posttoday
ต้นส้มผสมจินตนาการ

ต้นส้มผสมจินตนาการ

18 กรกฎาคม 2556

โดย...วิชช์ญะ ยุติ

โดย...วิชช์ญะ ยุติ

เชื่อโดยไม่ต้องใช้ลางสังหรณ์บอก ก็รู้ (หรอก) ว่า My Sweet Orange Tree คือหนังที่ทุกคนเฝ้ารออย่างจริงแท้

หลังเลื่อนมาหลายรอบ ในที่สุดหนังที่สร้างจากวรรณกรรมเยาวชนสุดคลาสสิก “ต้นส้มแสนรัก“ หรือ Meu Pe de Laranja Lima ก็ได้ฉายจริงซะที

เส้นเรื่องแทบไม่ได้บิดพลิ้ว หรือกระโดดหนีจากตอนที่เป็นตัวอักษรสักเท่าไหร่ ทำให้สัมผัสถึงอรรถรสและบรรยากาศการดำเนินเรื่อง

ความเป็นเด็กน้อย “เซเซ่” ที่ทั้งแสบ ยุ่ง ป่วน และโคตรฉลาด ยังปรากฏให้เห็น ขณะเดียวกันเพื่อนต่างวัย “โปรตุก้า” ผู้มีทีท่าขี้โอ่ ทว่ากลับใจดี ก็เป็นเยี่ยงที่นวนิยายบอกไว้ รวมไปถึงครอบครัวของเซเซ่ ซึ่งต้องปากกัดตีนถีบ และเพื่อนรักของเซเซ่ ต้นส้มที่ (ประหนึ่ง) สามารถสื่อสารภาษามนุษย์ได้ ล้วนคือภาพสะท้อนอันเด่นชัดของหนัง

แฟนๆ ที่อ่านหนังสือมาก่อน น่าจะสมใจกับการเล่าเรื่องแบบนี้ เพราะหนังทำให้ซึมซับแก่นเรื่องตามต้นฉบับที่วางโครงไว้ เป็นหนังที่ชวนให้โลดแล่นไปกับจินตนาการระหว่างเซเซ่ โปรตุก้า และต้นส้มแสนรัก

เพียงแต่ว่าหนังทำให้เราเผลอผล็อยหลับลงได้ (พับผ่าสิ!!!)

ด้วยวิธีนำเสนอเรื่องแบบตรงเผง ราวกับเป็นการกางนวนิยายให้คนดูนั่งอ่านอยู่ในโรงหนัง แถมยังดำเนินเรื่องเรื่อยๆ นิ่งๆ อืดๆ โถๆๆๆ ใครก็หลับได้ไม่ยาก

นี่อาจจะเป็นจุดอ่อนของหนังเรื่องนี้ (และอีกหลายเรื่องของหนัง) ที่หยิบวรรณกรรมดังมาดัดแปลงทำใหม่ จะทำเป็นละครทีวี หรือละครเวที ยิ่งทำเป็นหนัง ยิ่งต้องคิดหนัก ถ้าทำไม่โดน หรือมัวแต่พะวงกับการตีความ ร้อยทั้งร้อย หนังไม่สนุกแน่นอน

My Sweet Orange Tree คือตัวอย่างนั้น มีต้นฉบับนวนิยายดี ได้ใจคนอ่านทั้งโลก คนชื่นชอบกันมากมาย อ่านแล้วหลงเสน่ห์เซเซ่ ไม่ว่าจะคาแรกเตอร์ หรือคารมและวิธีคิด แต่พอนำมาทำเป็นหนังกลับหมดเสน่ห์ (ซะงั้น)

ถือเป็นหนังเด็กที่ดูแล้วไม่ค่อยบันเทิงนัก ทั้งๆ ที่มันน่าจะทำได้เหมือนกับตอนที่หยิบนวนิยายขึ้นมาอ่าน แล้วเราก็จินตนาการไปต่างๆ นานา กับคำพูดหรือพฤติกรรมของเซเซ่ ที่ดึงคนอ่านหลุดเข้าไปคลุกคลีกับเขาจนร่ำไห้ หรือเป็นกำลังใจให้เซเซ่ลุกขึ้นสู้

ทำให้เราอยากย้อนถวิลหา “ความสุขของกะทิ” ที่ดัดแปลงมาจากวรรณกรรมเยาวชนซีไรต์สู่หนังกะเทาะเปลือกชีวิตของกะทิ ตัวอักษรทำให้เราเพลิดเพลิน อินกับการเป็นเด็กหญิงกะทิ แต่เมื่อมาอยู่ในภาพของหนัง ความรู้สึกนั้นถูกลดทอนลงเกินครึ่ง ไม่ใช่หนังดูแย่ ก็แค่ชอบกะทิในหนังสือมากกว่าในหนัง

เช่นเดียวกัน เซเซ่ผู้เผชิญหน้ากับความเลวร้ายและสารพัดปัญหา แต่แล้วก็มีโปรตุก้าชายชราเข้ามาเติมเต็มชีวิต หรือแม้แต่ต้นส้มเพื่อนรักของเซเซ่ กระทั่งโลกจินตนาการที่ปรากฏอยู่ในสมองของด็กน้อยผู้ที่คิดว่ามีปีศาจซ่อนในตัวเองนั้น ดูเหมือนการตีความของผู้กำกับ “มาร์คอส เบอร์สตรีน” ยังไม่จี๊ด

อยากเทียบให้เห็นกรณี “พี่มากพระโขนง” ที่หยิบตำนานผีสุดคลาสสิกของไทยมาทำเป็นหนัง โดยตีความใหม่ ใส่ลูกเล่นลูกฮาและมุมมองที่แปลกออกไป แต่ยังคงความเป็นตำนานผีแม่นาคที่รักพี่มากสามีล้นเหลือ แล้วผลลัพธ์ก็คือได้ใจได้ความสนุก มากกว่านั้น ได้เงินถล่มทลาย

เราคงไม่ได้หวังให้เรื่องราวของเซเซ่ขออกมาขำฮาบ้าบอแบบพี่มาก แค่อยากให้ความเป็นเซเซ่สนุกกว่านี้ จี๊ดกว่านี้ น่ารักกว่านี้ และพร้อมจะชวนให้คนดูหลุดเข้าไปอยู่ดินแดนแฟนตาซีเช่นที่เซเซ่รู้สึก

จะยังไงก็ตาม แม้หนังจะไม่ค่อยโดน แต่เซเซ่ยังจะอยู่ในใจเราไปตลอด นั่นก็เพราะเขาคือตำนานเด็กน้อยแห่งต้นส้มแสนรักของเรา

My Sweet Orange Tree

ปี 2012

ประเภท ชีวิต

ประเทศ บราซิล

ภาษา โปรตุเกส

ความยาว 99 นาที

เรตติ้ง ท (เหมาะสำหรับผู้ชมทั่วไป)

กำกับ มาร์คอส เบอร์สตรีน

แสดงนำ ฌูเอา กุยเลอร์เม อวิลา / โจเซ เดอ อาบริว / คาโค สิโอเคลอร์

(หมายเหตุ หนังเข้าฉายเฉพาะที่ลิโด สยามสแควร์)

ต้นฉบับนวนิยายเขียนโดย “โจเซ วาสคอนเซลอส” นักเขียนชาวบราซิล ตีพิมพ์ครั้งแรกเป็นภาษาโปรตุเกส เมื่อปี 1968 ถูกแปลเป็นภาษาต่างๆ 32 ภาษา ใน 19 ประเทศ ทั้งยังถูกใช้เป็นหนังสืออ่านนอกเวลาสำหรับเยาวชน และเคยดัดแปลงเป็นละครทีวี หนัง และแอนิเมชัน มาแล้วหลายครั้ง สำหรับประเทศไทย ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 2522 แปลโดย “มัทนี เกษกมล”

My Sweet Orange Tree เวอร์ชันปี 2012 โดยผู้กำกับบราซิล “มาร์คอส เบอร์สตรีน” เป็นผลงานเรื่องที่ 3 ของเขา นับแต่เคยเปรี้ยงปร้างจากหนัง The Other Side of the Street (ปี 2004 กวาดรางวัลจากเทศกาลหนังมาเพียบ เช่น ไทรเบกา ที่นิวยอร์ก ซาน เซบาสเตียน ที่สเปน มาร์ เดล พลาตา ที่อาร์เจนตินา เบอร์ลิน ที่เยอรมนี)

ตัวละครโปรตุก้า รับบทโดยดารารุ่นใหญ่ชาวบราซิล “โจเซ เดอ อาบริว” ขณะที่บทเซเซ่ ได้ดาราเด็กเลือดใหม่ “ฌูเอา กุยเลอร์เม อวิลา” ที่เพิ่งชิมลางการแสดงเรื่องแรก ซึ่งในหนังเขาเด่นมากๆ ไม่ใช่แค่บท แต่เป็นรอยยิ้มและแววตา แถมแก้มใสสุดๆ ฉายแววดาราดังชัวร์

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท