็คือพ่อและแม่ของเรา แม้ว่าเขาจะคาดหวังในตัวเรามากมายแค่ไหน กดดันเรามากแค่ไหน หรือจะช่วยเหลือเราเพื่อให้เราได้เรียนต่อ ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดและมากมายเพียงใดก็ตาม แต่สุดท้ายแล้ว วันนี้ วันที่เราก้าวมายืนอยู่ตรงจุดนี้ได้ ส่วนหนึ่งก็มาจากความเกี่ยวพันระหว่างเรากับพ่อแม่ของเราในช่วงเวลานั้นนั่นเอง

หากนั่นคือช่วงเวลา

ที่เคยทำให้เราสับสนใจและน่าอึดอัดใจมากที่สุด

มันก็คงเป็นช่วงเวลาที่งดงามมากที่สุดเช่นเดียวกัน

คุณว่าจริงไหม?

Admission สูตรรักถอดสแควร์รูท

ปี 2013

ประเทศ สหรัฐ

ประเภท โรแมนติก/คอมมิดี

ความยาว 1 ชั่วโมง 30 นาที

กำกับ พอล ไวซ์

แสดงนำ ทีน่า เฟย์, พอล รัดด์, แนท วูลฟ์

แนท วูลฟ์ ผู้รับบทเจเรไมอาห์ได้พูดถึงตัวละครตัวนี้ว่า “เขาไม่เคยแคร์เรื่องโรงเรียน และเกรดของเขาก็บ่งบอกถึงเรื่องนั้น เขาเป็นคนหัวรั้นตรงที่เขาสอนตัวเองจากการอ่านหนังสือและการใช้ชีวิต จอห์นมองเห็นศักยภาพอัจฉริยะในตัวเด็กหัวดื้อคนนี้ และพาเขาเข้าเรียนในโรงเรียนนิวเควสต์ ที่ซึ่งเขาเรียนได้ยอดเยี่ยมเป็นครั้งแรก แต่เขาไม่ใช่ผู้สมัครเข้าปรินซ์ตันตามปกติ และปอร์เชียก็ต้องผลักดันเขาน่าดูชมครับ สิ่งที่ผมสนใจคือการที่เขาเปลี่ยนแปลงจากคนที่เป็นคนช่างวิเคราะห์ ที่มองทุกอย่างเป็นขาวกับดำไปเป็นคนที่อ่อนลง ปอร์เชียกลายเป็นคนที่เขายอมรับเข้ามาในชีวิตเขา”

ทีน่า เฟย์ พูดถึงบทบาทที่ตัวเองได้รับว่า “ปอร์เชียเป็นผู้หญิงที่ใช้ชีวิตอยู่ในโลกที่เข้มงวดและมีการตัดสินคนนั้นคนนี้ แต่เธอก็แก้ไขตัวเอง และปล่อยวางมากขึ้น เมื่อเธอเกิดความสนใจเจเรไมอาห์ตามสัญชาตญาณความเป็นแม่ เธอก็พยายามจะมอบบางสิ่งบางอย่างให้กับเขาและช่วยเขาเติมเต็มศักยภาพของตัวเอง”

ในส่วนของ พอล รัดด์ ก็ได้พูดถึงบทบาทของตัวเองไว้ว่า “ก่อนหน้าการถ่ายทำ พอล ไวซ์ กับผมคุยกันว่าจอห์นคือใคร ซึ่งรวมถึงสิ่งที่อาจไม่ได้อยู่ในบทด้วย เช่น ความหลังของเขากับปอร์เชียเท่าที่เขาจำได้ ในการพูดกับพอล ผมก็รู้ว่านี่คือตัวละครที่ผมอยากเล่นครับ"

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69