
กูดต้น – กูดพร้าว เป็นที่ควรอนุรักษ์
หลายจังหวัดของประเทศไทยในป่าดิบเขาระดับสูงตั้งแต่ 1,200 เมตร ขึ้นไปเป็นที่อยู่ของพืชพันธุ์ไม้ต่างๆ แต่ที่น่าสนใจที่สุดสำหรับคณะทำงานของเราคงไม่มีอะไรเกินพืชกลุ่มหนึ่ง
โดย...หม่อมหลวงจารุพันธ์ ทองแถม
หลายจังหวัดของประเทศไทยในป่าดิบเขาระดับสูงตั้งแต่ 1,200 เมตร ขึ้นไปเป็นที่อยู่ของพืชพันธุ์ไม้ต่างๆ แต่ที่น่าสนใจที่สุดสำหรับคณะทำงานของเราคงไม่มีอะไรเกินพืชกลุ่มหนึ่ง ซึ่งพวกเรารู้กันดีว่ามันเป็นพืชโบราณในกลุ่มของเฟิน ซึ่งคนไทยเรียกชื่อว่า “กูดต้น” กูดโง่ง กูดพร้าว มหาสดำ มหาสแดง หัสดำ เรียกกันหลายชื่อแล้วแต่ชนิด (Species) แต่ที่นิยมเรียกรวมๆ กันว่า “กูดต้น”
คำว่า กูดต้น หรือกูดพร้าว ใช้กับเฟินที่มีลำต้นใหญ่ชูสูงขึ้น ที่ส่วนยอดลำต้นนี้มีใบแตกออกมาจำนวนหนึ่ง กูดต้นสามารถสร้างสปอร์แพร่พันธุ์ได้เช่นเดียวกับเฟินอื่นๆ
สิ่งที่กูดต้นให้ความรู้สึกกับเราว่ามันเป็นเฟินดึกดำบรรพ์ก็คือ มันมีลำต้นสูงที่มีใบประกอบคล้ายขนนกจำนวนหนึ่ง กูดต้นนี้สืบเชื้อสายมาจากเฟินที่มีลักษณะคล้ายต้นไม้ ซึ่งปรากฏในซากดึกดำบรรพ์ (ฟอสซิล) ที่มีอายุในยุคคาร์โบนิฟีรัสของภูมิประเทศสมัยนั้นมักเป็นหล่ม หนอง คลอง บึง จนกระทั่งเมื่อเวลา 275 ล้านปีมาแล้วจึงพัฒนาตัว จนเห็นเป็นกูดต้นในปัจจุบัน และพวกมันมีจำนวนมหาศาล กูดต้นสมัยใหม่ เช่น วงศ์ดิ๊กโซพิเอซิอี้ มีซากฟอสซิลย้อนเวลาไปได้ถึงยุคไทรแอสสิกและจูราสสิก หรือกว่า 144 ล้านปีมาแล้ว ดังนั้น จึงมีกูดต้นอยู่ 23 ชนิด ที่อาจถือได้ว่าพวกมันเป็นตัวแทนย้อนยุคร่วมสมัย เมื่อไดโนเสาร์เพ่นพ่านอยู่ทั่วไป
ส่วนเฟินอื่นๆ ที่สร้างลำต้นขึ้นจนดูคล้ายกูดต้นแท้ๆ ได้ เช่น กูดดอยใบมัน (วงศ์ Blechnaceae) นั้นถือเป็นเฟินสมัยใหม่ที่เกิดขึ้นในกูดดอยบราซิล
ยุคครีทาเชียสตอนปลาย (80 ล้านปีมาแล้ว) ในระยะนี้เริ่มเกิดไม้ดอกขึ้นบ้างแล้วในโลก
สิ่งที่น่าอัศจรรย์ประการหนึ่งของกูดต้นก็คือ พลังความสามารถในการผลิตสปอร์ เพื่อความอยู่รอดของมันท่ามกลางโลกวิกฤต มันจึงสร้างสปอร์ออกมาได้ถึง 6,000 ล้านสปอร์ต่อใบ (หรือสปอร์หนัก 2 กิโลกรัมต่อปี)
lเหตุใดจึงควรอนุรักษ์กูดต้นในเมืองไทย?
ปัจจุบันแม้เรายังพอหาดูเฟินโบราณ เช่น กูดต้นบางชนิดได้บ้างในเขตอุทยาน เช่นที่ ภูหินร่องกล้า ดอยเชียงดาว ภูหลวง และภูกระดึง แต่กูดต้นหลายชนิดถูกทำลายลงจากชาวเขา ซึ่งอาจมองเห็นว่ามันมิได้ออกดอกออกผลให้พวกเขาแต่อย่างใด พื้นที่ภูเขาสูงของดอยอ่างขางและอีกหลายดอยใน จ.เชียงใหม่ กูดต้นเมืองจีน (Cyathea Chinensis) ถูกตัดโค่นจนหาดูได้ยาก อุทยานดอยสุเทพปุย เคยมีกูดต้นหนาม (Cyathea Spinulosa) ขึ้นอยู่มากมายตามลำห้วย บัดนี้เกือบหาดูไม่ได้แล้ว เช่นเดียวกับเฟินลูกไก่ทอง (Cibotium Barometz) เฟินอุ้งตีนหมี (Braineainsignis) ซึ่งถูกขุดเอาเหง้าหรือลำต้นขึ้นมาวางจำหน่ายเพื่อใช้จัดสวน ซึ่งเฟินดังกล่าวมักตายไปหากนำไปปลูกในพื้นที่ราบ แม้จะอยู่ในจังหวัดภาคเหนือก็ตาม กูดต้น หรือมหาสิงดำ (Cyathea Borneensis) และมหาสแดง มหาสดำ (C.gigantea) ซึ่งพบในพื้นที่ระดับสูงปานกลาง ถูกขุดนำมาจำหน่ายที่สวนจตุจักรและตายไปอย่างรวดเร็ว เนื่องจากสภาพความร้อนแล้งของอากาศ กูดต้นชนิดที่ว่านี้พบในพื้นที่ภูเขาระดับปานกลางในภาคตะวันออก ซึ่งมีความชุ่มชื้นสูงมาก ดังนั้น จึงไม่อาจปรับตัวอยู่ได้ในการปลูกที่กรุงเทพฯ และภาคกลางของไทย กูดพร้าว (C.latebrosa) ซึ่งพบที่อุทยานดอยสุเทพปุย ลงไปจนถึงหลายจังหวัดในภาคใต้ เช่นเดียวกับมหาสดำ (C.podophylla) บัดนี้หาดูในธรรมชาติได้ไม่ง่ายนัก เนื่องจากถูกขุดล้อมออกจากพื้นที่ หรือมิฉะนั้นที่ป่าถูกตัดโค่นเผาทำลาย เพื่อปลูกต้นยางพาราและปาล์มน้ำมัน ในอนาคตอันใกล้เราพอจะคาดได้ว่าประเทศไทยคงจะสูญเสียป่าดั้งเดิม (Primary Forest) ไปเกือบหมด แม้แต่ป่าในเขตอุทยานแห่งชาติเองก็ถูกบุกรุกอย่างหนักในปัจจุบัน
เหล่านี้เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เราดำเนินงานโครงการอนุรักษ์กูดต้นขึ้น โดยใช้พื้นที่โครงการหลวงทั้งที่ดอยปุยและดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่
lวิธีการดำเนินงาน
เริ่มต้นโดยการเก็บรวบรวมสปอร์ของกูดต้นชนิดต่างๆ ทั้งกูดต้นต่างประเทศและกูดต้นในประเทศไทย นำมาเพาะเลี้ยงขยายพันธุ์โดยการเพาะสปอร์ภายใต้สภาพอากาศบนสถานีวิจัยดอยปุย และสถานีเกษตรหลวงดอยอินทนนท์ อ.จอมทอง ระดับ 1,200 เมตร โดยประมาณการเพาะสปอร์ทั้งสองสถานีใช้พีทมอสเป็นหลัก โดยใช้วิธีฆ่าเชื้อด้วยน้ำร้อน 8090 องศา หรืออบในตู้อบไมโครเวฟก็ได้ ภาชนะที่ใช้เพาะคือกะบะพลาสติกหุ้มด้วยถุงโพลีเอทชิลีนชนิดใส และกล่องพลาสติกใสพร้อมฝาปิดผลึก
ความสวยงามของกูดต้นขนาดใหญ่ สูง 23 เมตร อาจขึ้นไปชมได้ที่โครงการเฟิน ดอยปุย และดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่







