
ภาวะผู้นำกับดนตรีแจ๊ซที่ศศินทร์
หลายปีมาแล้วดิฉันมีโอกาสไปร่วมสัมมนาการบริหารการศึกษาหลักสูตร MBA ที่เมืองฌวงเลส์แปงส์ ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศส
โดย รศ.ดร.ศิริยุพา รุ่งเริงสุข สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
หลายปีมาแล้วดิฉันมีโอกาสไปร่วมสัมมนาการบริหารการศึกษาหลักสูตร MBA ที่เมืองฌวงเลส์แปงส์ ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศส วันแรกของการเปิดการสัมมนาเริ่มด้วยการแสดงดนตรีแบบแจ๊ซ จำได้ดีว่าผู้เข้าร่วมสัมมนาซึ่งเป็นนักการศึกษาและนักวิชาการต่างรู้สึกแปลกใจแกมยินดี เพราะการสัมมนาวิชาการโดยมากมักไม่ค่อยมีการแสดงดนตรีเพื่อความรื่นรมย์สักเท่าไร
อย่างไรก็ตาม เมื่อดนตรีเริ่มแสดงอย่างกระพร่องกระแพร่งแบบไม่มีความสามัคคีกันเลยผู้ชมก็เริ่มหันมามองดูหน้ากัน เมื่อดนตรีจบเพลงแรกลงพวกเราก็ปรบมือให้อย่างมีมารยาทดี จากนั้นก็มีวิทยากร (ขออภัยที่จำชื่อไม่ได้แล้ว) ท่านหนึ่งออกมาถามคำถามว่า ชอบดนตรีที่เพิ่งเล่นจบลงไปไหม? ตอนแรกก็ไม่มีใครกล้าพูดอะไร จนมีคนหนึ่งพูดว่า มีดนตรีก็ดีอยู่หรอกแต่ดูเหมือนนักดนตรีจะไม่ค่อยมีเวลาซ้อมหรือเปล่า?
วิทยากรและนักดนตรีก็หัวเราะไม่พูดว่าอะไร วิทยากรเชิญชวนให้ฟังเพลงต่อไป และต่อไปซึ่งไพเราะขึ้นเรื่อยๆ จากนั้นก็มีนักร้องสาวเดินมาแจม คราวนี้สนุกกันใหญ่ นักดนตรีผลัดกันโซโล (เล่นนำเดี่ยว) เดี๋ยวมือแซกนำบ้าง เปียโนนำบ้าง บางครั้งก็เล่นสอดประสานกันเป็นหนึ่งเดียว นักร้องก็ร้องดี บางครั้งก็ร้องตามทำนองและจังหวะของเพลงต้นแบบแบบเดิม บางครั้งก็ปรับเปลี่ยนไปตามจังหวะทำนองที่นักดนตรีได้จินตนาการปรับเปลี่ยนไป (improvise) โดยไม่ได้เตรียมตัวมาก่อน
เมื่อการแสดงสิ้นสุดลง วิทยากรได้ออกมาสรุปว่าการเล่นดนตรีแจ๊ซที่เพิ่งสิ้นสุดลง มีนัยสำคัญเกี่ยวข้องกับการบริหาร (management) และการเป็นผู้นำอย่างไร ผู้ชมทั้งหมดรวมทั้งดิฉันรู้สึกประทับใจมาก ดิฉันเริ่มวาดหวังตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาว่า อยากจะมีสักวันที่จะทดลองนำวงดนตรีแจ๊ซเข้ามาแจมกับการบรรยายในวิชาการพัฒนาภาวะผู้นำของดิฉันบ้าง
แล้วความหวังของดิฉันก็เป็นความจริงเมื่อวันที่ 1 มิ.ย. นี้เอง โดย ดร.อเล็กซานเดอร์ เพาฟ์เลอร์ CEO ของบริษัท เมอร์เซเดสเบนซ์ (ประเทศไทย) ได้นำวงดนตรีแจ๊ซขนาดเล็กและนักร้องฝีมือระดับอาจารย์มาแสดงในห้องเรียนวิชา Leadership in Organizations โดยก่อนหน้านี้ประมาณเกือบ 2 เดือน คุณอเล็กซ์ (ชื่อที่ ดร.เพาฟ์เลอร์ ชอบให้เรียก) ได้พูดคุยกับดิฉันถึงความสัมพันธ์ระหว่างดนตรีกับการพัฒนาภาวะผู้นำ ตลอดจนการสร้างทีม (TeamBuilding) และการบริหารเพื่อผลงาน (Performance Management) เราสองคนได้แลกเปลี่ยนความคิดกันในเรื่องนี้ และเนื่องจากคุณอเล็กซ์ มีความสามารถทางด้านดนตรี อีกทั้งมีความสัมพันธ์ที่ดีกับวิทยาลัยดุริยางคศิลป์แห่งมหาวิทยาลัยมหิดล คุณอเล็กซ์จึงตกลงใจนำวงแจ๊ซเล็กๆ มาแสดงเพื่อประกอบการบรรยายเรื่อง “ภาวะผู้นำ ความคิดสร้างสรรค์ การบริหารทีมและผลงาน กับดนตรีแจ๊ซ” (Leadership,Creativity,Team Management,Performance Management and Jazz music)
ในงานนี้นิสิตหลักสูตร MBA และ Executive MBA ของเราตื่นเต้น สนใจที่จะมาฟังการบรรยายและการเล่นดนตรีมาก คุณอเล็กซ์และดิฉันก็ตื่นเต้นเช่นกัน เพราะมันเป็นการทดลองครั้งแรกของเราที่พยายามสร้างสื่อการสอนใหม่ๆ สำหรับวิชาภาวะผู้นำ
คุณอเล็กซ์เตรียมตัวเต็มที่ตั้งแต่เช้าพร้อมกับนักดนตรีที่เป็นนักศึกษา สาขาดุริยางคศิลป์ของมหาวิทยาลัยมหิดล คุณอเล็กซ์พยายามสาธิตให้นิสิตเห็นว่า การเล่นดนตรีแจ๊ซก็เหมือนกับการเข้าห้องประชุมของบอร์ดบริหาร แต่ละคนมาจากที่ต่างๆ กัน มีพื้นฐานปูมหลังต่างกัน อย่างไรก็ตามเมื่อทุกคนมาเข้าประชุมบริษัท จุดประสงค์ร่วมกันคือ ทำงานเป็นทีมเพื่อให้องค์กรเจริญก้าวหน้า นักดนตรีแจ๊ซก็เช่นกัน มาจากคนละที่ มีเครื่องดนตรีต่างชิ้น แต่พอมาร่วมวงกันก็ต้องพยายามสื่อสารกัน ปรับตัวเข้าหากัน พยายามศึกษาเรียนรู้ทำความเข้าใจสไตล์ของแต่ละคน เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์เดียวกัน คือ บรรเลงดนตรีที่ไพเราะสำหรับคนฟัง
น่าจะนับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การสอน MBA ในประเทศไทยที่มีการนำเอาดนตรีแจ๊ซมาเป็นสื่อเพื่อจำลองสถานการณ์การบริหารงานในองค์กร นิสิตของเรามองเห็นและเริ่มเข้าใจว่าหากต้องการบริหารทีมงานในองค์กรให้ทำงานอย่างมีเอกภาพ ผู้นำและสมาชิกทีมแต่ละคนต้องเข้าใจเรื่อง เปิดใจกว้าง มีทัศนคติแบบเปิด มีความเป็นกันเอง โดยเฉพาะผู้นำต้องพยายามสร้างความเป็นกันเองกับลูกทีม ในเรื่องนี้คุณอเล็กซ์ซึ่งเป็นผู้คุ้นเคยกับค่านิยมไทยดีได้ย้ำแล้วย้ำอีกว่า “ต้องลดความเกรงใจ” (หรือเกรงกลัว) ที่ลูกน้องคนไทยมีต่อผู้นำลงไปบ้าง มิฉะนั้นลูกน้องจะไม่กล้าแสดงความเห็น ไม่กล้าติงผู้นำ เวลาผู้นำพลาดไม่มีความคิดสร้างสรรค์
การเล่นดนตรีแจ๊ซ หากเป็นช่วงแรกๆ ที่นักดนตรียังไม่เข้าขากัน ตอนแรกเพลงที่ฟังก็จะไม่ไพเราะ อาจฟังดูหนวกหูวุ่นวาย อย่างไรก็ตามนักดนตรีก็จะมีการปรับจังหวะและท่วงทำนองเข้าหากันจนสามารถบรรเลงได้อย่างไพเราะ และบางครั้งก็ผลัดกันเดี่ยวเครื่องดนตรี (solo) ทำให้เกิดความไพเราะไปอีกรูปแบบ เปรียบเหมือนกับการบริหารงานในองค์กรที่ผู้นำสูงสุดไม่จำเป็นต้องรับบทนำผูกขาดเป็นฮีโร่คนเดียว แต่มีการเปิดโอกาสให้ลูกน้องรับบทนำผลัดเปลี่ยนกันไป เป็นการพัฒนาความสามารถของลูกน้องให้ก้าวมารับบทผู้นำได้และทำให้เขาเกิดความภาคภูมิใจในตนเองด้วย
การบรรยายของคุณอเล็กซ์สิ้นสุดลงด้วยดี และทำให้นิสิตของศศินทร์รู้สึกสนุกสนานเพลิดเพลิน นับเป็น “Edutainment” (การศึกษาที่ให้ทั้งความรู้และความบันเทิง) ที่น่าประทับใจ ต้องขอขอบคุณ ดร.อเล็กซานเดอร์ เพาฟ์เลอร์ และน้องๆ นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยมหิดลมากค่ะ
นี่นับเป็นก้าวแรกของ Jazz และ Leadership Lessons สำหรับดิฉันและศศินทร์ รับรองว่ามีก้าวต่อไปแน่ๆ ค่ะ!!!!







