posttoday
อนุทิน วงศ์สรรคกร ดีไซเนอร์แห่งโลกตัวอักษร

อนุทิน วงศ์สรรคกร ดีไซเนอร์แห่งโลกตัวอักษร

21 กรกฎาคม 2556

ในยุคที่สินค้ามีมากมายในตลาด การจะสร้างภาพให้ชัดเจนจนผู้บริโภคนึกถึงคงหนีไม่พ้นการโฆษณา หรืออาศัยแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ที่เป็นที่ชื่นชอบ ตลอดจนการตั้งชื่อแบรนด์ให้โดน

โดย...พุสดี ภาพ กิจจา อภิชนรจเรข

ในยุคที่สินค้ามีมากมายในตลาด การจะสร้างภาพให้ชัดเจนจนผู้บริโภคนึกถึงคงหนีไม่พ้นการโฆษณา หรืออาศัยแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ที่เป็นที่ชื่นชอบ ตลอดจนการตั้งชื่อแบรนด์ให้โดน

ทว่าอีกหนึ่งหน่วยย่อยเล็กๆ ที่มีความสำคัญต่อการรับรู้และจดจำของผู้บริโภคไม่ใช่น้อย คือโลโก้ของแบรนด์สินค้านั้นๆ ถึงจะเป็นการรวมตัวของตัวอักษรภาษาไทยบ้าง ภาษาอังกฤษบ้างเพียงไม่กี่ตัว แต่เชื่อเถอะว่าพลังเล็กๆ ของพวกมันมีคุณค่ามหาศาล

แต่จะสร้างอานุภาพอย่างไร อนุทิน วงศ์สรรคกร มีคำตอบ...

ผมคือนักออกแบบตัวอักษร

หนุ่มหน้าใสตรงหน้าในวัยใกล้หลัก 4 เต็มที เปิดฉากการสนทนาถึงความอัศจรรย์ของโลกตัวอักษร ว่า รูปแบบของตัวอักษรมีความหมายมากกว่าการรวมตัวกันเพื่อแจ้งข้อความ แต่รูปแบบ (ฟอนต์) สามารถบ่งบอกอารมณ์ความรู้สึกของสารนั้นแม้จะยังไม่ได้ผ่านการอ่าน

“ยกตัวอย่างง่ายๆ ฟอนต์ที่เลือกใช้ในจดหมายไล่ออกย่อมไม่เหมือนกับจดหมายเชิญไปงานปาร์ตี้ จริงมั้ย (หัวเราะ) สมัยก่อนเราอาจจะใช้พิมพ์ดีด ทุกอย่างถูกพิมพ์ออกมาด้วยฟอนต์เดียวกัน ทุกวันนี้มีคอมพิวเตอร์ มีเทคโนโลยีมากมายเพื่อตอบโจทย์”

เฉกเช่นในแฟชั่น ที่สาวๆ ไม่ชอบจำเจ สวยซ้ำๆ แบบเดียวกันไปหมดทั้งโลก โลกตัวอักษรก็ฉันนั้น ด้วยเหตุนี้อาชีพนักออกแบบตัวอักษรจึงถือกำเนิดขึ้น ซึ่ง อนุทิน ยอมรับว่า นักออกแบบตัวอักษรไม่ใช่อาชีพใหม่ที่เพิ่งถือกำเนิดขึ้น เพียงแต่ไม่เป็นที่แพร่หลายเท่าไร

สำหรับตัวเขาเอง เข้าสู่วงการนี้ด้วยความชอบล้วนๆ เพราะไม่ได้ร่ำเรียนมาโดยตรง ตัวเขาเองจบในสาขากราฟฟิก ดีไซน์ ที่มหาวิทยาลัยรังสิต ก่อนจะลัดฟ้าไปคว้าปริญญาโทมาจากมหาวิทยาลัยแพรตต์ที่นิวยอร์ก และตัดสินใจมาเดินตามความฝัน

“ช่วงแรกๆ ที่ผมทำ อาศัยการลองผิดลองถูกไปเรื่อย แต่พอทำไปนานๆ ประสบการณ์ก็ช่วยสอนผม ผมว่าหลักสำคัญของคนทำอาชีพนี้ คือ ต้องมีความรู้เรื่องสัดส่วนที่ดี จะได้คำนวณช่องไฟเวลาออกแบบตัวอักษรได้ ที่สำคัญต้องเป็นคนช่างสังเกต เห็นรายละเอียดยิบย่อยที่คนอื่นไม่เห็น สามารถลำดับความคิดในสมองแบบเลเยอร์ซ้อนเลเยอร์ได้ ยกตัวอย่าง ถ้าออกแบบตัวอักษร ก เราต้องคิดว่า ก ต้องมีลักษณะอย่างไรในบริบทต่างๆ เพราะ ก ไม่ได้อยู่หน้า น ตลอด บางครั้งก็อยู่หลัง เ หรือหน้าสระ เพราะฉะนั้น ต้องคิดในหลายมิติ เพราะตัวอักษรที่ออกแบบต้องไปอยู่ในหลายบริบท”

จากหน้าจอสู่สายตาประชาชน

จากความมุ่งมั่นนี่เอง ไม่น่าเชื่อว่านักออกแบบอักษรหนุ่มตรงหน้าจะมีบายไลน์ต่อท้ายชื่อเพียบ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของผลงานออกแบบตัวอักษรให้องค์กรใหญ่ๆ หลายแห่งในประเทศไทย เช่น เอไอเอส ดีแทค โนเกีย และนิตยสารหัวนอก ฉบับภาษาไทย เช่น โว้ก และวอลเปเปอร์ เป็นผู้ออกแบบอักษรคลาสสิกอย่าง “Helvetica” เวอร์ชันภาษาไทย เป็นอาจารย์หลักสูตรนานาชาติด้านการออกแบบเพื่อการสื่อสาร คณะสถาปัตยกรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และยังเป็นผู้ริเริ่มงานสัมมนาอักขรศิลป์นานาชาติกรุงเทพ (Bangkok International Typographic Sysposium) อีกด้วย

“งานออกแบบตัวอักษรให้องค์กรต่างๆ ธีมหลักๆ จะมาจากทางแบรนด์อยู่แล้ว เรามีหน้าที่ทำความเข้าใจกับแบรนด์ ซึ่งเปรียบเสมือนคนคนหนึ่งว่ามีหน้าตายังไง พูดด้วยน้ำเสียงอย่างไร มาสร้างสรรค์เป็นตัวอักษรที่สามารถพูดได้ตามที่แบรนด์นั้นๆ อยากบอกกับกลุ่มเป้าหมาย”

ถามว่ายากมั้ย อนุทินตอบอย่างฉะฉานว่า ไม่มีอะไรยากเกินความสามารถ ขึ้นอยู่กับการตีความและทำความเข้าใจกับลูกค้า อนุทิน บอกว่า ถ้าเป็นโลโก้ใช้เวลาทำชิ้นละ 23 สัปดาห์ แต่ถ้าเป็นฟอนต์ตัวอักษรอาจกินเวลาถึง 6090 วัน เพราะในการผลิตอักษรแต่ละชุด ไม่ใช่ว่าภาษาไทยแค่ 44 ตัว แต่ยังมีสระ ตัวเลข และตัวอักษรบางตัวที่ต้องมีหลายชุด เพราะอย่างที่บอกข้างต้นว่า ตัวสระอิ เวลาอยู่บน ป ก็เป็นตัวหนึ่ง อยู่บน ก ก็เป็นอีกตัว ยิ่งถ้ามีสระอยู่ซ้อนอีกชั้น ก็ต้องออกแบบเป็นอีกตัวหนึ่ง

“แต่ใช่ว่าจะเป็นคนไทยแล้วออกแบบได้แต่ภาษาไทยนะครับ เพราะไม่ว่าภาษาอะไรก็สามารถออกแบบได้หมด ขึ้นอยู่กับว่าจะหาเจ้าของภาษามาตรวจเช็กความถูกต้องได้หรือเปล่า”

มาถึงตรงนี้ชักสงสัยว่าแล้วตัวอักษรที่ไม่ค่อยเป็นที่นิยมใช้งาน อย่าง ฅ ฃ ต้องประดิษฐ์ขึ้นมาด้วยหรือไม่ อนุทินเล่าอย่างออกรสว่า จำเป็นต้องคิดรวมไปด้วย เพราะเราไม่รู้ว่าในอนาคตตัวอักษรที่เคยถูกมองข้ามนี้จะกลับมามีบทบาทหรือไม่ ยกตัวอย่าง @ เคยเป็นเครื่องหมายที่ถูกลืม ใช้ในสมัยโบราณเพื่อบอกสถานที่ แต่พออินเทอร์เน็ตถือกำเนิดขึ้น @ กลับมามีบทบาทอย่างมากอีกครั้ง หรือตัว # สมัยก่อนใช้เขียนกำกับตัวเลขแล้วก็หายไป แต่ปัจจุบันพอมีอินสตาแกรม ตัว # กลับมาได้รับความนิยมมาก

AEC คือ โอกาสทอง

สำหรับการปิดประตูสู่ประชาคมอาเซียนที่จะมาถึงในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านั้น อนุทิน ตอบอย่างมั่นใจว่า ไม่ต้องเตรียมตัวอะไร เพราะทุกวันนี้ลูกค้าของเขาก็มีทั้งไทยและต่างชาติอยู่แล้ว ในทางกลับกัน การเปิดประตูครั้งนี้จะเป็นโอกาสให้เส้นทางอาชีพของเขาอีกด้วย เพราะเชื่อว่าจะมีอีกหลายบริษัทต่างชาติเข้ามาทำการค้ากับไทย และถ้าจะเจาะตลาดท้องถิ่นก็ต้องทำโลโก้เป็นภาษาไทย ซึ่งยิ่งสร้างงานให้เรามากขึ้น

เมื่อถามถึงความท้าทายของอาชีพนักออกแบบอักษร อนุทิน บอกว่า นอกจากในส่วนการทำความเข้าใจกับลูกค้าให้เข้าใจผลงานที่ออกมาแล้ว ต้องยอมรับว่าในการออกแบบตัวอักษรใหม่ๆ แต่ละครั้ง ย่อมเกิดแรงกระเพื่อมหรือเสียงสะท้อนจากสังคมซึ่งเป็นเรื่องธรรมดา

“เวลามีคนประดิษฐ์ตัวอักษร บางคนบอกรับไม่ได้ ทำไมตัวอักษรไม่มีหัว ทำไม ก เขียนหยักออก ไม่เป็นปากไก่ ผมว่าบริบทและยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ย่อมทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทุกวงการ เช่น ถามว่าคนไหนแต่งตัวเรียบร้อย คำจำกัดความของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน หรือการนุ่งสไบคือ มาตรฐานของความเรียบร้อยมั้ย คำตอบ คือ ไม่ (ในบริบทสังคมนี้)”

สำหรับใครที่อยากตามไปรู้ลึกรู้จริงในโลกตัวอักษรต้องไม่พลาดงาน GRANSHAN 2013 Thailand เทศกาลออกแบบตัวอักษรระดับนานาชาติครั้งแรกในไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นำเสนอแนวคิดหลักคือ “ออกแบบอักขระ ออกแบบอัตลักษณ์” (Design & Identity) จัดโดย Typographical Society in Munich ร่วมกับภาคีในไทยขึ้นที่กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 18 ก.ค.-18 ส.ค.นี้ ติดตามรายละเอียดได้ที่ www.granshan.com. www.facebook.com/GRANSHAN2013

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท