posttoday
สู่แสงสว่างของวันใหม่ ดีเจเคนโด้

สู่แสงสว่างของวันใหม่ ดีเจเคนโด้

13 กรกฎาคม 2556

ไม่อยากจะเชื่อว่าคนที่สร้างรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ มอบความสุข ปลุกแรงบันดาลใจให้คนทั้งประเทศ จนได้รับฉายาว่าดีเจเทวดา ขวัญใจมหาชน

โดย...อินทรชัย พาณิชกุล ภาพ วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี

ไม่อยากจะเชื่อว่าคนที่สร้างรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ มอบความสุข ปลุกแรงบันดาลใจให้คนทั้งประเทศ จนได้รับฉายาว่าดีเจเทวดา ขวัญใจมหาชน

จู่ๆ จะออกมาประกาศว่าตัวเองป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ถึงขั้นคิดสั้นฆ่าตัวตาย!!!

วันนี้ ดีเจเคนโด้เกรียงไกรมาศ พจนสุนทร นักจัดรายการวิทยุชื่อดังจากคลื่น 89.75 มิราเคิล ออฟ ไลฟ์ วันจันทร์ศุกร์ เวลา 08.0011.00 น. และผู้ประกาศข่าวภูมิภาคประจำช่อง 11 เดินเข้ามาด้วยมาดแปลกตา ไม่คุ้นเคย ใบหน้าอิ่มเอิบ ยิ้มสงบเสงี่ยม ไม่ทะลึ่งตึงตังเหมือนเคนโด้คนเก่า ตัดผมสั้นเรียบร้อย เขาถลกเสื้อเชิ้ตโชว์ท่อนแขนข้างซ้ายให้ดูรอยแผลเป็นเล็กๆ ประมาณหนึ่งนิ้ว

รอยแผลนี้เองที่เปลี่ยนแปลงชีวิตเขาไปตลอดกาล

“ช่วงตกต่ำที่สุดในชีวิตเลยว่ะ ผ่านมาได้แม่งโคตรดีใจเลย”

ดีเจหนุ่มวัย 35 ยิ้มแหยๆ โคลงศีรษะไปมา แววตาบ่งบอกถึงความลิงโลดดีใจ

ในสายตาแฟนคลับ ดีเจเคนโด้ยังเป็นคนเดิม ร่าเริง ตลกโปกฮา ยียวนกวนประสาทอยู่บนหน้าจอโทรทัศน์ บนหน้าปัดรายการวิทยุ ทว่าในหมู่เพื่อนฝูงคนในครอบครัวต่างรู้กันว่าเขาเพิ่งผ่านช่วงเวลาอันเลวร้ายมาหมาดๆ แผลกายแผลใจยังทิ้งตำหนิไว้ไม่ทันจาง

ชายผู้นี้ผิดหวังจากชีวิตที่พลั้งพลาด ผิดหวังจากธุรกิจที่ล้มเหลว ผิดหวังจากความรักที่ไม่เป็นดั่งใจหมาย

“อาจฟังดูตลก ทั้งๆ ที่เรามีชื่อเสียง แต่ลึกๆ ในใจผมเป็นคนมีปม กลัวคนไม่ยอมรับ ที่ผ่านมาผมคิดมาตลอดว่าเวลาทำงาน ต้องทำเพื่อคนอื่น มันถึงจะดูดี ดูเท่ การทำงานเพื่อตัวเองมันดูชั่วดูเลว ฉะนั้นเวลาผมทำงานให้ใคร หรือใครมาทำงานกับผม ผมจะทำทุกอย่าง

ไม่ว่าเรื่องเงิน ประสานงาน ให้คำปรึกษา กระโดดลงไปลุยด้วยตัวเอง อยากให้คนที่มาทำงานกับเรามีความสุขที่สุด สบายที่สุด ให้คนอื่นยอมรับว่าไอ้โด้แม่งพึ่งได้ ไอ้โด้มันเก่ง ทำได้หมดทุกอย่าง สุดท้ายกลายเป็นตัวเราที่เหนื่อย”

เมื่อสารพัดปัญหาสะสมคาราคาซัง ประเดประดังถึงขีดสุด พลังงานที่เคยมีล้นเหลือก็ลดน้อยถอยลง ความสนุกสนานมีชีวิตชีวากลายเป็นหงอยเหงาเซื่องซึม รู้สึกว่าตัวเองไร้ค่า ความภาคภูมิใจเหือดแห้งไปหมด ท้ายที่สุดก็กลายเป็นคนซึมเศร้า

“สัญญาณมันมาให้เห็นเด่นชัด หงุดหงิดง่าย อารมณ์แปรปรวน ไม่สนใจโลกรอบข้าง ไม่มีสมาธิ ไม่มีกะจิตกะใจทำงาน กินไม่ลง นอนก็ไม่ค่อยจะหลับ ช่วงหนักที่สุดคือหมกตัวอยู่ในห้องสามวัน ไม่ออกไปไหน นอนก็ไม่หลับ ร่างกายมันไม่ไหวแล้ว เครียดสุดๆ ไม่รู้ตัวเองเลยว่าไปหยิบมีดจะฆ่าตัวตายได้ยังไง” เคนโด้หัวเราะหึๆ ในลำคอ ต่างจากเรื่องราววันนั้นอย่างสิ้นเชิง

จากคำบอกเล่า ราวสามทุ่มของคืนหนึ่ง เขาอยู่ในห้องคนเดียว พ่อแม่นอนดูโทรทัศน์อยู่ชั้นล่าง จู่ๆ เสียงเพล้งเหมือนจานแตกดังลั่น ภาพแรกที่พ่อแม่เปิดประตูเข้ามาเห็นคือลูกชายสุดที่รักนั่งกุมแขนตัวเองที่โชกไปด้วยเลือด ข้าวของแตกกระจาย มีดเล่มหนึ่งวางอยู่ไม่ไกลกัน แล้วดีเจเคนโด้ก็ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ท่ามกลางเสียงไซเรนรถฉุกเฉิน ผสานเสียงร่ำไห้ของมารดา

“มันไม่รู้จริงๆ ว่าคิดฆ่าตัวตายได้ยังไง ถ้าจิ้มคอมันคงตายไปแล้วมั้ง” เขาบอกเสียงสั่น น้ำตาคลอเบ้า ด้วยสีหน้าของคนเจ็บปวดรวดร้าว

“ก่อนนั้นปรึกษาเพื่อน ปรึกษาผู้ใหญ่ที่เคารพแล้วก็ไม่หาย หาหมอดู พึ่งไสยศาสตร์ก็ไม่ได้ผล ที่น่าเจ็บใจที่สุด สงสารแม่ซึ่งเป็นห่วงเรามากก็คอยประคับประคอง เช้ามาอ่านหนังสือธรรมะให้ฟัง ก่อนนอนก็กุมมือเราทุกคืน

สุดท้ายผมจัดรายการข่าวกับหมอเบิร์ท (พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ จิตแพทย์ประจำโรงพยาบาลศรีธัญญา) ที่ช่อง 11 ผู้เป็นทั้งพี่ ทั้งเพื่อนร่วมงาน ผมทนไม่ไหวแล้ว บอกแกว่าพี่ ช่วยผมด้วย ผมรู้สึกว่าตัวเองไม่ปกติ” เขาเล่าย้อนถึงวันคืนอันโหดร้ายให้ฟัง

หลายวันถัดมา กระบวนการรักษาก็เริ่มต้นขึ้น ดีเจเคนโด้ยอมรับอย่างไม่อายว่าเขากลายเป็นผู้ป่วยจิตเวชอย่างเต็มตัว ต้องกินยา ควบคู่กับการดูแลเยียวยาฟื้นฟูจิตใจ

“หมอเบิร์ทบอกว่าสารเคมีในสมองชื่อว่าซีโรโทนินมันเหือดแห้งไปหมด ต้องกินยาที่จะช่วยปรับสารสื่อประสาทในสมองให้สมดุล ควบคู่กับการบำบัดฟื้นฟูจิตใจ แกบอกว่าคนเราชอบกังวลเรื่องอนาคตที่มาไม่ถึง คิดถึงความผิดพลาดในอดีต โทษตัวเองว่าทำไมต้องเกิดกับเรา ฉะนั้นต้องอยู่กับปัจจุบัน

อย่าทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง อย่างเช่นโดนโกงก็คิดจะแก้แค้นอะไรแบบนั้น ถ้าทุกอย่างแย่ลง นอกจากปัญหาเดิมที่เรากำลังเผชิญ ปัญหาใหม่จะเกิดขึ้น”

ทันทีที่บทสัมภาษณ์ชิ้นนี้ตีพิมพ์เผยแพร่สู่สาธารณชน ชื่อของดีเจเคนโด้จะเสื่อมเสียหรือไม่ สังคมจะมองว่าเขาเป็นคนบ้า ต้องรักษาจับยัดเข้าโรงพยาบาลหรือเปล่า เขาไม่หวาดหวั่นแม้แต่น้อย

“ไม่ต้องอาย อายทำไม ถ้าคุณคิดว่ามีอาการผิดปกติ ไม่ไหวแล้ว เดินไปหาหมอเลย คนส่วนใหญ่ที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าไม่รู้ว่าตัวเองป่วย หากปล่อยไว้นานๆ ไม่ได้รักษา ก็จะส่งผลให้คนไข้มีความคิดที่จะฆ่าตัวตายได้

อยากจะปฏิวัติทัศนคติที่มีต่อคำว่าจิตเวช ทำไมต้องกลัวกันนักหนาวะ พูดถึงจิตแพทย์คนแม่งกระเจิงกันหมดเลย วันนี้จิตแพทย์ จิตเวช ไม่ใช่ความน่ากลัว แต่มันคือความสวยงามในการทำให้เราตาสว่าง ได้รู้จักตัวเอง ทำให้เราหายป่วย ทำให้ชีวิตเราดีขึ้น

ผู้ป่วยหลายคน ญาติพี่น้องครอบครัวไม่เข้าใจคิดว่าไอ้นี่ขี้เกียจจัง นอนแม่งทั้งวัน ขลุกอยู่แต่ในห้อง มันเพี้ยน ด่าอยู่นั่น บางคนโรคซึมเศร้ากัดกร่อนซึมลึกมาเป็นสิบๆ ปี คิดฆ่าตัวตายมา 56 ครั้ง ไม่มีใครพาไปรักษา สุดท้ายก็ได้ตายสมใจ

วันนี้ทุกคนต้องสำรวจตัวเอง โรคจิตเวชทุกคนเป็นได้ ขอแนะนำให้พาตัวเองเข้าสู่กระบวนการรักษาอย่างกล้าหาญ ป่วยได้ก็รักษาหายได้ ทุกวันนี้ผมยังกลับไปจัดรายการได้เหมือนเดิม 89.75 มิราเคิล ออฟ ไลฟ์ แล้วยังมีงานใหม่ๆเข้ามารออีกเยอะเลย”

ดีเจเคนโด้ในวันนี้ดูสดใสกว่าแต่ก่อน หลังผ่านมรสุมรุมเร้า ไม่ต่างอะไรกับตายแล้วฟื้น ตื่นขึ้นมามีชีวิตใหม่

“ผมมีสติมากขึ้น หันมาดูแลตัวเอง หาความสุขให้ตัวเอง แบ่งงานแบ่งเวลาที่เรามีอยู่ทำให้มันมีความสุขมากๆ ทุกอย่างต้องผ่านการฝึกฝน อย่างเราอยากสุขภาพดี ก็ต้องออกกำลังกาย ถามว่าถ้าออกกำลังกายวันนี้ พรุ่งนี้สุขภาพดีเลยไหม ไม่ ใจเราก็เหมือนกัน เราต้องออกกำลังใจทุกวัน ไม่ใช่ทำวันนี้ พรุ่งนี้เปลี่ยนได้เลย ต้องทำซ้ำทำซากให้มันอยู่ในจิตใต้สำนึกของเรา เราต้องคิดดี พูดดี เจอแต่คนดีๆ อยู่ในสถานที่ดีๆ มิใช่ว่าวันนี้เจอ พรุ่งนี้กูดีเลย

อยากให้ทุกคนรู้ตัวเอง ใส่ใจตัวเอง ฝึกฝนตัวเองทุกวัน หาเรื่องดีๆ ใส่ตัวเองทุกวัน ยิ้มก็มีความสุข ขี้คล่องก็มีความสุข ไม่ต้องไปอ่านหนังสือฮาวทู หาความสุขง่ายๆ ด้วยตัวเองได้ ตื่นมามองหน้าสามี วุ้ย สามีชั้นมีไรหนวด หล่อจังเลย คิดเรื่องเล็กๆ ที่ดีๆ เดี๋ยวเรื่องเล็กๆ ก็จะเป็นกลุ่มก้อนพาเราไปเรื่องใหญ่ๆ เอง” เขายิ้มกว้าง

“ใครก็พูดแต่ว่าสังคมอยู่ยาก คำว่าอยู่ยาก มันขึ้นอยู่กับเรารู้ใจตัวเองรึเปล่า เราต้องสำรวจตัวเองว่าจะใช้ชีวิตอย่างไรให้มีความสุข

พื้นที่สังคมไม่ได้มีแค่ 1 ตารางเมตร มันมีตั้งมากมายไม่รู้เท่าไหร่ เราจะหาพื้นที่ดีๆ ยืนไม่ได้เลยเหรอ เราเสือกไปโฟกัสแต่สิ่งที่ไม่ดี คนเราแปลก เวลาเจอเรื่องไม่ดี ก็พูดมันอยู่นั่นแหละ พูดซ้ำๆ สมมติอกหัก ก็จะเล่าให้เพื่อน 20 คนฟัง ใส่พลังงานแย่ๆ ไปกับมัน เมื่อเราไปใส่พลังงานแย่ขนาดไหน ชีวิตเราจะแย่ยิ่งกว่านั้น

มนุษย์ชอบใส่พลังงานเลวร้าย เสพข่าวเลวร้าย ก็จะพูดแต่ว่าโอ๊ย วันนี้มันปล้นฆ่ากันอีกแล้ว ถามว่าทำไมมันไม่พูดถึงแง่มุมดีๆ เช่น นี่แกรู้ไหม มันมีสังคมนึง เขาดูแลกันดีจังเลยอ่ะ บ้านนี้เขารักกันมาก เราต้องรักกันให้ได้อย่างเขา เรากลับบ้านไปกอดแม่เราดีกว่า กอดพ่อเราดีกว่า การคิดบวก มองโลกในแง่ดี ต้องฝึกฝน”

ยิงคำถามทิ้งท้ายไปว่า นาทีนี้กลับมาเป็นเคนโด้คนเดิมหรือยัง?

เจ้าตัวหัวเราะลั่น ก่อนหันมาสบตาอย่างแน่แน่ว บอกเสียงดังมั่นใจ

“ผมไม่ใช่เคนโด้คนเดิม แต่เป็นเคนโด้คนใหม่ คนที่มองเห็นตัวเองชัดเจน ต่อจากนี้จะก้าวเข้าสู่การทำให้ทุกคนมีความสุขมากขึ้น จะร่ำรวยความสุขมากขึ้น จะอุทิศตนให้กับการสร้างความสุขให้แก่สังคม เพราะเคนโด้เกิดมาเพื่อสร้างสุขจริงๆ”

ขอบคุณสำหรับความเจ็บปวดที่ทำให้รู้ว่าชีวิตจะไม่กลับไปยังวังวนเดิมๆ อีกแล้ว

ดีเจหนุ่มสัญญากับตัวเอง และสัญญากับแฟนๆ คนฟังรายการวิทยุทุกคนที่คอยให้กำลังใจเสมอมา

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท