posttoday
หลายเรื่องหลายรสจากการสัมมนา SHRM ครั้งที่ 63

หลายเรื่องหลายรสจากการสัมมนา SHRM ครั้งที่ 63

15 กรกฎาคม 2556

ผู้เขียนเพิ่งกลับจากการเข้าร่วมสัมมนา HR ระดับโลกที่จัดโดย SHRM (The Society for Human Resource Management) ณ นครชิคาโก มลรัฐอิลลินอยส์ค่ะ

โดย...รศ. ดร. ศิริยุพา รุ่งเริงสุข สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ผู้เขียนเพิ่งกลับจากการเข้าร่วมสัมมนา HR ระดับโลกที่จัดโดย SHRM (The Society for Human Resource Management) ณ นครชิคาโก มลรัฐอิลลินอยส์ค่ะ

สำหรับปีนี้มีผู้เข้าร่วมสัมมนากว่า 1.5 หมื่นคนจาก 78 ประเทศทั่วโลก แน่ล่ะที่ประเทศไทยเราก็มิได้พลาดการสัมมนาครั้งนี้ อย่างน้อยก็มีกลุ่มอาจารย์และนิสิตจากศศินทร์และมีกลุ่มเจ้าหน้าที่ของสำนักงาน ก.พ.ที่นำทีมโดย คุณนนทิกร กาญจนะจิตรา เลขาธิการ ก.พ. ปีนี้พวกชาว HR ทั้งชาวอเมริกันและต่างชาติต่างตื่นเต้นกันยกใหญ่ที่นางฮิลลารี คลินตัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของรัฐบาลโอบามาให้เกียรติมาเป็นหนึ่งในวิทยากรคนสำคัญ (Keynote speakers) และนอกจากฮิลลารีแล้วก็ยังมีวิทยากรระดับโลกอีกหลายท่านคือ ดร.ฟารีด ซาคาเรีย (Fareed Zakaria) ที่สวมหมวกหลายใบเป็นบรรณาธิการร่วมของนิตยสารไทม์ เป็นอดีตบรรณาธิการของนิตยสาร นิวส์วีค เป็นผู้วิเคราะห์ข่าวการเมือง CNN และเป็นนักเขียนชื่อดังของโลก ในส่วนของภาคธุรกิจก็มี เบลค ไมคอสกี (Blake Mycoskie) ผู้ก่อตั้งบริษัทผลิตรองเท้า ทอมส์ (TOMS) ซึ่งมีนโยบายว่าผู้ซึ่งเป็นลูกค้าของเขาไม่ใช่อุดหนุนแต่บริษัทของเขาเท่านั้น แต่เมื่อลูกค้าซื้อรองเท้า 1 คู่ บริษัทของเขาก็จะบริจาครองเท้า 1 คู่ ให้กับผู้ที่ขาดแคลนรองเท้าทั่วโลกใน 50 ประเทศ นอกจาก เบลค ก็มี ดาเนียล พิงค์ (Daniel Pink) นักเขียนและอดีตนักขายมือหนึ่งซึ่งจบการศึกษาจากวิทยาลัยการจัดการ เคลลอกก์ มหาวิทยาลัยนอร์ทเวสเทิร์น ที่โด่งดังของชิคาโก

ความจริงแล้วมีนักพูดดังๆ อีกมากมาย แต่ผู้เขียนขอคัดมาแค่ 2 คนก่อนนะคะ ทั้งนี้ขอเริ่มจาก ดร.ฟารีดก่อนในฐานะที่เป็นวิทยากรคนดังคนแรกที่เปิดเวทีสัมมนาของปีนี้ เป็นการเหมาะสมอย่างยิ่งที่ SHRM ได้ ดร.ฟารีดเป็นคนเปิดเวทีสัมมนาเพราะ ดร.ฟารีดนั้นเชี่ยวชาญเรื่องการเมืองและเศรษฐกิจโลกอย่างหาตัวจับยาก หลายปีติดต่อกันมาที่ SHRM เน้นว่าคนที่อยากเป็น HR มืออาชีพต้องมีหูตากว้างไกล ต้องรู้สภาพการณ์สิ่งแวดล้อมธุรกิจเพื่อที่จะปรับกลยุทธ์ HR ให้สอดรับได้ทันท่วงทีไม่มีหลุดข่าว

สำหรับปีนี้ ดร.ฟารีด บอกว่ากระแสเศรษฐกิจแบบโลกาภิวัตน์ (Global economy) จะขยายตัวมากขึ้นทำให้เศรษฐกิจโลกจะไม่ถูกครอบงำโดยประเทศใดประเทศหนึ่ง (เช่น สหรัฐอเมริกา) หรือซีกโลกใดซีกโลกหนึ่ง (หมายถึงซีกโลกตะวันตก) เท่านั้นอีกต่อไป ประเทศอื่นๆ ในโลก (เช่น จีน อินเดีย) ก็จะมีโอกาสได้ลืมตาอ้าปากเริงร่าผลัดเป็น “เจ้าเศรษฐกิจ” กันบ้าง และแม้ว่าตอนนี้บรรยากาศทางเศรษฐกิจทั่วโลกจะยังดูอึมครึม แต่ ดร.ฟารีดมองว่ามันก็ยังมีเหตุผลดีๆ ที่ทำให้พวกเราน่าจะมองในแง่ดีอยู่เพราะเรื่องของกระแสโลกาภิวัฒน์และโอกาสในการเติบโตของธุรกิจการค้าในภูมิภาคต่างๆ ทั้งนี้ ดร.ฟารีดยกตัวอย่าง (ให้เรามองโลกในแง่ดี) ว่าในช่วงปี ค.ศ. 1970-1980 มีเพียง 30 ประเทศในโลกเท่านั้นที่มี GDP ตั้งแต่ 3% ขึ้นไป แต่ในปัจจุบันนี้แม้ว่าจะอยู่ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ แต่มีจำนวนของประเทศที่มี GDP สูงกว่า 3% มากกว่าถึง 3 เท่าของในทศวรรษ 1970 ดังนั้นเราจึงต้องคิดบวก สุดท้ายที่ ดร.ฟารีดฝากไว้ก็คือคนเราต้อง “เรียนรู้ตลอดชีวิต” โดยเฉพาะในกรณีของสหรัฐ หากยังคิดจะเป็นผู้นำโลกอยู่ก็ต้องขวนขวายในการพัฒนาและจูงใจคนอเมริกันให้สนใจพัฒนาตนเองเพื่อการแข่งขันให้ดีขึ้น นี่ก็คือสรุปคำบรรยายของ ดร.ฟารีด

ทีนี้มาต่อที่วาทะของฮิลลารี คลินตันกันนะคะ ฮิลลารีทำการบ้านมาดีมากค่ะ เธอได้พูดถึงประสบการณ์ที่เธอได้รับจากการเป็นนักการเมืองว่า “การเป็นผู้นำก็คือการเล่นกีฬาเป็นทีม ผู้นำที่ดีคือผู้ที่สามารถบริหารจัดการให้บุคคลทั้งหลายสามารถทำงานร่วมกันได้ “และที่สำคัญมากๆ ก็คือ คุณไม่สามารถชนะได้หากคุณไม่แสดงตัว แล้วร่วมทำงานกับทีม ข้อคิดนี้น่าจะเป็นข้อเตือนใจคนที่อยากเป็นผู้นำว่าอย่าทำงานแบบเอาหน้า ประเภทว่าพอต้องลงแรงทำงานกับทีมก็หายตัว แต่จะมาโผล่ตอนงานใกล้จบ หรือตอนรับรางวัล อย่างนี้ใช้ไม่ได้ค่ะ โดยเฉพาะในระยะยาวจะทำให้ลูกน้องหมดศรัทธาไม่ต้องการทำงานด้วย ประเด็นต่อมาที่ฮิลลารีมอบข้อเตือนใจแก่ชาว HRโดยเฉพาะก็คือเรื่องของความเข้าใจวัฒนธรรมที่แตกต่างกันของชาติต่างๆ ในโลก เธอกล่าวว่า “การอ่าน (หรือตีความ) สัญญาณต่างๆ หรือนัยต่างๆ (cues) ของวัฒนธรรมที่แตกต่างกันถือเป็นเรื่อง (หรือความสามารถ) สำคัญมาก บทเรียนทั้งหลาย (จากความเข้าใจเรื่องความแตกต่างของวัฒนธรรม) จะช่วยให้คุณมีมุมมองที่ลึกขึ้นในการที่จะทำงานกับคนอื่นและสร้างสัมพันธภาพ (ที่ดี) กับเขา มันทำให้คุณรู้จักให้ความเคารพผู้อื่น รู้จักสุภาพ (ทักษะ) นี้เป็นเรื่องที่เราต้องเน้นย้ำในโลกของเราทุกวันนี้

HR อย่างเราได้ฟังข้อคิดของฮิลลารีแล้วก็ต้องนำมาแปรรูปสู่การปฏิบัติ โดยเฉพาะสำหรับประเทศในกลุ่มอาเซียนที่กำลังเดินหน้าเป็น AEC นั้นจำเป็นต้องสร้างความพร้อมเรื่องความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในการทำงานข้ามวัฒนธรรมอย่างมีประสิทธิภาพ HR ต้องจัดคอร์สฝึกอบรมเรื่องนี้อย่างจริงจังเพื่อเตรียมพนักงานไทยเราให้พร้อมทำงานกับคนต่างชาติที่จะหลั่งไหลเข้าประเทศเรา แล้วก็พร้อมที่จะออกนอกประเทศไปทำงานในประเทศอื่นๆ ด้วย และที่ลืมไม่ได้คือตัว HR ก็ต้องสร้างความพร้อมเรื่องการทำงานข้ามวัฒนธรรมให้กับตัวเองด้วยนะคะ

ท้ายที่สุดนี้ต้องขอบอกว่าไปสัมมนา SHRM ทุกครั้งได้ความรู้มาเต็มกระเป๋าเลยค่ะ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท