posttoday
ว่าที่ท่านเซอร์...หลังทำฝัน 77 ปีเป็นจริง

ว่าที่ท่านเซอร์...หลังทำฝัน 77 ปีเป็นจริง

09 กรกฎาคม 2556

ปิดฉากลงอย่างยิ่งใหญ่สำหรับศึกเทนนิสแกรนด์สแลมที่ 3 ของปี “วิมเบิลดัน” เนื่องจาก แอนดี เมอร์เรย์ นักหวดมือ 2 โลกจากสกอตแลนด์ ได้ยุติ 77 ปีแห่งการรอคอย

โดย...มิวโกโตะ

ปิดฉากลงอย่างยิ่งใหญ่สำหรับศึกเทนนิสแกรนด์สแลมที่ 3 ของปี “วิมเบิลดัน” เนื่องจาก แอนดี เมอร์เรย์ นักหวดมือ 2 โลกจากสกอตแลนด์ ได้ยุติ 77 ปีแห่งการรอคอยของแฟนเทนนิสชาวสหราชอาณาจักร ด้วยการปราบ “โนเล” โนวัก โจโควิช มือ 1 โลก ชาวเซิร์บ 3 เซตรวด 6-4, 7-5, 6-4 ผงาดชูโทรฟี่ ณ สังเวียนออล อิงแลนด์ คลับ อย่างเต็มภาคภูมิ เมื่อวันที่ 7 ก.ค. ต่อจากเฟร็ด เพอร์รีตำนานรุ่นพี่ชาวสหราชอาณาจักรที่ทำไว้ตั้งแต่ปี 1936

แม้จะไม่ใช่การคว้าแชมป์แกรนด์สแลมครั้งแรกในชีวิต เนื่องจาก เมอร์เรย์ ปลดล็อกด้วยแชมป์ยูเอส โอเพน 2012 ไปก่อนแล้ว แต่นักหวดวัย 26 ปี กลับเปรียบเปรยการชูถ้วยวิมเบิลดันครั้งนี้ว่าเสมือนกับการก้าวขึ้นสู่ยอดเขาเลยทีเดียว ทั้งยังยกให้เป็นแมตช์ที่ดีที่สุดในการเล่นอาชีพ

“การได้แชมป์วิมเบิลดันเป็นสิ่งที่น่าเหลือเชื่อ ผมยังไม่คุ้นกับมันเลย (หัวเราะ) แทบไม่เชื่อว่ามันเกิดขึ้นแล้ว วิมเบิลดันเป็นจุดสุดยอดของการเล่นเทนนิสของผม และเกมสุดท้ายก็เต็มไปด้วยความรู้สึกมากมาย” เมอร์เรย์ กล่าว

ขณะที่รองแชมป์อย่าง โนเล ได้แสดงสปิริตด้วยการยกย่องคู่แข่งว่าเล่นได้สมบูรณ์แบบ รวมทั้งไม่อยากหาเหตุผลแก้ตัวสำหรับความพ่ายแพ้ครั้งนี้ แต่เมื่อถูกสื่อจี้ถาม ก็ยอมรับว่าอาจล้ามาจากรอบตัดเชือกที่ต้องออกแรงเกือบ 5 ชั่วโมง กว่าจะเอาชนะฮวน มาร์ติน เดล ปอโตร (อาร์เจนตินา) จึงอาจส่งผลต่อร่างกายในรอบชิงชนะเลิศ

“ผู้ชมในเซ็นเตอร์ คอร์ต ดูไม่ค่อยเป็นมิตรกับผมซักเท่าไหร่นะ โดยเฉพาะเสียงโห่เวลาผมชาลเลนจ์ขอดูภาพช้า แต่ผมเดาไว้แล้วล่ะว่าบรรยากาศต้องเป็นแบบนี้ ต้องยกความดีทั้งหมดให้ เมอร์เรย์ เขาเล่นได้อย่างน่ามหัศจรรย์ ผมเชื่อว่าเขาสามารถกวาดแชมป์เมเจอร์ได้ 6 7 8 9 หรือ 10 เลยทีเดียว ถ้าฟอร์มยอดเยี่ยมเช่นนี้” โจโควิช กล่าว

ด้าน จูดี เมอร์เรย์ มารดาและโค้ชคนแรกในชีวิตของ แอนดี ก็ยกย่องผลงานลูกชายหัวแก้วหัวแหวนที่สามารถคว้าแชมป์ประวัติศาสตร์หนนี้ได้

“ฉันไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาอธิบาย วินาทีที่เห็นลูกชายคว้าแชมป์ วิมเบิลดัน นี่เป็นสิ่งที่เขาพูดถึงมาตลอดตั้งแต่ยังเด็ก ตอนนี้ความฝันมันกลายเป็นความจริงแล้ว ฉันตัวสั่นตลอด 3 ชั่วโมงที่แล้ว ฉันแทบช็อกตอนที่เขานำ 400 และได้ถึง 3 แมตช์พอยต์ แต่จู่ๆ ก็กลับมาดิวซ์ โชคดีที่เขากัดฟันสู้จนพิชิตคนเก่งอย่างโนวักได้” คุณแม่จูดี กล่าว

แน่นอนว่าการรอคอยมายาวนานถึง 77 ปีของชาวเครือจักรภพ ย่อมส่งผลให้สื่ออังกฤษที่ขึ้นชื่อเรื่องการตีข่าว ต่างรุมสรรเสริญเยินยอ เมอร์เรย์ จนถึงขนาดพาดหัวว่าเป็น เซอร์ แอนดี เมอร์เรย์ เลยทีเดียว โดยสื่อบิ๊กเนมต่างพาดหัวหน้าหนึ่งกันดังนี้

“เดอะ ไทม์” กล่าวยกย่อง เมอร์เรย์ ให้เป็นดั่งอัศวินที่ชาวสหราชอาณาจักรรอคอยมาแสนนาน สิ่งที่เกิดขึ้นเหลือเชื่อยิ่งกว่าความฝัน และมันคือเหตุผลที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เลย จึงพาดหัวตัวเบ้อเริ่มว่า

“ชายหนุ่มผู้สร้างประวัติศาสตร์”

ขณะที่ “เดลี เมล์” แหล่งข่าวขาเมาท์ประจำเมืองผู้ดีเชิญชวนผู้อ่านสดุดียอดนักหวดวัย 26 ปี

“เขาสมควรจะได้รับการเรียกให้มีตำแหน่งเหมือนอัศวิน ถึงตอนนี้เราควรเรียกเขาว่า เซอร์ แอนดี”

ด้าน “เดอะซัน” สื่อยักษ์ใหญ่จอมแฉของอังกฤษ พาดหัวสั้นๆ แม้จะไม่มีชื่อของ เมอร์เรย์ แต่สรุปใจความก็รู้ว่าหมายถึงใคร

“ด้วยความหวังทั้งหมดและเกียรติยศที่มี”

“เดลี มิร์เรอร์” พาดหัวใหญ่หน้าหนึ่งว่า

“ประวัติศาสตร์อยู่ในมือของคุณ”

ส่วน “เดลี เทเลกราฟ” มุ่งไปที่ประเด็นสิ้นสุดการรอคอยอันยาวนาน

“77 ปีแห่งการรอคอยสิ้นสุดลงแล้ว”

ไม่เพียงแต่สื่อเท่านั้นที่รุมยกยอกันเอง แต่มีแหล่งข่าวใกล้ชิดเผยว่า เดวิด คาเมรอน นายกรัฐมนตรีของอังกฤษ ที่เข้าไปเชียร์ถึงขอบสนาม ได้เตรียมจัดการประชุมกับคณะรัฐมนตรีและผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อเสนอชื่อของ เมอร์เรย์ เข้าสู่หอเชิดชูเกียรติเหมือนอย่างที่ เซอร์ แบรดลีย์วิกกินส์ นักปั่นจักรยานชื่อดังที่ไปคว้าแชมป์จักรยานทางไกล “ตูร์ เดอ ฟรองซ์ 2012”

อย่างไรก็ตาม นอกจากความสำเร็จครั้งมโหฬารนี้แล้ว ยังมีปัญหาให้เจ้าถิ่นได้ขบคิดหลังจบทัวร์นาเมนต์เช่นกัน เนื่องจากศึกวิมเบิลดัน ที่ออล อิงแลนด์ คลับ ครั้งนี้ ถูกนักเทนนิสชื่อดังหลายคนจวกเรื่องสภาพสนามที่ลื่นเกินไป จนเป็นเหตุให้มือวางอันดับสูงๆ หลายคนทยอยกันตกรอบหรือถอนตัวเป็นว่าเล่น โดยเฉพาะรอบ 2 ซึ่งมีนักเทนนิสทั้งชายและหญิงถอนตัวจากประเภทเดี่ยวถึง 7 คนในวันเดียว ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดของรายการแกรนด์สแลมอีกด้วย

ถึงแม้ฝ่ายจัดการแข่งขันจะยืนยันว่า ทั้งดิน ทั้งหญ้า และความสูงของหญ้า จะเหมือนปีก่อนๆ ทุกประการก็ตาม แต่ผู้เชี่ยวชาญกลับวิเคราะห์อย่างเป็นกลางว่า อาจเป็นเพราะปีนี้อังกฤษมีฤดูหนาวค่อนข้างนาน ฤดูใบไม้ผลิมาช้า ทำให้สภาพของสนามหญ้าในเมืองผู้ดีช่วงนี้มีปริมาณน้ำตาลซูโครสมากกว่าปกติ (ซึ่งปกติจะเกิดขึ้นช่วงเดือน พ.ค.) และน่าจะเป็นสาเหตุของการลื่นได้ง่าย รวมถึง นีล สตูบลีย์ หัวหน้าเจ้าหน้าที่ดูแลสนามคนใหม่ ก็เพิ่งรับงานได้ไม่นาน และทำหน้าที่ในวิมเบิลดันเต็มตัวเป็นหนแรก ก็อาจเป็นอีกหนึ่งสาเหตุก็เป็นได้

แต่ทั้งหมดจะโทษฝ่ายจัดการแข่งขันอย่างเดียวก็ไม่ได้ เพราะแชมป์อย่าง เมอร์เรย์ มองว่า วิธีการวิ่งของเพื่อนร่วมอาชีพก็เป็นเหตุให้เจ็บได้เช่นกัน

“การที่หลายคนล้มกันระเนระนาดในคอร์ต เพราะไม่สามารถกะจังหวะการเล่นบนคอร์ตหญ้าได้ เนื่องจากเวลาลูกเด้งบนหญ้ามักจะเร็วและพุ่งต่ำ ทำให้ต้องย่อตัวลงมากกว่าปกติ เข่าและข้อเท้าจึงต้องรับน้ำหนักมากขึ้น ทั้งที่จริงๆ แล้วเวลาเล่นบนคอร์ตหญ้า เราไม่ควรต้องฝืนย่อตัวขนาดนั้น” แชมป์วิมเบิลดันล่าสุดกล่าว

ในฐานะกองเชียร์ ถือเป็นนัดชิงฯ ที่สนุกมาก ทั้งคู่เล่นได้อย่างสูสีเกินกว่าที่สกอร์จะออกมา 30 เซต อย่างไรก็ตาม ต้องชื่นชม เมอร์เรย์ เป็นพิเศษ ที่แบกรับความกดดันของคนทั้งสหราชอาณาจักรเอาไว้ได้ ส่วนทางออกของปัญหาเรื่องสนามก็ควรจะต้องพบกันครึ่งทาง โดยทางฝ่ายจัดการแข่งขันก็ควรตั้งทีมงานตรวจสอบและประเมินสภาพสนาม ส่วนนักกีฬาเองก็ต้องรู้จักปรับตัว เพราะคนที่ดีที่สุดเท่านั้นถึงจะก้าวไปเป็นแชมป์ได้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท