
ซี สแควร์ ทู สคูล ช่วยเด็กๆ เข้าถึงเทคโนโลยี
เมื่อนักศึกษาชมรมคอมพิวเตอร์แห่งสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กว่า 80 ชีวิตลงความเห็นพ้องต้องกัน
โดย...ชายโย ภาพไม่มีเครดิต
เมื่อนักศึกษาชมรมคอมพิวเตอร์แห่งสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กว่า 80 ชีวิตลงความเห็นพ้องต้องกันว่า ครั้งหนึ่งเมื่อเป็นนักศึกษาก็ควรเอาวิชาความรู้ที่มีนำไปพัฒนาสังคม ให้เกิดประโยชน์แก่ชุมชน จึงเกิดเป็นโครงการ ซี สแควร์ ทู สคูล ของพวกเขาขึ้นมา ด้วยจุดมุ่งหมายกระตุ้นให้เด็กๆ ม.ปลาย รวมทั้งคณาจารย์ในโรงเรียนต่างจังหวัดได้มีความรู้ทางเทคโนโลยีมากขึ้น
สมิทธิ์ เกษตรภิบาล นักศึกษาชั้นปีที่ 2 สมาชิกชมรมคอมพิวเตอร์ เล่าถึงที่มาที่ไปโครงการนี้ว่า เป็นโครงการต่อเนื่องที่ชมรมคอมพิวเตอร์ร่วมกับนักศึกษาทุกภาคส่วนที่เป็นสมาชิกชมรมตั้งใจจัดขึ้นมา โดยเราจะเลือกโรงเรียนต่างจังหวัดที่กันดารและขาดแคลน ที่ที่พวกเขาไม่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา
ทั้งหมดเริ่มจากการค้นหาโรงเรียนที่เราจะให้ความช่วยเหลือก่อน โดยครั้งล่าสุดเราเลือกที่โรงเรียนบ้านเจ้าเณร อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี ซึ่งเป็นโรงเรียนที่พอจะมีอุปกรณ์คอมพิวเตอร์เพื่อใช้ในการสอนอยู่บ้าง จากนั้นก็หาสปอนเซอร์มาเข้าร่วมโครงการนี้ โดยได้สปอนเซอร์เป็นนมถั่วเหลือง แลคตาซอย และเอส แอนด์ พี ให้เงินทุนสนับสนุนโครงการ สิ่งของบริจาค และอาหารเลี้ยงเด็กๆ ที่โรงเรียน
จากนั้นก็สอบถามถึงความต้องการในการสอนโปรแกรมต่างๆ ให้กับเด็กนักเรียน รวมทั้งครูอาจารย์ที่ต้องการเรียนรู้การใช้โปรแกรมใหม่ๆ เพิ่มเติม โดยโปรแกรมพื้นฐานที่ทุกคนต้องใช้ก็มีอย่างโปรแกรมออฟฟิศ โฟโต้ช็อปเบื้องต้น โปรแกรมแฟลช เป็นต้น เมื่อรู้สถานที่และวิชาที่พวกเขาต้องไปสอน
เช้าตรู่วันหนึ่งในช่วงฤดูหนาว นักศึกษากว่า 80 ชีวิตจึงเริ่มออกเดินทางไปยัง จ.กาญจนบุรี เพื่อเริ่มกิจกรรมที่จะเป็นความประทับใจครั้งหนึ่งในช่วงชีวิตของการเป็นนักศึกษาที่น่าจดจำ
“ในช่วง 2 วันแรกจะเป็นช่วงของการเตรียมความพร้อมในเรื่องห้องเรียน เตรียมสถานที่ในการจัดกิจกรรมต่างๆ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่โรงเรียนนี้ไม่เพียงพอกับการสอนเด็กๆ จำนวนมาก พวกเราจึงเตรียมโน้ตบุ๊กส่วนตัวกันไปเพื่อให้น้องๆ ได้ยืมใช้ตลอดระยะเวลาจัดกิจกรรม
ส่วน 3 วันสุดท้ายจะเป็นการสอนคอมพิวเตอร์ทั้งหมด โปรแกรมที่เราสอนจะเป็นโปรแกรมง่ายๆ เน้นการใช้งานและการแก้ปัญหาพื้นฐานให้กับเด็กเพื่อต่อยอดให้พวกเขาได้เรียนรู้ทฤษฎีการใช้งานเบื้องต้น แม้ว่าพวกเขาจะมีคอมพิวเตอร์สำหรับการเรียน แต่เทคนิคการใช้งานโปรแกรมบางอย่างพวกเราก็ต้องเข้าไปสอนเพิ่มเติมให้กับพวกเขา” ตัวแทนชมรมคอมพิวเตอร์เล่าถึงรูปแบบการจัดกิจกรรมที่เรียบง่าย แต่ได้ประสิทธิภาพในการเรียนสูง เพราะพี่ๆ นักศึกษาทุกคนเป็นกันเองกับน้องๆ อย่างมาก
เด็กๆ เองต่างก็ดีใจที่มีพี่ๆ มาช่วยสอนและจัดกิจกรรมพิเศษให้กับพวกเขา ซึ่งโรงเรียนบ้านเจ้าเณรแห่งนี้เป็นโรงเรียนเล็กๆ ที่พบได้ทั่วไปตามต่างจังหวัด มีนักเรียนทั้งหมดประมาณ 200 กว่าคนมีอุปกรณ์ไอทีเพียงพอสำหรับการสอนในระดับหนึ่ง แต่ก็อย่างที่เรารู้ๆ กัน ว่าเครื่องคอมพิวเตอร์หนึ่งเครื่องจะมีนักเรียนจับเมาส์ 1 คน กดคีย์บอร์ดอีก 1 คน เป็นอย่างน้อย
สมิทธิ์ เปรยทิ้งท้ายว่า ที่จริงแล้วเทคโนโลยีเป็นสิ่งที่ดี และเด็กๆ ทุกคนก็ควรเข้าถึงเทคโนโลยี และที่สำคัญกว่าคือการใช้เทคโนโลยีอย่างถูกต้องและรู้จักแยกแยะว่าอะไรควรหรือไม่ควร ด้วยการใช้ความรู้และความเข้าใจในเทคโนโลยี เพราะเดี๋ยวนี้เทคโนโลยีนั้นก้าวล้ำไปเกินคน เราใช้เทคโนโลยีโดยไม่สนใจคนรอบข้างโดยที่เราแทบจะไม่ได้เจอหน้าเพื่อพูดคุยกันด้วยซ้ำ และเป็นเรื่องที่เราต้องการจะบอกกับเด็กๆ ในโรงเรียนต่างจังหวัด โดยครั้งหน้าคิดว่าอาจจะจัดการสอนในเรื่องโปรแกรมโซเชี่ยลมีเดีย ที่กำลังเป็นที่นิยมให้เกิดประโยชน์สูงสุด
หลังจากจบกิจกรรมนี้ เหล่านักศึกษาก็ทิ้งท้ายด้วยการเล่นน้ำตกกับน้องๆ ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ ท่ามกลางเสียงร้องขอของพวกเขาว่า อยากให้จัดกิจกรรมให้นานกว่านี้เพื่อที่จะได้มีเวลาอยู่ด้วยกันมากขึ้น เพราะนานๆ จะมีคนเดินทางมาหาพวกเขาสักครั้ง สำหรับคนที่สนใจอยากจะเข้าร่วมกิจกรรมหรือเป็นส่วนหนึ่งของชมรม ก็สามารถติดตามข่าวสารร่วมกับพวกเขาได้ที่เว็บไซต์ www.smoengkmitl.com/clubs/179







