
เมื่อสามีของฉันเสพยา
ครอบครัวใดถ้าหัวหน้าครอบครัวเสพยาเสพติดถือเป็นความโชคร้ายของครอบครัวนั้น เพราะความสุขที่เคยมีจะค่อยๆ หายไป กลายเป็นความทุกข์ตรมขมขื่น ความเจ็บปวดรวดร้าว ความเครียด ความวิตกกังวล ความหวาดกลัว และความไม่ไว้วางใจมาเยือนภรรยา ลูก และสมาชิกอื่นๆ ในครอบครัว ทุกคนต้องอยู่ด้วยความหวาดกลัว เพราะคนเสพยานั้นจะมีบุคลิกและพฤติกรรมเปลี่ยนจากเดิม เช่น จากที่ไม่ชอบโกหกก็โกหกเก่ง จากที่รู้จักอดทนอดกลั้นก็โมโหง่ายเจ้าอารมณ์ ชอบทำร้ายคน อารมณ์อ่อนไหวง่าย เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย หยิ่งยโส ไม่วางใจใคร
ครอบครัวใดถ้าหัวหน้าครอบครัวเสพยาเสพติดถือเป็นความโชคร้ายของครอบครัวนั้น เพราะความสุขที่เคยมีจะค่อยๆ หายไป กลายเป็นความทุกข์ตรมขมขื่น ความเจ็บปวดรวดร้าว ความเครียด ความวิตกกังวล ความหวาดกลัว และความไม่ไว้วางใจมาเยือนภรรยา ลูก และสมาชิกอื่นๆ ในครอบครัว ทุกคนต้องอยู่ด้วยความหวาดกลัว เพราะคนเสพยานั้นจะมีบุคลิกและพฤติกรรมเปลี่ยนจากเดิม เช่น จากที่ไม่ชอบโกหกก็โกหกเก่ง จากที่รู้จักอดทนอดกลั้นก็โมโหง่ายเจ้าอารมณ์ ชอบทำร้ายคน อารมณ์อ่อนไหวง่าย เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย หยิ่งยโส ไม่วางใจใคร
สถานการณ์ : สมมติถ้าคุณแต่งงานอยู่กินกับสามีจนมีลูกด้วยกัน 1 คน แรกๆ ชีวิตครอบครัวมีความสุขดี แต่ช่วงหลังสามีเปลี่ยนไปเป็นคนละคน โมโหร้าย ชอบดุด่า และขอเงินประจำ ไม่ให้ก็ด่าและทำร้าย มารู้ทีหลังว่าเขาเสพยาจะทำอย่างไร
ทางออก : คุณและลูกควรต้องระวังมากขึ้น เพราะยาเสพติด เรื่องร้ายๆ อะไรก็เกิดขึ้นได้ แม้เป็นสามีก็วางใจไม่ได้ อย่าเก็บเรื่องนี้ไว้คนเดียว เล่าให้พ่อแม่เราหรือพ่อแม่สามี หรือญาติที่ไว้วางใจฟังบ้างว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ในยามที่เขาอารมณ์ปกติไม่อยากยา พยายามเอาใจเขาตามที่คิดว่าควรทำ เช่น เอาน้ำดื่มไปให้แล้วหาโอกาสคุย ไม่แน่เขาอาจคายความจริงว่าเขาเสพยาให้ฟัง จากนั้นค่อยหาทางช่วยเหลือ ส่วนเรื่องเงินถ้ามีก็ให้เขาไปเถอะ แก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อน อย่าไปโรมรันด้วย เจ็บตัวเปล่า แล้วค่อยคิดว่าจะทำยังไงต่อ
สถานการณ์ : สมมติวันหนึ่งสามีบอกเองว่าเขาเสพยาเสพติดประเภทนั้นประเภทนี้ แล้วยังบอกว่าอยู่ในขั้นของการติดยาแล้วจะทำอย่างไร
ทางออก : เป็นเรื่องดีเลยที่สามีบอกเองว่าติดยา เพราะส่วนใหญ่คนเสพยามักจะโกหกคนอื่นว่าตัวเองไม่ได้เสพ หรือเสพครั้งเดียวเอง ไม่ได้ติดเลย ดังนั้น ควรใช้โอกาสตรงนี้พูดคุยกับเขา ถามความเห็นเขาว่าอยากเลิกไหม ถ้าอยากเลิกจะช่วย จะพาไปหาหมอ พาไปบำบัด ทำทุกอย่างให้ได้สามีคนเดิมกลับมา ที่ผ่านมาไม่ต้องคิด ขอเพียงให้มาร่วมกัน แต่ถ้าเขาไม่เอาด้วยก็ต้องถามตัวเองว่าจะเอายังไง ประเมินสถานการณ์ทุกอย่างก่อนตัดสินใจ
สถานการณ์ : สามีเสพยา หงุดหงิดง่าย อารมณ์ร้าย และข่มขู่ทำร้ายร่างกายเกือบทุกวัน บางวันก็เอาปืนเอามีดมาขู่จนหวาดกลัว วันร้ายคืนร้ายก็ทำร้ายลูก ด่าลูกด่าเมียด้วยคำหยาบคาย เสียๆ หายๆ และอยู่ด้วยความหวาดผวา
ทางออก : ถ้าอยู่ต่อไปอาจเกิดอันตรายถึงชีวิตได้เพราะถือว่ารุนแรง ถ้าเป็นคุณจะยังอยู่ไหม ถูกตีถูกทุบเกือบทุกวัน ยิ่งถ้าสามีอารมณ์ร้อนอยู่แล้วแถมติดยาอีกไปกันใหญ่ ถอยออกมาตั้งหลักกับลูกก่อน แล้วให้คนอื่นช่วยเหลือในการนำเขาไปบำบัด แต่ก่อนตัดสินใจผละสามีออกมา หมายความว่าได้พยายามช่วยเขาแล้วและอดทนถึงที่สุดแล้ว
Ask the Expert...
Q.ภรรยาพบเป็นมะเร็งเต้านมรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ผมกังวลจึงอยากมั่นใจมากขึ้นในการรักษาและวินิจฉัยโรค จึงอยากจะไปพบแพทย์อีกโรงพยาบาล เพื่อขอความเห็นที่สองหรือขอความคิดเห็นเพิ่มเติมเกี่ยวกับการวินิจฉัยโรค เป็นสิ่งที่ควรทำหรือไม่ครับ?
A. นพ.คมกริช ฐานิสโร อายุรแพทย์ แนะนำว่า 1.ต้องแน่ใจว่าการทำอย่างนี้ไม่ทำให้เสียเวลาของกระบวนการตรวจรักษาที่ทำอยู่ จนอาจนำไปสู่การรักษาที่ไม่ทันท่วงทีหรืออันตรายต่อชีวิตผู้ป่วย 2.ธำรงรักษาความสัมพันธ์อันดีกับแพทย์คนแรกที่ทำการตรวจวินิจฉัยและแนะนำการรักษา คิดเสมอว่าเราต้องกลับมารักษากับท่านอยู่ดี ทางที่ดีอาจแจ้งกับแพทย์ตรงๆ เลยก็ได้ว่าเราต้องการ Second Opinion 3.ความคิดเห็นที่สอง ควรขอจากแพทย์ที่อยู่ในสาขานั้นๆ โดยตรง การได้ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญหรือผู้ที่มีประสบการณ์ก็ย่อมเป็นการดีกว่า (แต่หากไม่สามารถหาได้ก็ไม่เป็นไร) แต่ที่สำคัญ ไม่ควรปรึกษาแพทย์ที่มีทัศนคติขัดแข้งกัน เช่น โรงพยาบาลที่เป็นคู่แข่งกัน ซึ่งเราอาจจะสังเกตได้จากท่าทีของแพทย์ระหว่างให้ความเห็น (โดยทั่วไปเราควรรับทราบว่าแพทย์ส่วนใหญ่มักจะให้เกียรติกันและมักไม่ต่อว่ากันเอง) 4.ควรเตรียมข้อมูลต่างๆ ให้พร้อมก่อนไปพบแพทย์ เช่น แฟ้มประวัติ ฟิล์มเอกซเรย์ ผลแล็บ ผลชิ้นเนื้อต่างๆ ถ้าจะให้ดีมีจดหมายจากแพทย์คนแรกไปด้วยจะดีที่สุด 5.อาจทำการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับโรคและการรักษาเพื่อให้เกิดความคุ้นเคยไปก่อน เวลาที่คุยกับแพทย์จะได้เกิดความเข้าใจมากขึ้น จะง่ายและประหยัดเวลาที่สุด 6.หากท่านปรึกษาแทนผู้ป่วยก็ควรจะนำผู้ป่วยไปด้วยทุกครั้ง เพราะการให้ความเห็นของแพทย์โดยไม่ได้พบผู้ป่วย บางครั้งจะทำได้ด้วยความยากลำบาก ควรให้แพทย์ได้มีโอกาสตรวจผู้ป่วยด้วยโดยตรง
He Said / She Said
ปอดีเจ
“ผมเป็นคนที่แปลกอย่างนะครับคือ มีแฟนส่วนใหญ่จะไม่ใช่สเปกของตัวเอง แต่เราจะไปชอบที่นิสัยเขามากกว่า คือจริงๆ แล้วผมไม่มีสเปก (555) ผมเป็นผู้ชายที่ไม่ต้องการผู้หญิงมาเอาใจ อยู่กันแบบเพื่อน เข้าใจกันก็พอแล้ว”
วีนา พนักงานบริษัท
“สเปกจริงๆ บอกยากค่ะ เพราะชอบผู้ชายทุกแบบ (หัวเราะ) ผู้ชายนุ่มๆ ก็อบอุ่น ผู้ชายร่าเริงก็สดใส ผู้ชายเรียบง่ายก็ดูไม่วุ่นวาย ดิฉันว่าผู้ชายมีเสน่ห์ทุกคน เอาเป็นว่าขอให้เป็นผู้ชายก็พอแล้ว”
Quote
“จะยังไงเสีย คุณจะเป็นยังไงก็ได้ ตามที่ใจตัวเองบงการ อารมณ์ความรู้สึกอ่อนไหว หรือที่ระเบิดออกมา ทั้งหมดทั้งมวลก็มาจากความคิดของตัวคุณเอง และในที่สุด คุณก็กลายเป็นทาสของอารมณ์อีกทีหนึ่ง”
อลิซาเบธ กิลเบิร์ต ผู้เขียน Eat, Pray, Love







