
สองศัตรูสำคัญต่อความสำเร็จ
โดย...หนูดี – วนิษา เรซ
โดย...หนูดี – วนิษา เรซ
ใครๆ ก็อยากประสบความสำเร็จ แต่ทำไมคนบางคนทำได้ ในขณะที่คนอีกหลายคนมองด้วยความงุนงงว่า คนพวกนั้นเขาทำได้อย่างไรกันน่ะ
วันนี้ หนูดีอยากมาเล่าถึง “สองศัตรู” ต่อความสำเร็จ ที่เชื่อว่า พอเล่าจบแล้ว ทุกคนคงรู้จักทั้งสองท่านนี้ดีอยู่แล้ว ลองดูนะคะว่า เราได้เชื้อเชิญเขาเข้ามาในชีวิตของเราหรือไม่
ศัตรูทั้งสอง คือ กฎ 2 ข้อง่ายๆ แต่คนในโลกนี้ตกเป็นเหยื่อกันมากมายเหลือเกิน
กฎแรกว่าด้วย “ทางออกที่ไร้แรงเสียดทาน”
มีกฎข้อหนึ่งที่กล่าวถึงธรรมชาติของคนว่า เหตุผลอะไรที่ปิดกั้นเขาไว้จากความสำเร็จในชีวิต ทั้งเรื่องเรียน เรื่องการงาน และเรื่องความรักความสัมพันธ์
กฎข้อนั้น คือ คนเราจะเลือกทางออกจากทุกเรื่องในชีวิต ด้วยเส้นทางที่มีแรงเสียดทานน้อยที่สุด
คนเราชอบทางลัด ชอบสูตรสำเร็จ และชอบเส้นทางที่เดินง่ายและสบายที่สุด เป็นเส้นทางที่มีแรงเสียดทานน้อยที่สุด หรือไร้แรงเสียดทานโดยสิ้นเชิง
อะไรที่ยาก อะไรที่ต้องคิดหนัก ต้องคิดมาก ต้องใช้หลักคุณธรรมเยอะๆ ย่อมเป็นสิ่งที่คนส่วนมากไม่อยากทำ ไม่อยากวุ่นวาย ไม่อยากต้องปวดหัวมาคิด
ดังนั้น หากมีเรื่องให้ต้องตัดสินใจ หรือมีปัญหาอะไรขึ้นมา คนส่วนใหญ่แล้วจะเลือกทางออกที่ตัวเองไม่ต้องทำอะไรมาก เลือกสิ่งที่ง่ายที่สุดไว้ก่อน
ส่วนทางออกที่ง่ายนี้ จะนำไปสู่ปัญหาอะไรตามมา มักเป็นสิ่งที่เขาไม่ค่อยคิดกัน ไว้เกิดปัญหาจริงๆ ก็ค่อยไปแก้ในอนาคต
ซึ่งเราคงจะเห็นแล้วว่า จริงๆ แล้ว ชีวิตไม่ใช่เรื่องง่ายๆ แค่การเลือกทางออกง่ายๆ ลวกๆ หรือ ชุ่ยๆ ในบางครั้งแล้วหวังว่าชีวิตจะดูแลตัวเอง
กฎข้อที่หนึ่ง ที่เป็นศัตรูสำคัญที่สุดของความสำเร็จคือ คนเรามักเลือกทางออกที่ง่ายดาย ไร้แรงเสียดทาน และทำได้โดยไม่ต้องใช้สมองคิดอะไรมาก
และนี่คือ เหตุผลที่คนส่วนใหญ่ไม่ประสบความสำเร็จ
กฎที่สองว่าด้วย “สิ่งที่ง่ายและสนุกที่สุดที่จะทำ”
ศัตรูตัวที่สองของความสำเร็จในชีวิตคือ เมื่อเรามีเวลาสักก้อนหนึ่ง เราจะเลือกทำในสิ่งที่ง่ายที่สุดและสนุกที่สุดที่จะทำได้ในเวลานั้นๆ
เช่น ให้เลือกระหว่างท่องหนังสือ หรือ เขียนรายงาน หรือ ดูหนัง หรือ ออกไปทานข้าวข้างนอกกับเพื่อน หากเลือกได้ดั่งใจฝัน ใครจะอยากนั่งหมกมุ่นอยู่กับกองหนังสือ
แน่นอนว่า ทุกคนก็อยากออกไปเฮฮากับเพื่อนๆ หรือ นั่งดูหนังสักเรื่อง ทานป๊อปคอร์นสบายๆ ให้สบายหัว สบายใจ
ใช่ค่ะ คนทั่วๆ ไปก็จะเลือกทางออกที่ง่ายที่สุด สบายที่สุด และสนุกที่สุด
แต่คนที่จะประสบความสำเร็จจะไม่เลือกแบบนั้น
หากมีเวลาสักก้อน และเขารู้ว่า มีสิ่งที่เขาจะต้องทำให้สำเร็จในเงื่อนไขเวลาที่จำกัด เขาจะไม่เอาเวลาไปใช้กับสิ่งที่สนุกและสบาย ให้ผลแห่งความสุขเพียงสั้นๆ แต่ส่งผลแห่งความทุกข์ ความกังวล ความไม่สบายใจ และความล้มเหลวในระยะยาว
คนล้มเหลว จะเลือกสิ่งที่ง่ายและสนุกในเวลานี้
ส่วนคนประสบความสำเร็จ จะยินดีรอความสนุกและความสุข เมื่อเขาได้ทำงานสำคัญของเขาเสร็จสิ้นแล้วโดยสมบูรณ์
ซึ่งจะนำเราไปสู่ กฎข้อที่สาม นั่นก็คือ
กฎแห่งผลลัพธ์ที่ไม่ได้ตั้งใจ
ไม่มีใครวางแผนให้ชีวิตของตัวเองล้มเหลว
ไม่มีใครวางแผนให้ตัวเองสอบตก เอ็นทรานซ์ไม่ผ่าน ต้องติดโปรฯ หรือ โดนรีไทร์จากมหาวิทยาลัย
ไม่มีใครหรอกที่อยากเป็นคนที่คนอื่นมองด้วยความดูถูกว่าเป็นคนที่ทำอะไรก็ไม่สำเร็จ
แต่ที่เขาเป็นอย่างนั้น ก็เพราะว่าเขาไม่ได้วางแผนให้ตัวเองประสบความสำเร็จ
พูดง่ายๆ เลยว่า เขาไม่ได้ “เลือก” ที่จะทำอะไรกับชีวิตเขา
เขาเพียงใช้ชีวิตไปเรื่อยๆ อะไรสนุกก็ทำ อะไรไม่สนุกก็ไม่ทำ คนที่ใช้ชีวิตแบบนี้ ไม่ได้วางแผนจะเป็นคนล้มเหลว
แต่เพราะเขาไม่ได้วางแผนจะเป็นคนที่ประสบความสำเร็จ และเขาใช้ชีวิตไปเรื่อยๆ
ในที่สุด ชีวิตก็พาเขามาถึงผลลัพธ์ที่เขาไม่ได้วางแผนเอาไว้ นั่นก็คือ เป็นคนที่ไม่ประสบความสำเร็จใดๆ เลยในชีวิต
ที่น่าเศร้าก็คือ คนกลุ่มนี้ เมื่อถึงอายุหนึ่ง ที่เพื่อนๆ รุ่นเดียวกันพากันลงหลักปักฐานในชีวิตไปแล้ว พบกับความสำเร็จในรูปแบบต่างๆ ที่เหมาะสมกับวัยไปแล้ว พวกเขาถึงเพิ่งฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า “ฉันไม่อยากได้ชีวิตแบบของฉันตอนนี้ ฉันไม่เห็นมีอะไรเลย ทำไมเพื่อนๆ ทุกคนประสบความสำเร็จไปหมดแล้วยกเว้นฉันล่ะ”
นี่คือความน่าเศร้า ของกฎแห่งผลลัพธ์ที่ไม่ได้ตั้งใจ
และที่น่าเศร้าคือ คนเหล่านี้จะพบกับผลลัพธ์ที่มาพร้อมกับความเซอร์ไพรซ์? คือ ฉันไม่ได้วางแผนนี่ แต่ทำไมชีวิตของฉันเป็นแบบนี้
คำตอบคือ มันคือกฎของธรรมชาติค่ะ
ถ้าเราไม่วางแผนทำชีวิตให้ดี
ชีวิตก็จะไม่มีอะไรมอบให้คุณเลยยกเว้น “ความไม่มี” หรือ ที่คนทั่วไปเรียกกันว่า ความล้มเหลว
หากเราบอกว่า ฉันไม่ต้องการความสำเร็จในแบบที่คนรุ่นนี้ต้องการ ฉันไม่อยากเป็นหนึ่งในฝูงมดงานที่ชีวิตหาความสุขไม่ได้ เอาแต่ทำงานไปวันๆ เพื่อหวังว่าเมื่อเกษียณจะสบาย
โอเคค่ะ
ถ้าอย่างนั้น ภาพความสำเร็จในแบบของคุณเองคืออะไร
อย่าแค่พูดว่า จะไม่เอาสิ่งที่สังคมยึดถือกันว่าน่าทำ เพียงเพราะว่าเราอยากจะ “แนว”?
แค่ไม่เอา ไม่ได้ค่ะ
ถ้าเราคิดจะแนวจริง คิดอยากมีชีวิตที่ประสบความสำเร็จอย่างแตกต่างออกไปและโดดเด่นจริงๆ เราต้องวางแผน เพราะถ้าเราไม่วางแผน และปล่อยชีวิตไปวันๆ ให้สถานการณ์ตัดสินตัวเอง
สิ่งที่เราจะพบในอีกยี่สิบปีข้างหน้า คือตัวเราในวันนี้ที่แก่ขึ้นยี่สิบปี และไม่มีอะไรที่น่าภาคภูมิใจที่เป็นของตัวเองเลย
กฎนี้ ยุติธรรมเสมอ ไม่ว่าเราจะรวย จะจน จะเก่ง จะอ่อนแอ จะเข้มแข็ง จะหล่อสวย หรือ หน้าตาธรรมดาๆ ถ้าเราไม่วางแผนชีวิตว่าต้องการอะไร และจะลงมือทำอะไร ชีวิตจะส่งมอบผลลัพธ์ที่ไม่ตั้งใจมาให้ และส่วนใหญ่ ผลลัพธ์นั้นไม่เคยทำให้ใครมีความสุขได้เลย







