posttoday
‘เข้มงวดกับลูก’ มากเกินไปหรือเปล่า

‘เข้มงวดกับลูก’ มากเกินไปหรือเปล่า

09 กรกฎาคม 2556

ครอบครัวหนึ่งมีลูกเพียง 2 คน คุณพ่อเป็นคุณหมอ ส่วนคุณแม่เป็นอาจารย์ดีกรีระดับดอกเตอร์ สอนอยู่ในมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง แต่งงานกันเมื่ออายุมาก

โดย...มีนา

ครอบครัวหนึ่งมีลูกเพียง 2 คน คุณพ่อเป็นคุณหมอ ส่วนคุณแม่เป็นอาจารย์ดีกรีระดับดอกเตอร์ สอนอยู่ในมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง แต่งงานกันเมื่ออายุมาก จึงมีลูกเมื่อตนเองอายุมากแล้ว อายุห่างกันมากถึง 40 ปี และด้วยความรักและหวังดีกับลูก อยากให้ลูกเรียนเก่งเป็นคนดี และมีหน้าที่การงานเก่งเหมือนพ่อแม่ ทำให้พ่อกับแม่เลี้ยงลูกอย่างเข้มงวดมาก มีกฎเข้มงวดบังคับมากมาย เช่น ห้ามลูกสาวกลับบ้านหลัง 6 โมงเย็น หรือบางปัญหาที่ลูกมีมาปรึกษากับพ่อแม่แล้วอาจไม่เข้าใจก็เป็นได้ บางครั้งอาจทำให้ลูกเป็นเด็กเก็บกด ซึ่งหากไม่แก้ไขอาจส่งผลถึงวุฒิภาวะการแก้ไขปัญหาต่างๆ เมื่อลูกโตขึ้นก็ได้

สถานการณ์ : พ่อเป็นคนที่ดุมาก ทุกอย่างตั้งกฎเข้มงวดกับลูกมากเกินไป เช่น ลูกเข้าสู่วัยรุ่นแล้วเรียนอยู่ชั้นมัธยม 3 ต้องการมีสังคม อยากไปเที่ยวเล่นกับเพื่อนบ้าง แต่คุณพ่อก็จะมีกฎว่า ห้ามกลับบ้านหลัง 6 โมงเย็น ทำให้ลูกรู้สึกอึดอัด ไม่มีสังคม อยากไปเที่ยวกับเพื่อนหรือมีชีวิตเที่ยวเล่นหลังเลิกเรียนบ้าง จนจะกลายเป็นความเศร้า คุยกับเพื่อนไม่รู้เรื่อง รู้สึกแปลกแยก

ทางออก : ความเข้มงวดตีกรอบและบังคับเด็กมากเกินไปจะทำให้เด็กเกิดความวิตกกังวล ตนเองรู้สึกขัดแย้ง แต่ไม่กล้าพูดกับพ่อแม่ แต่การที่พ่อแม่มีกฎระเบียบกับลูกมากเกินไป เอาความคิดของพ่อแม่เป็นที่ตั้ง ซึ่งอาจเกิดผลเสียมากกว่าผลดีก็ได้ ทางที่ดีพ่อแม่ควรให้เหตุผลประกอบการสั่งสอนหรือบังคับของพ่อแม่ก็ได้ว่า ทำไมพ่อถึงตั้งกฎแบบนั้น เพื่อทำให้ลูกสาวเข้าใจถึงความหวังดีของพ่อแม่ เพราะยุคสมัยนี้มีสิ่งยั่วยุและทำให้เด็กผู้หญิงเสียคน หรือพลาดพลั้งเป็นเรื่องที่ง่ายมาก อาศัยการพูดคุย มีเหตุผลประกอบ บางครั้งคุณแม่ที่เป็นผู้หญิงเหมือนกัน อาจมาช่วยแก้ปัญหาก็ได้ ซึ่งเป็นการหันหน้าเข้าหากัน เป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างพ่อแม่ลูก อย่าเอาแต่ดุอย่างเดียว ฟังเหตุผลของลูกบ้าง อาจปล่อยลูกไปเที่ยวกับเพื่อนบ้าง แต่มีลิมิตเวลาว่าห้ามกลับเกิน 3 ทุ่ม หรืออาจส่งพี่เลี้ยงไปเป็นเพื่อนลูกก็ได้ พ่อแม่ต้องมีมุมที่ปล่อยวางบ้าง ส่วนลูกก็ต้องเชื่อเจตนารมณ์ของพ่อแม่ว่าหวังดี ที่ทำไปทั้งหมดคือ ด้วยความรักลูกนั่นเอง

สถานการณ์ : ลูกชายลูกสาวกำลังย่างเข้าสู่วัยรุ่น บางครั้งอาจมีปัญหาเด็กๆ มาคุยกับพ่อแม่ แต่พ่อแม่ไม่เข้าใจเพราะด้วยวัยที่ห่างกันมาก เช่น ลูกกำลังจะมีความรัก แล้วพ่อแม่ห้ามเด็ดขาด คุยไปคุยกันมาอาจกลายเป็นเรื่องทะเลาเบาะแว้ง และไม่เข้าใจกัน

ทางออก : พ่อแม่ต้องเข้าใจถึงอายุที่ห่างมากถึง 2030 ปี บางประสบการณ์ที่ลูกเจออยู่ทุกวันนี้ วิธีแก้ไขของพ่อแม่เมื่อ 30 ปีที่แล้วอาจใช้ไม่ได้แล้วก็ได้ พ่อแม่ต้องเข้าใจถึงยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ยุคพ่อแม่เป็นเด็กวัยรุ่นยังไม่มีสิ่งเร้ามากเหมือนยุคลูกก็ได้ เมื่อพ่อแม่เข้าใจปัญหาของลูก แต่ไม่รู้จะหาวิธีแก้อย่างไร พ่อแม่อาจหาผู้ช่วย ญาติพี่น้องที่มีอายุใกล้เคียงกับลูกมาพูดคุย หรือลูกศิษย์ของคุณแม่ ที่มีประสบการณ์ชีวิตเคยผ่านปัญหาเหมือนลูกๆ มาให้คำแนะนำวิธีแก้ปัญหาที่เหมาะสมก็ได้ ยุคนี้ให้คิดไปในแนวทางว่า พ่อแม่ยุคใหม่ต้องเลี้ยงลูกแบบยืดหยุ่น เพื่อให้ลูกปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ต่างๆ ที่เข้ามารุมเร้า เช่น สิ่งแวดล้อมที่จะทำให้ลูกเสียคน เช่น คนชักชวนลูกให้หันไปลองสูบบุหรี่ พ่อแม่ต่อมีภูมิคุ้มกันให้ลูก สอนว่าภัยของบุหรี่ร้ายแรงแค่ไหน ดังนั้นห้ามลอง หากติดแล้วจะส่งผลต่อสุขภาพลูกอย่างไรบ้าง ยุคนี้การสูบบุหรี่เป็นสิ่งเชยแล้ว ดูไม่เท่ หากลูกเป็นผู้หญิงผลของบุหรี่จะทำให้ลูกแก่ก่อนวัย หากใช้เหตุผลทุกอย่างสนับสนุนการเลี้ยงดูลูก แทนที่จะใช้กฎที่เข้มงวดแต่เพียงอย่างเดียว ก็จะเกิดความรักความเข้าใจ และเกิดความสุขทั้งครอบครัว

Ask the Expert...

Q. จะทำไงดีคะ เวลาลูกมีเลือดกำเดาไหล ตกใจจนทำอะไรไม่ถูกทุกที ควรทำอย่างไรให้ถูกต้องคะ?

A . พญ.ภาวิณี อินทกรณ์ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี (โรงพยาบาลเด็ก) กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข แนะนำสิ่งที่ผู้ปกครองต้องทำก็คือเมื่อเด็กมีเลือดกำเดาไหลโดยทั่วไปจะหยุดได้เองภายในไม่เกิน 5นาที แต่สามารถช่วยบรรเทาอาการในเบื้องต้นได้โดยให้เด็กนั่งตัวตรง หายใจทางปาก และใช้กระดาษชำระม้วนเป็นแท่งเล็กๆ อุดในรูจมูก หรือใช้นิ้วชี้และหัวแม่มือบีบปีกจมูกทั้งสองข้างให้แน่น อาจวางผ้าเย็นหรือถุงน้ำแข็งบนดั้งจมูกด้วยก็ได้ ถ้าเลือดออกไม่หยุดหรือออกมากผิดปกติควรรีบพาไปโรงพยาบาลเพื่อปรึกษาแพทย์ทันที อาจต้องทำการห้ามเลือดด้วยวิธีจี้ด้วยสารเคมีหรือไฟฟ้าเพื่อหยุดเลือดกำเดาไหลทางด้านหน้า หรือใส่วัสดุห้ามเลือดในจมูกหรือผูกหลอดเลือดแดงเพื่อให้เลือดหยุด หาสาเหตุแล้วรักษาตามสาเหตุนั้น การป้องกันเลือดกำเดาไหลนั้นไม่ควรให้เด็กไปวิ่งเล่นกลางแจ้งนานๆ โดยเฉพาะเวลาอากาศร้อนจัด ห้ามแคะจมูกไม่ควรให้จมูกได้รับการกระทบกระเทือน ให้เด็กได้ออกกำลังกายสม่ำเสมอ รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และเสริมอาหารที่มีวิตามินซีสูงค่ะ

03 He Said / She Said

ปีเตอร์ นักแสดง

“ไม่มีครับ ผมไม่มีสเปก เคยรู้สึกมั้ย เคยนะครับว่าคนนี้น่าจะใช่ แต่สุดท้ายมันก็ไม่ใช่ ทำให้ผมไม่มีสเปก สเปกของผมคือคนที่เกิดจากการคุย ไม่ใช่รูปร่างหรือหน้าตา ประโยคแรกที่คุยกันมา มันจะบอกว่าคนนี้ใช่ หรือไม่ใช่”

แก้ว พนักงานบริษัท

“จริงๆ แล้วไม่มีสเปกตายตัวนะคะ บางครั้งก็ชอบหล่อ บางครั้งก็ชอบน่ารัก คมเข้มก็ชอบ ตี๋สะอาดก็ชอบ เอาเป็นว่าขอให้เขารักเราในแบบที่เป็นเราก็พอแล้วค่ะ”

Quote

“ผมเป็นคนประเภทที่ไม่เชื่อเรื่องชีวิตหลังความตาย ดังนั้นก็เลยไม่เคยมีชีวิตแบบที่กลัวจะต้องตกนรก ในทางกลับกัน ผมกลับกลัวที่จะต้องขึ้นสวรรค์มากกว่า ผมลองคิดเล่นๆ ว่า การถูกทรมานต่างๆ นานาในนรก คงจะพอทนได้มากกว่าชีวิตที่อยู่แบบเสพสุขไปวันๆ บนสวรรค์ ผมว่ามันคงจะน่าเบื่อมากเลยนะ”

อิสซ้าค อาสิมอฟ นักเขียนนิยายวิทยาศาสตร์ชื่อดัง

 

 

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์