posttoday
นักกีฬาไทย...สอบได้หรือตก??? อินชอนเกมส์

นักกีฬาไทย...สอบได้หรือตก??? อินชอนเกมส์

07 กรกฎาคม 2556

รูดม่านปิดฉากเรียบร้อยสำหรับ “เอเชี่ยน อินดอร์ และมาร์เชียลอาร์ตเกมส์” ครั้งที่ 4 ที่ชิงชัยกันตั้งแต่วันที่ 29 มิ.ย.-6 ก.ค. ณ เมืองอินชอน

โดย...ราชันเบอร์ 23

รูดม่านปิดฉากเรียบร้อยสำหรับ “เอเชี่ยน อินดอร์ และมาร์เชียลอาร์ตเกมส์” ครั้งที่ 4 ที่ชิงชัยกันตั้งแต่วันที่ 29 มิ.ย.-6 ก.ค. ณ เมืองอินชอน ประเทศเกาหลีใต้ หลายคนคงตั้งข้อสงสัยว่า กีฬารายการนี้มันเป็นมายังไง บอกกล่าวกันตรงนี้ นี่คือทิศทางและเป้าหมายใหม่ของสภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย (โอซีเอ) ที่หมายมั่นปั้นมืออยากให้เป็นมหกรรมกีฬาระดับๆ น้องเอเชี่ยนเกมส์ ที่จัดชิงชัย 4 ปีครั้ง เช่นเดียวกับเอเชี่ยน อินดอร์ และมาร์เชียลอาร์ตเกมส์ ที่ปรับเปลี่ยนมาจัด 4 ครั้งเช่นกัน โดยดึงเอา “เอเชี่ยนอินดอร์” ที่เคยจัดมาเลยถึง 3 ครั้ง มารวมกับ “มาร์เชียลอาร์ต” ที่จัดมาแล้ว 1 ครั้ง

ประเทศไทยส่งนักกีฬาเข้าร่วมแข่งขันทั้งหมด 10 รายการ ประกอบไปด้วย กรีฑา ว่ายน้ำ คิวสปอร์ต มวย กาบัดดี้ โบว์ลิ่ง หมากล้อม ลีลาศ คูราช และฟุตซอล

สำหรับเป้าหมายแม่ทัพใหญ่ของงาน “บิ๊กต้อม” ธนา ไชยประสิทธิ์ ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวในการนำทัพนักกีฬาสู้ศึกทุกชนิดมาแล้ว ยังเชื่อว่าขี้เหร่สุดไทยน่าจะมีอย่างน้อย 12-13 เหรียญทองกลับประเทศ

เงือกสาวฉลามหนุ่มสอบผ่าน

ทัพว่ายน้ำไทยทำตามเป้าหมายที่ได้วางไว้ คือ 2 ทอง 2 เงิน และ 3 ทองแดง “โค้ชตึก” ธนาวิชญ์ โถสกุล เลขาฯ สมาคมว่ายน้ำแห่งประเทศไทย พอใจผลงาน โดยเฉพาะ “เงือกจอย”เจนจิรา ศรีสอาด ถือว่าทำผลงานได้ดีเกินคาด เพราะไม่ได้เป็นตัวเต็งที่จะคว้าเหรียญ นับเป็นนิมิตหมายที่ดีของสมาคมฯ

น้องจอยตั้งเป้าซิวเหรียญซีเกมส์ที่พม่า

ถือว่าเซอร์ไพรส์ทีเดียวสำหรับ “เงือกจอย” เจนจิรา ศรีสอาด คว้าเหรียญทองแรกให้กับทัพนักกีฬาไทย จากว่ายน้ำฟรีสไตล์ 50 เมตร และเป็นเหรียญทองแรกในมหกรรมกีฬาเอเชี่ยน อินดอร์ และมาร์เชียลอาร์ตเกมส์ ในครั้งนี้

“ก่อนหน้านี้ติดทีมชาติไทยแข่งขันที่ซีเกมส์ แต่ยังไม่เคยได้เหรียญทอง ครั้งนี้เป็นการคว้าเหรียญทองแรกให้กับตนเองในนามทีมชาติ อาจเป็นเพราะตนไม่มีความกดดันเลย เนื่องจากไม่ได้ถูกคาดหวังเอาไว้มาก ส่วนเป้าหมายต่อไป อยากได้เหรียญในการแข่งขันซีเกมส์ แต่ถ้าเป็นเป้าหมายสูงสุด คือ เข้าร่วมแข่งขันในโอลิมปิกเกมส์ 2014 สักครั้งค่ะ” เงือกจอย กล่าว

โต๊ะเล็กชายหญิง ทำได้ต่ำกว่าเป้า

ด้านทีมฟุตซอลชายหญิง ถือว่าสอบไม่ผ่าน เพราะคว้ามาได้แค่ 2 เหรียญทองแดง เพราะตอนประเมินตั้งเป้าไว้ที่ 2 ทอง

มวยได้ 4 ทองตามคาด

ส่วนทีมมวยไทยถือว่าเป็นอีกสมาคมที่ประสบความสำเร็จ เพราะคว้ามาได้ถึง 4 เหรียญทองด้วยกันจากชายรุ่น 67 กก. และ 71 กก. ส่วนหญิงได้จากรุ่น 51 กก. และ 54 กก.

ทัพแม่นรูสอย 2 ทองเกินคาด

กีฬา “บิลเลียด สปอร์ต” ตั้งเป้าเหรียญทองไว้ที่บิลเลียดมากกว่าสนุกเกอร์ แต่สิ่งที่สร้างปรากฏการณ์ใหม่เกิดขึ้นในวงการสอยคิวไทยและเป็นบิ๊กเซอร์ไพรส์ที่สุดก็คือ การกระชากเหรียญทองสนุกเกอร์ 6 แดง ของ “น้องแอม”อมรรัตน์ อ่วมด้วง หรือฉายาที่ลงแข่งขัน “แอม ทีบีซี” ดาวรุ่งดวงใหม่ของวงการสอยคิวไทยวัย 20 ปี ที่ก้าวขึ้นมาแจ้งเกิดอย่างยิ่งใหญ่ ด้วยการพิชิต “เหรียญทอง” มาคล้องคอหลังจากสามารถพลิกโค่นนักสอยคิวสาวดีกรีแชมป์โลก 2 สมัยอย่าง อึ้ง อัน ยี่ และเจ้าของเหรียญทองเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 16 จากฮ่องกง ในนัดชิงชนะเลิศ 43 เฟรม

แอม ทีบีซี ชื่อนี้จึงถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์สนุกเกอร์ไทย ผู้ที่สามารถกระชากเหรียญทองแรกให้ทีมสอยคิวไทยในรายการระดับเอเชี่ยน อินดอร์ และมาร์เชียลอาร์ตเกมส์ เพราะยังไม่มีนักสนุกเกอร์ไทยคนใดเคยคว้าเหรียญทองในรายการนี้ รวมถึงมหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ของเอเชียอย่างเอเชี่ยนเกมส์ ขณะที่อีกหนึ่งเหรียญทอง “รมย์ สุรินทร์” ประพฤติ ชัยธนสกุล นักสอยคิววัยดึก ประกาศศักดาซิวทอง 3 สมัยซ้อน ด้วยการชนะ ตานห์ บินห์ เหงียน (เวียดนาม) 31 เกม

แอมเผยซ้อมหนักทำให้มีวันนี้

“เป็นความภูมิใจอย่างมากที่คว้าเหรียญทองครั้งนี้มาครอง ก่อนมาแข่งขันตั้งใจฝึกซ้อมเป็นอย่างมาก และดีใจอย่างที่สุดที่ทำได้อย่างที่หวังเอาไว้ ขอขอบคุณผู้ใหญ่ในสมาคม, โค้ช และพี่ๆ เพื่อนๆ นักกีฬาที่ช่วยดูแลและสั่งสอนมาโดยตลอด ส่วนเงินรางวัลที่ได้รับนั้นจะนำไปให้ครอบครัว” แอม ทีบีซี กล่าว

‘เฮียฮง’ ย้ำความสำเร็จยิ่งใหญ่เกินคาด

ด้าน “เฮียฮง” สุนทร จารุมนต์ ผู้จัดการทีมคิวสปอร์ตทีมชาติไทย ยอมรับว่า 2 เหรียญทองที่ได้มา ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมากของสมาคม โดยเฉพาะสนุกเกอร์ 6 แดง จากน้องแอม เป็นเหรียญที่เราไม่คาดคิดมาก่อน เป็นความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์ เนื่องจากว่านักกีฬาของเราคนนี้ถือว่าใหม่มาก และไม่เคยได้แชมป์อะไรมาก่อนแม้แต่รายการเดียว ซึ่งต้องยกความดีนี้ให้กับนักกีฬาและโค้ชไปแบบ 100 เปอร์เซ็นต์เต็ม ส่วนบิลเลียดที่ได้จาก รมย์ สุรินทร์ ต้องถือว่าสุดยอดอีกเช่นกัน และที่สำคัญรมย์ยังทำสถิติคว้าเหรียญทอง 3 สมัยติดต่อกัน เป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมมากๆ

ไทยรั้งที่ 4 ได้แค่ 8 ทองต่ำกว่าเป้าหมาย

นักกีฬาไทยทำได้ไม่ถึงเป้า ก่อนแข่งมีการประเมินว่าน่าจะได้ 12 เหรียญทอง 6 เหรียญเงิน และ 4 เหรียญทองแดง จากว่ายน้ำ (2 ทอง 3 เงิน 1 ทองแดง) โบว์ลิ่ง 1 ทอง บิลเลียดสนุกเกอร์ 1 ทอง กาบัดดี้ 1 เงิน ลีลาศ (1 ทอง 1 เงิน 2 ทองแดง) มวย 35 ทอง และฟุตซอล 2 ทอง ซึ่งการแข่งขันจริง ได้ 8 เหรียญทอง จากบิลเลียดสนุกเกอร์ (2 เหรียญ) มวย (4 เหรียญ) และว่ายน้ำ (2 เหรียญ) 3 เหรียญเงิน จากมวย 1 เหรียญ กับว่ายน้ำ 2 เหรียญ เหรียญทองแดง 11 เหรียญจาก หมากล้อม 1 เหรียญ โบว์ลิ่ง 1 เหรียญ แดนซ์สปอร์ต (ลีลาศ) 1 เหรียญ ฟุตซอล 2 เหรียญ กาบัดดี้ 2 เหรียญ คูราช 1 เหรียญ และว่ายน้ำ 3 เหรียญ ทั้งนี้มีเพียงแค่บิลเลียดและมวยเท่านั้นที่ทำได้เกินเป้า

สถิติชี้ชัดได้เหรียญทองน้อยสุด

ถือว่าทัพนักกีฬาไทยได้เหรียญทองมาครองน้อยที่สุดตลอดการแข่งขันที่ผ่านมา อีกทั้งยังได้เหรียญไม่ถึงเลข 2 หลักเป็นแรก ในศึกอินดอร์เกมส์ตลอด 3 ครั้งที่ผ่านมา ครั้งที่ 1 ปี 2005 ที่กรุงเทพฯ (20 ทอง 21 เงิน 33 ทองแดง) ครั้งที่ 2 ปี 2007 ที่มาเก๊า (19-28-22) ครั้งที่ 3 ปี 2009 ที่เวียดนาม (19-17-34) ส่วนกีฬามาร์เชียลอาร์ตเกมส์ ครั้งที่ 1 ปี 2009 ที่กรุงเทพฯ (21-17-16)

‘บิ๊กต้อม’เสียดายทัพไทยทำทองน้อย

“บิ๊กต้อม” ธนา ไชยประสิทธิ์ หัวหน้าคณะนักกีฬาไทย เปิดเผยว่า การทำเหรียญไม่ถึงเป้าถือเป็นเรื่องที่น่าผิดหวัง แต่เราคงจะต้องไปพิจารณาเรื่องสถิติกันอีกครั้งว่า ที่ไม่ได้ตามเป้านั้น เราทำได้ดีแล้ว หรือว่ามาตรฐานเราแย่ลง ซึ่งการประเมินนั้นมาจากสมาคมต่างๆ ที่นำมาชี้แจงให้เราได้รับทราบ ซึ่งก็น่าเสียดายที่ได้เพียงแค่ 8 เหรียญเท่านั้น

ติงชนิดกีฬาต่อสู้น้อยทำเหรียญไทยหด

นอกจากนี้ หัวหน้านักกีฬาไทยยังตำหนิโอซีเอและเจ้าภาพ จัดการแข่งขันเพียง 12 ชนิดกีฬา และไทยเราส่ง 10 ชนิดกีฬา ทำให้เราได้เหรียญน้อยลงไปมาก โดยเฉพาะกีฬาต่อสู้นั้น จัดให้มีการแข่งขันน้อยเกินไป แถมยังมีกีฬาที่เราไม่ถนัดอย่างคูราช และไม่ได้ส่งมาแข่งอย่างคิกบ็อกซิ่ง ทำให้จำนวนเหรียญน้อยลงไปมาก

ไทยเซ็งโดน‘เหงียน’แซงยึดอันดับ 3

วันสุดท้ายของการแข่งขัน (6 ก.ค.) เวียดนามซิว 4 เหรียญทอง จากคิกบ็อกซิ่ง (3) และหมากรุกสากล (1) มีเหรียญทองเพิ่มเป็น 8 ทอง 7 เงิน 12 ทองแดง แซงขึ้นไปเป็นอันดับ 3 แทนไทย (8-3-11) โดยเจ้าเหรียญทองเป็นของจีน (29-13-10) อันดับ 2 เป็น “เจ้าภาพ” เกาหลีใต้ (21-27-19)

นับจากนี้สมาคมกีฬาต่างๆ ต้องทำการบ้านให้หนัก เพราะซีเกมส์ที่พม่าปลายปีนี้ เป็นอีกด่านทดสอบทัพนักกีฬาไทยว่าจะทวงความเป็นเต้ยในย่านอาเซียนกลับมาได้หรือไม่???

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท