
ความสำเร็จเป็นเรื่องที่ทำนายได้
โดย...หนูดีวนิษา เรซ
โดย...หนูดีวนิษา เรซ
ความสำเร็จไม่ใช่เรื่องของอุบัติเหตุ ไม่ใช่เรื่องที่อยู่ดีๆ ก็เกิดขึ้นโดยไม่มีต้นสายปลายเหตุ การที่คนคนหนึ่งจะประสบความสำเร็จได้นั้น เกิดขึ้นอย่างเป็นขั้นเป็นตอน สั่งสมบ่มมาในระยะเวลาหนึ่ง ไม่ใช่เพียงชั่วข้ามคืน ดังนั้น ความสำเร็จจึงเป็นสิ่งที่ทำนายได้ และทำนายได้ไม่ยากเกินไปเสียด้วย
แต่ที่น่าเศร้าก็คือ ความล้มเหลวก็เป็นเช่นเดียวกัน เป็นเรื่องที่ทำนายได้ไม่แตกต่าง แม้ผลลัพธ์จะต่างกันมากมายมหาศาลก็ตาม
หลักการก็คือ หากเราเฝ้าสังเกตพฤติกรรมของคนคนหนึ่งนานพอ เราจะเริ่มเห็น “เทรนด์” หรือ “แพตเทิร์น” พฤติกรรมของเขาที่เราสามารถทำนายได้ล่วงหน้าเลยว่าชีวิตในอนาคตของเขาจะเป็นเช่นไร
แน่นอนว่า การทำนายอนาคตไม่มีวันที่จะถูกต้อง 100% เพราะคำตอบทั้งหมดลอยอยู่ในอนาคตข้างหน้าที่อะไรๆ ก็ผันแปรได้ตลอดเวลา แต่ว่าหากเราตั้งใจสังเกต เราจะสามารถทายถูกได้ไม่ต่ำกว่าครึ่งเลยทีเดียว
ทั้งนี้ ก็คือการทำนายอนาคตของเราเองด้วย โดยไม่ต้องพึ่งพาหมอดูที่ไหนเลยแม้แต่คนเดียว
เรา “เลือก” ทำอะไร
เราเลือกทำสิ่งที่ยากกว่า เหนื่อยกว่า ไม่สนุกและไม่สบายเท่า แต่ให้ผลดีกว่าในระยะยาวหรือเปล่า หรือเราเลือกที่จะทำสิ่งที่สนุกมากๆ สบ๊าย สบาย มีความสุขในระยะสั้นแต่ส่งผลเสียในระยะยาวหรือไม่ ทั้งผลเสียด้านสุขภาพ การเงิน และความสัมพันธ์หรือไม่
ลองมองไปรอบๆ เราจะเห็นตัวอย่างนี้มากมาย
หลายคนอยากมีชีวิตแต่งงานที่ประสบความสำเร็จ แต่เลือกทำตามความสุขชั่ววูบด้วยการนอกใจคนรัก ส่งผลให้การหย่าร้างตามมาแบบหลีกไม่ได้
หลายคนอยากรวย อยากนั่งกินนอนกิน อยากอยู่สบายๆ แต่ไม่เลือกที่จะขยันและทำงานหนัก แต่หาโอกาสหยุดพักในทุกโอกาส ในที่สุด คำว่ารวยก็เดินทางมาไม่ถึงเสียที
หลายคนอยากมีอิสรภาพทางการเงิน แต่เห็นมือถือรุ่นใหม่ก็ห้ามใจไม่ได้เลยสักครั้ง หรือรองเท้าคู่ใหม่ ลิปสติกแท่งใหม่ ของเหล่านี้ไม่ได้แพงจนต้องยากจนลงในครั้งเดียวที่ซื้อ แต่ว่าเมื่อสะสมเข้านานๆ เงินก้อนฟุ่มเฟือยเหล่านี้ก็บานปลายได้เหมือนกันนะคะ
ธรรมชาติเป็นสิ่งที่ยุติธรรมมาก
ไม่เคยเลือกข้าง หรือฝักใฝ่กับใครทั้งสิ้น
ถ้าใครทำตามกฎแห่งความสำเร็จ เขาก็จะประสบความสำเร็จ
ใครทำตามกฎแห่งความล้มเหลว เขาก็จะประสบความล้มเหลว
มันคือกฎของ “เหตุและผล” หรือ Law of cause and effect
บางคนแปลเข้ามาสู่เรื่องศาสนาก็ว่าเป็นเรื่องของกฎแห่งกรรม ซึ่งก็คืออีกคำหนึ่งของเหตุและผลนั่นเอง
เพราะทำแบบนี้จึงได้แบบนี้ เพราะทำแบบนี้จึงเป็นแบบนี้
คนเราเป็นผลพลอยได้ของสิ่งที่เราทำ ถ้าเข้าใจแบบนี้ได้ เรื่องต่างๆ จะง่ายขึ้นอีกเยอะมาก เพราะเราจะไม่มีคำถามว่า ทำไมถึงเกิดเรื่องแบบนี้กับฉัน ทำไมชีวิตถึงเป็นแบบนี้ ทำไมเขาต้องทำกับฉันแบบนี้ ทำไมคนอื่นๆ จึงมีพฤติกรรมแบบนี้กับฉัน ...ถ้ามันมีผลเกิดขึ้นแล้วที่ตัวเรา ก็แปลว่ามันมีเหตุแน่นอน เพราะของสองสิ่งนี้คู่กัน
มีคนไปถาม H.L.Hunt ผู้ชายที่สร้างตัวขึ้นมาจากศูนย์จนเป็นมหาเศรษฐี ครั้งหนึ่งนั้น เขาเคยเป็นชายที่รวยที่สุดในโลก ว่าอะไรคือเคล็ดลับของความสำเร็จของเขา
เขาตอบว่า “มีเพียง 3 สิ่งเท่านั้นที่เราจำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับความสำเร็จ
ข้อหนึ่ง ตัดสินใจว่า อะไรคือสิ่งที่คุณอยากได้จากชีวิตนี้
ข้อสอง คำนวณราคาที่คุณต้องจ่ายเพื่อให้ได้สิ่งที่คุณต้องการมา
ข้อสาม ซึ่งเป็นข้อสำคัญที่สุด คือ การจ่ายราคานั้น เต็มราคา
คนจำนวนมากรู้ในสองข้อแรก แต่ไม่สามารถทำในข้อที่สามได้ เขาก็กลายเป็นเพียงคนที่ฝันกลางวัน เพราะทันทีที่เราได้ทั้งสามข้อมาครบแล้ว สิ่งต่อไปที่เราต้องมีคือ “ความเต็มใจ”
เป็นความเต็มใจที่จะจ่ายราคาเพื่อให้ได้มาซึ่งความสำเร็จที่เราต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการต้องตื่นแต่เช้า การนอนดึก การไม่ได้อยู่กับคนที่เรารัก การเอาร่างกายเข้าเสี่ยง การต้องนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นวันๆ การก้มหน้าอยู่กับการท่องหนังสือแบบไม่ได้เงย การเดินทางจากบ้านไปไกลแสนไกล หลายคนมีความฝันรุนแรงถึงขั้นที่ต้องเอาชีวิตเข้าไปเสี่ยง ฯลฯ
ฟังดูเหมือนเป็นราคาแพงมาก
แต่นิยามความสำเร็จของคนเราไม่เหมือนกัน และจะไม่มีวันเหมือนกันเลย แม้ดูเผินๆ คนแต่ละรุ่นจะมีความฝันใกล้เคียงกันก็ตาม
ดังนั้น ราคาที่เราต้องจ่ายก็แตกต่างกันไปตามขนาดของความฝัน
คนที่ในที่สุดแล้วจะประสบความสำเร็จ คือ คนที่ยินดีและเต็มใจจ่ายราคาแห่งความสำเร็จเต็มราคา เขายอมลำบากมากกว่าคนทั่วไป และนั่นเองเป็นจุดที่ทำให้เขาแตกต่าง
คนทั่วๆ ไปในโลกนี้ฝันอยากประสบความสำเร็จ อยากมีเงินเยอะๆ อยากผอม อยากสวยหล่อ อยาก อยาก และอยาก ฯลฯ แต่ว่ามีสักกี่คนกันที่พร้อมและยินยอม เต็มใจที่จะจ่ายราคาเพื่อให้ได้มันมา
ในที่สุดแล้วก็อยากจะนอนดูทีวี อยากออกไปเที่ยวกับเพื่อน อยากออกไปเที่ยวกับแฟน อยากนอนตื่นสาย อยากพักผ่อนเยอะๆ ซึ่งคนจำนวนมากเช่นกัน ยินดีจ่าย...แค่ส่วนหนึ่งของราคา ไม่ใช่ทั้งหมด
แต่กฎของความสำเร็จคือ คุณต้องจ่ายราคาหมดทั้งก้อน ...แถมจ่ายล่วงหน้าด้วย และการันตีก็ไม่ 100% อีกต่างหาก
ถ้าจะเปรียบเทียบไป ความสำเร็จก็เหมือนร้านคาเฟ่ทีเรียหรืออาหารคูปอง คือ เราต้องจ่ายก่อนกิน ไม่ใช่กินก่อนจ่ายเหมือนในร้านอาหารหรูๆ แต่เราก็ไม่มีตัวเลือกนะคะ นี่คือกฎ และเราไม่ใช่คนกำหนดกฎ เราเป็นเพียงผู้เล่น โชคดีที่มีคนที่เล่นเกมนี้จนชนะไปจำนวนมากที่ได้บอกเล่าถึงกฎกติกาเอาไว้
แต่ไม่ว่าพวกเขาจะบอกไว้มากแค่ไหนก็ตาม ก็จะมีคนอีกมากที่ไม่พร้อมจะเล่นตามกฎนี้ ซึ่งเป็นกฎที่อ่านง่าย เข้าใจง่าย แต่ทำยากที่สุดกฎหนึ่งของชีวิต
และที่สำคัญ มันทำนายได้ค่ะ ลองทำนายเล่นๆ ดูไหมคะว่า อีก 10 ปีข้างหน้า ชีวิตของเราจะเป็นอย่างไร







