แบรนด์นี้เท่านั้น “วินซาเช่” ตัวเดียวครึ่งล้าน!!
เสื้อกั๊กสีส้มแปร๊ด แปะหราด้วยสัญลักษณ์เป็นเลขอันดับอยู่ด้านหลังของเสื้อ พร้อมอักษรบ่งบอกสังกัดและสถานที่ตั้ง
โดย...กันติพิชญ์ ใจบุญ
เสื้อกั๊กสีส้มแปร๊ด แปะหราด้วยสัญลักษณ์เป็นเลขอันดับอยู่ด้านหลังของเสื้อ พร้อมอักษรบ่งบอกสังกัดและสถานที่ตั้ง ไม่ต้องบอกเมื่อเห็นภาพหลายคนก็ต้องรู้จักและคุ้นเคยดี เพราะเสื้อส้มตัวนั้น บ่งบอกถึงผู้สวมใส่ว่ามีอาชีพ “ขับรถจักรยานยนต์รับจ้าง” หรือที่คุ้นหูคุ้นปากว่า “วินมอเตอร์ไซค์” กระจายหลายพันหมื่นคนทั่วพื้นที่กรุงเทพมหานคร
เสื้อกั๊กส้มตัวนี้ ราคาค่างวดหากไปสั่งตัดก็คงจะไม่เกิน 200 บาทเท่านั้น แต่รู้หรือไม่ว่า หากเจ้าของเสื้อซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ขับวินมอเตอร์ไซค์นำไปขายต่อ ราคามันจะพุ่งไปเกินกว่าที่จินตนาการ เอาง่ายๆ พอให้นึกภาพ เสื้อส้มตัวนี้แพงยิ่งกว่าเสื้อผ้าแบรนด์ดังระดับโลกที่วางขายอยู่ในห้างรอให้ผู้คนที่มากกะตังค์เข้าไปจับจอง เพราะหากซื้อขายเสื้อส้มกัน ราคาก็อยู่ที่เลข 6 หลักขึ้นไป!!!
เป็นความจริงที่กำลังมีอยู่ในสังคมเมืองกรุง เพราะอาชีพขับรถจักรยานยนต์รับจ้างถือเป็นงานที่รายได้ดีอยู่ไม่น้อย ยิ่งทำเลดีๆ ผู้คนพลุกพล่าน มีผู้โดยสารผู้ใช้บริการเยอะนั้น ย่อมหมายถึงเม็ดเงินที่เหล่าคนขับจะได้มา แต่การจะไปได้ขับในทำเลดีๆ บางครั้งก็ต้องมีการลงทุนที่ “แพงเอาการ”
โดยเฉพาะการขอซื้อเสื้อส้มของวินนั้นๆ และใช่ว่ามีเงินแล้วจะซื้อได้ หากเจ้าของเสื้อไม่อยากขายเสียอย่าง ก็อย่าหวังว่าจะได้มาขับร่วมวินกัน เพราะของอย่างนี้เพิ่มเบอร์เสื้อไม่ได้เด็ดขาด มีจำนวนเท่าไหร่ก็เอาเท่านั้น วินมีร้อยคนก็ต้องอยู่ที่ร้อยคน จะเพิ่มมาอีก 1 คนนั้นไม่ได้
สอดส่องสำรวจว่าแพงจริงอย่างที่เข้าใจหรือไม่ สุดท้ายก็บางอ้อ เพราะบางวินมอเตอร์ไซค์มีราคาซื้อขายเสื้อวินแพงชนิดที่เกินประมาณเอาไว้
เริ่มจาก “วินลาดพร้าวซอย 1” สถานที่ตั้งอยู่ตรงหน้าปากซอยลาดพร้าว 1 ราคาค่าเสื้อวินปัจจุบันอยู่ที่ 4.7 แสนบาทต่อตัว จากเดิมเมื่อสิบปีก่อนก่อนที่จะมีการจัดระเบียบราคาอยู่ที่ราว 4.6 หมื่นบาทเท่านั้น ทั้งนี้ ในปริมาณเฉลี่ยผู้โดยสารอยู่ที่ราว 2,000-3,000 คนต่อวัน รายได้ผู้ขับขี่วินรถจักรยานยนต์รับจ้างวินนี้อยู่ที่ราว 800-1,200 บาทต่อวัน โดยวินแห่งนี้มีจำนวนผู้ขับวิน 76 คัน เพิ่มจำนวนอีกไม่ได้แล้ว หากใครสนใจจะขับที่วินนี้ต้องติดต่อถามซื้อเสื้อวินกันเองเท่านั้น
“พี่โก้” คนขับประจำวินลาดพร้าวซอย 1 ประสบการณ์ขับมาแล้ว 2 ปี บอกเล่าว่า ตัวเองก็เป็นหนึ่งคนที่กู้เงินจากแหล่งทุนต่างๆ ที่หาได้ เพื่อนำมา “ซื้อเสื้อ” ที่วินนี้ในราคา 2 แสนบาท บวกลบคูณหารดูแล้วคิดว่าไม่เกิน 2 ปีน่าจะคุ้มทุน แต่จนถึงขณะนี้ด้วยรายได้ที่เข้ามาแล้วต้องจ่ายไป พี่โก้ยอมรับว่าก็ยังเป็นหนี้ที่กู้ยืมมาซื้อเสื้อวินอยู่ แต่รายได้แต่ละวันที่รับมาก็อยู่ในระดับที่ดี มองง่ายๆ อาจจะมากกว่าหรือพอๆ กันกับมนุษย์ออฟฟิศอีกหลายคนทีเดียว
“โธ่ ผมปูนนี้แล้วครับ รายได้วันๆ นึงถ้าขยันหน่อยก็หนึ่งพันบาทขึ้นไป นี่หักอะไรหมดแล้วทุกอย่างแล้วนะ แต่ต้องแลกกับการออกมาขับวินตั้งแต่เช้ามืดถึงเที่ยงคืนกันเลย ก็พอได้เลี้ยงลูกส่งลูกเรียนเท่านั้นเอง ผมไม่คิดจะขายหรอกครับ เก็บไว้ใช้ทำมาหากินดีกว่า” พี่โก้เล่า หลังเจอคำถามที่ว่าคิดจะขายเสื้อบ้างหรือไม่
ถัดมาที่ “วินศรีนครินทร์ 40” หรือวินสุภาพงษ์ 13 พลุกพล่านไปด้วยคนทำงาน หอพัก อพาร์ตเมนต์ หนุ่มสาวโรงงานเดินกันขวักไขว่ รวมทั้งหมดเป็นแหล่งรายได้ของวินมอเตอร์ไซค์อย่างดี วินนี้สนนราคาค่าเสื้อวินอยู่ที่ 2 แสนบาท
สายบัว ละอองปลิว อายุ 55 ปี อดีตคนขับรถให้ผู้บริหาร ปัจจุบันหันมายึดอาชีพรับจ้างขับวินได้ราว 3 ปี หลังจากซื้อเสื้อต่อมาจากคนในวินด้วยกันที่ราคา 1.5 แสนบาท เพื่อสิทธิในการขับขี่หารายได้เลี้ยงชีพ
สายบัว บอกว่า วินศรีนครินทร์ 40 มีสมาชิกอยู่ราว 103 คน ซึ่งสามารถเพิ่มจำนวนได้หากใครต้องการมาขับ แต่ต้องได้รับการยอมรับจากสมาชิกภายในวินที่ต้องเกินกึ่งหนึ่งของเสียงทั้งหมด เพราะขณะนี้โควต้ารับได้อีกไม่เกิน 10 คน นั่นหมายถึงต้องมีเบอร์เสื้อเพิ่มขึ้นจาก 103 เบอร์ อีก 10 ตัวด้วยกัน
“แต่หากใครไม่อยากรอการยอมรับ ก็ติดต่อขอซื้อเสื้อกันเลยก็มี รีบจ่ายรีบได้ขับ สบายใจกัน คนขายได้เงินก้อน แต่หมดสิทธิขับได้อีก ส่วนคนซื้อก็ไปเปลี่ยนประวัติเอกสารที่สำนักงานเขตใหม่ แค่นี้ก็มาขับรับลูกค้าได้แล้ว” สายบัวบอก
ไม่ต่างจากชุติมา กันเพ็ชร สาวใหญ่วัย 48 ปี ที่ยึดอาชีพขับวินเดียวกันกับสายบัว บอกสำทับอีกว่า ได้เสื้อวินมาตั้งแต่ปี 2553 แต่ก็ยังไม่ได้วิ่ง ได้แต่ปล่อยให้คนมาเช่า ก็ถือว่ามีรายได้ โดยตอนนั้นให้เช่าเดือนละ 2,500 บาท แต่สุดท้ายออกมาขับเองดีกว่า
“รายได้ต่อวันก็ราว 600-700 บาท เมื่อก่อนยังมีต้องจ่ายให้พวกมาเฟีย หรือตำรวจนอกแถวบ้าง แต่ตอนนี้ตั้งแต่มีการจัดระเบียบใหม่ ตำรวจก็ไม่มาเก็บแล้ว แต่ก็วางใจไม่ได้ เพราะเขาไม่เก็บก็จริง แต่ก็มีหลายครั้งที่พยายามจะเอาคนมาตั้งวินใหม่ วิ่งแข่งกันรับลูกค้ากับวินที่ถูกต้องอีกด้วย” ชุติมา ขอระบาย
อีกแห่งคือ ซอยรามคำแหง 39 หรือซอยวัดเทพลีลา จะมีราคาสูงถึง 3.5 แสนบาท แต่ อิน ผู้ให้บริการรายหนึ่งประจำซอยนี้ และทำอาชีพนี้เข้าสู่ปีที่สอง ระบุว่า ไม่ทราบว่าราคาดังกล่าวเป็นจริงหรือไม่ โดยราคาดังกล่าวอาจจะเป็นราคาที่ตั้งกันเอง เพราะเสื้อที่เคยซื้อมามีราคาเกือบ 4 หมื่นบาทเท่านั้น
“ที่จริงจะเรียกว่าผมซื้อช่วงมาจากเพื่อนอีกคนหนึ่ง ที่ต่อรองราคากันด้วยเหตุผลและความจำเป็นส่วนตัว ทำให้ได้ราคาที่ไม่แพง ตามที่เคยได้ยินมา แต่เชื่อว่าราคาของแต่ละคนก็อาจจะไม่เท่ากัน หรือเพิ่มราคาให้ดูสูงขึ้นเกินกว่าราคาที่จ่ายจริง แต่เพื่อเหตุผลอะไรผมก็ไม่ทราบ”
อินกล่าวโดยที่บอกอีกว่า แม้แต่ละวันจะมีรายได้มากกว่า 600 บาท แต่อาชีพนี้ก็เริ่มมีตัวหารจากเพื่อนร่วมอาชีพที่เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก เพื่อจะได้มีรถไว้บริการอย่างเพียงพอกับช่วงเวลาเร่งด่วน ทั้งช่วงเช้าและเย็นที่มีคนมาใช้บริการจำนวนมาก ซึ่งหลังช่วงเวลาดังกล่าวมีรถรอให้บริการมาก ช่วงคิวการให้บริการก็จะยาวนานตามไปด้วย
อีกวินที่ราคาค่าเสื้อหฤโหดไม่น้อย “วินสุขุมวิท 81” ล่าสุดเพิ่งจะมีการซื้อขายกันสดๆ ร้อนๆ เมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาด้วยราคา 4.5 แสนบาท สดๆ เนื้อๆ รับกันเน้นๆ หากใครมาซื้อก็การันตีได้เลยว่าจะมีรายได้ราว 700-1,000 บาทต่อวันแน่นอน เพราะมีคนพลุกพล่านอยู่มาก และที่สำคัญวินแห่งนี้สามัคคีเข้มแข็งพอสมควร ด้วยการปกครองกันเองภายในกับจำนวนคนขับ 151 คน ซึ่งไม่สามารถจะเพิ่มเลขเสื้อบนเสื้อกั๊กสีส้มได้อีกแล้ว ทำให้ราคาการซื้อขายเสื้อของวินสุขุมวิท 81 มีแนวโน้มจะพุ่งสูงขึ้นมากไปอีก
สมบัติ (ไม่ขอเปิดเผยนามสกุล) คนขับวินสุขุมวิท 81 ตอบคำถามถึงราคาค่าเสื้อวินที่มหาแพงว่า ถือเป็นความพอใจระหว่างคนซื้อกับคนขายที่จะตกลงกัน คนขายอาจจะอยากได้เงินก้อนเพื่อกลับบ้านเกิด ก็ขายเสื้อที่เป็นสมบัติ ส่วนคนซื้อมาดูทำเลแล้วคำนวณดูว่าคุ้มค่ากับการลงทุนมั้ย หากเห็นว่าดีก็ซื้อขายกัน
“แต่สำหรับผมคงไม่ขาย และไม่คิดจะขาย เพราะเงินแค่ 45 แสนบาท ใช้แป๊บเดียวไม่เกิน 2 ปีหมดแน่นอน และเงินหมดแล้วก็ไม่รู้จะไปทำอะไร สู้ทนขับวินต่อไปดีกว่า”
แต่สำหรับ “รุ่ง” หนุ่มอีสานที่ขับวินเดียวกันกับสมบัติ บอกว่า มีอยู่แวบนึงที่คิดจะขายเสื้อเหมือนกัน เพราะเห็นเพื่อนในวินขายไปแล้วได้เงินก้อนมาเลย เงินเยอะดี กอปรกับอยากกลับบ้านก็อยากจะมีเงินสักก้อนติดตัวเมื่อออกจากกรุงเทพฯ แต่คิดๆ ไปแล้วถ้าขายจะไปทำอะไรกิน
“เอาไว้ให้ราคาถึงล้านบาทก่อน ตอนนั้นผมขายแน่นอน” รุ่ง บอกด้วยเสียงหัวเราะ
พอหอมปากหอมคอกับเสื้อวินที่ราคาแสนแพง แต่แน่นอนคำถามที่ต้องการคำตอบว่า “วินไหนกันที่มีการซื้อขายเสื้อวินแพงที่สุด?” คำตอบที่ได้มาคือ วินหน้าห้างแพลตินัม ย่านพันธุ์ทิพย์พลาซ่า ใจกลางกรุงเทพมหานคร วินนี้ราคาซื้อขายเสื้อถือได้ว่า “แพงที่สุด” ในประเทศไทย สนนราคาอยู่ที่ 6.5 แสนบาท จ่อหนึ่งล้านบาทเข้าไปแล้ว
ราคาเสื้อวินที่สูงลิบลิ่ว สาเหตุเกิดจากอะไร คนที่น่าจะให้คำตอบได้ดีที่สุดคงหนีไม่พ้นคนที่คลุกคลีกับอาชีพมอเตอร์ไซค์รับจ้างมาเกือบจะทั้งชีวิต เฉลิม ชั่งทองมะดัน นายกสมาคมผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างแห่งประเทศไทย ที่ขอให้ความกระจ่าง
เฉลิม เล่าว่า ราคาเสื้อวินที่มีราคาแพง เรื่องนี้มันพูดกันยาก เพราะเป็นความต้องการส่วนบุคคลที่จะตั้งราคากันเอง และก็ยังมีคนต้องการซื้ออีกด้วย แต่ทั้งนี้ความเหมาะสมหลักๆ สำหรับการตั้งราคาก็ขึ้นอยู่กับทำเลที่ตั้งในการขับวินนั้นๆ หากเป็นพื้นที่ที่มีลูกค้าหรือผู้โดยสารมาก ราคาเสื้อที่จะขายต่อกันก็จะสูงตามเป็นเงา เพราะนั่นหมายถึงรายได้ที่ผู้ขับขี่ได้มามันมากกว่าวินอื่น
“อย่างบางคนอยากจะขาย หากมีคนรู้ก็จะมาเกทับกันซื้อ เพิ่มให้คราละเป็นหมื่นบาท ก็อยู่ที่คนขายจะพอใจราคาไหน” เฉลิม บอก
ด้วยมูลค่าเสื้อวินที่แพง จุดนี้เองที่ทำให้กลุ่มมาเฟียทั้งมีสีและไม่มีสีอยากจะมาจัดตั้งวินเอง และขายเสื้อวิน เพราะนั่นหมายถึงเม็ดเงินที่ได้มานับล้านบาท เฉลิมยืนยันว่า ยังคงมีขบวนการแบบนี้อยู่ ซึ่งก็ต้องอยู่ที่วินนั้นๆ ที่ตั้งอยู่เดิมอย่างถูกต้อง จะเข้มแข็งต่อกรได้มากแค่ไหน
ยกตัวอย่างเช่น วินย่านสีลม ใจกลางเมืองที่เป็นสถานที่ธุรกิจต่างๆ กลุ่มผู้มีอิทธิพลเคยมาขอตั้งวินขึ้นมา และขายเสื้อในราคาตัวละ 2 แสนบาทถ้วน แต่เมื่อหัวหน้าวินที่ถูกต้องไม่ยอม สู้ทุกอย่าง กลุ่มมาเฟียก็จะใช้วิธีดักทำร้าย อุ้มขึ้นรถไปเคลียร์บ้าง สุดท้ายก็ต้องยอม ทำให้รายได้ของวินที่อยู่เดิมลดน้อยลงไป แต่ทุกคนก็ต้องทำใจเพราะนั่นหมายถึงความปลอดภัยในชีวิต


