
ธรรมเทศนา.. ณ วัดพระศรีรัตนศาสดารามเมื่อ ๙ มิถุนายน ๒๕๕๖(ตอน ๔)
เราเดินทางมาถึงที่นี่ เพื่อมาพักจิตให้มีความสงบเกิดขึ้น เมื่อสงบแล้ว พึงอัญเชิญอำนาจพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ และพระคุณของพ่อแม่ พระคุณของครูบาอาจารย์
โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส
เราเดินทางมาถึงที่นี่ เพื่อมาพักจิตให้มีความสงบเกิดขึ้น เมื่อสงบแล้ว พึงอัญเชิญอำนาจพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ และพระคุณของพ่อแม่ พระคุณของครูบาอาจารย์ มาประดิษฐานในดวงจิตของเราให้สงบนิ่ง ทำจิตเราให้เต็ม...ให้เต็มความดี ให้เต็มความเป็นกุศล ให้เต็มด้วยความรู้
เมื่อเต็มด้วยความรู้แล้ว มันก็สงบ คือให้รู้เต็ม รู้ถูกต้อง “ความรู้เต็ม” ให้จิตเรานี้รู้อย่างเป็นอุเบกขา ไม่พร่อง ไม่หยาบ มันก็จะมีความรู้จักปล่อยวาง ละวางความเกี่ยวข้องภายนอกทั้งหมด เพราะมันเต็ม
เมื่อมันเต็ม ก็ไม่ต้องแสวงหาภายนอก เพราะมันเต็มแล้ว มันก็อิ่ม เหมือนคนอิ่มแล้ว ก็ไม่ขวนขวาย เพราะมันอิ่ม มันสุกแล้ว เราทำจิตเราให้มีความเต็มเมื่อไหร่ ก็หยุดขวนขวายภายนอก แม้เพียงชั่วขณะหนึ่ง แค่เพียงชั่วขณะหนึ่ง แค่สายฟ้าแลบ อานิสงส์นั้นไม่มีประมาณ
การที่เราเดินทางมาถึงพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม และด้วยพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงมีพระบรมราชานุญาตพระราชทานให้คณะศรัทธาสาธุชน ได้มีโอกาสมาประกอบศาสนกิจ ณ พระอุโบสถหลวงแห่งนี้นั้น ก็เป็นเรื่องสมควรอย่างยิ่ง
ในความควรนั้น เราควรจะได้ครบ ทำให้ถึงความสมบูรณ์พร้อมในกุศลจิต ให้เป็นกุศลธรรม จนเป็นกุศลวิบาก ทั้งนี้เพื่อจะได้กุศลธรรมเกิดขึ้น จนสามารถน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้คณะศรัทธาทุกท่าน ภายใต้การประสานงานของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และคณะกรรมการจัดงานสวดพระปริตรอธิษฐานจิตเพื่อแผ่นดินไทย ที่ได้มาประกอบศาสนกิจในเขตพระอุโบสถหลวงในพระบรมมหาราชวังนี้ได้
ในวโรกาสอันสำคัญที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้กราบบังคมทูลขอพระราชทานพระราชานุญาตจาก สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ที่จะถึงในวันคล้ายวันพระราชสมภพ ในวันที่ ๒๘ ก.ค. ๒๕๕๖ ซึ่งได้โปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชานุญาตให้จัดงานถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระองค์ได้ถึง ๒ ครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในวันที่ ๒๑ ก.ค. ซึ่งเชื่อว่าทุกคนจะมาร่วมกันมากมาย จะมีพระมหาเถระผู้ใหญ่มาร่วม โดยเฉพาะสมเด็จพระสังฆราชาแห่งสยามอุบาลีวงศ์ ประเทศศรีลังกา ถ้าไม่ติดขัดสิ่งใดในเรื่องของอาพาธ ก็คงจะได้เดินทางมาร่วมพร้อมคณะศรัทธาทั้งหลาย ที่มากขึ้น มากขึ้น เพื่อได้ประกอบการมหากุศล ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพในเดือนหน้า
บัดนี้ เราทั้งหลายได้มาทำการกุศลในวันที่ ๙ มิ.ย.นี้ ซึ่งวันนี้เป็นวันสำคัญวันหนึ่ง คือ เป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จเถลิงถวัลย์ขึ้นครองราชสมบัติ วันที่ ๙ มิ.ย.นี้ จึงเป็นวันสำคัญอันยิ่งที่เราทั้งหลายควรแก่การที่จะได้ระลึกถึงและประกอบการมหากุศลในวันดังกล่าวนี้ พร้อมน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพระราชกุศล
การกระทำคุณความดีน้อมเกล้าฯ ถวายด้วยการปฏิบัติบูชาตามวิถีธรรมในพระพุทธศาสนา นับเป็นเรื่องที่กระทำได้ยากมาก การให้หรือการถวายด้วยปัจจัยไทยทานทั้งหลาย ด้วยวัตถุ เงิน ทอง สิ่งของภายนอกนั้น ไม่ยาก สาธุชนทั้งหลายมีปัจจัยตามกำลัง มีทรัพย์สมบัติตามกำลัง ก็ทำได้ไม่ยาก แต่การที่จะ “สละ” ...สละความชั่วทั้งปวง และกลับมาทำความดีทั้งปวง ด้วยกาย วาจา ใจ ให้เกิดกุศลกรรมบถอันพร้อม เพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายสมทบเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์นั้น เป็นเรื่องที่กระทำได้ยาก
แต่ทุกคนได้ถึงการกระทำที่ทำได้ยากแล้ว ในบัดนี้ อาตมาเชื่อมั่นว่า หากความดังกล่าวทรงทราบถึงพระเนตรพระกรรณ คงจะทรงมีความปลาบปลื้มยินดีในพสกนิกรของพระองค์ ที่ได้รู้คุณและประกาศคุณอันยิ่ง เป็นการประกาศคุณยิ่งในเขตบวรพระพุทธศาสนา ณ พระอุโบสถแห่งนี้ ด้วยการมากระทำความดีพร้อมกันในเบื้องต้น ด้วยการถวายสักการบูชาพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ อันเป็นสรณะอันสูงสุด เพื่อจะได้ถวายคุณความดีแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ตลอดจนบุรพชนแห่งแผ่นดินปกปักรักษาผืนดินสืบเนื่องต่อเนื่องมาจนถึงกาลปัจจุบัน แม้เทพยดาทั้งหลาย อันยกพระสยามเทวาธิราชเป็นประธาน ตามความเชื่อคติของชาวไทยว่า ทรงเป็นเทพปกปักรักษาแผ่นดินไทย
พวกเราทั้งหลาย ได้ระลึกถึงคุณของเทวดา ระลึกถึงคุณของบุคคลที่ได้ช่วยกันรักษาแผ่นดินผืนนี้สืบเนื่องมา ให้เราได้อาศัย ให้เราได้ดำเนินชีวิตอย่างมีความสุขสงบ
การรู้คุณและการประกาศคุณ เป็นเรื่องเกิดขึ้นได้ยากในหมู่ของมนุษย์ ดังพระพุทธวจนะที่กล่าวไว้ว่า ผู้ให้ที่ไม่หวังผลตอบแทน กับผู้ที่รับแล้วรู้คุณ รู้จักประกาศคุณ บุคคล ๒ จำพวกนี้ หาได้ยากในโลกนี้ แต่ท่านทั้งหลายเป็นหนึ่งในบุคคลที่หาได้ยาก จึงน่าจะภาคภูมิใจ เป็นความภาคภูมิใจที่ให้เกิดความปีติยินดี ยกจิตสู่อารมณ์ธรรมแห่งความยินดี ทำจิตให้เบิกบาน รู้อยู่ที่พระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ ทำให้เกิดขึ้นในจิต รวมจิตรู้อยู่ที่พุทโธ อันเป็นคติหมายของการบูชาพระผู้มีพระภาคเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์
พุทโธอย่างไร ธัมโมก็อย่างนั้น
ธัมโมอย่างไร สังโฆก็อย่างนั้น
สังโฆอย่างไร พุทโธก็อย่างนั้น
รวมพุทโธ ธัมโม สังโฆ ลงที่จิต
ให้จิตรู้อยู่ที่พุทโธอย่างเดียว... จนเป็นจิตหนึ่งพุทโธ!!
อ่านต่อฉบับหน้า







