
นพ.สมปรารถน์ หมั่นจิต สุดยอดแพทย์ชนบท
เพิ่งรับรางวัลแพทย์ดีเด่นในชนบท ของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล คนที่ 39 ตั้งแต่ก่อตั้งรางวัลนี้ขึ้นมา
โดย...สุภชาติ เล็บนาค
เพิ่งรับรางวัลแพทย์ดีเด่นในชนบท ของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล คนที่ 39 ตั้งแต่ก่อตั้งรางวัลนี้ขึ้นมา สำหรับ นพ.สมปรารถน์ หมั่นจิต ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช เชียงของ หลังตรากตรำทำงานหนักมาตลอด 22 ปีของการเป็นแพทย์ ทำหน้าที่รับใช้ประชาชนในเขตทุรกันดาร รวมถึงเป็นผู้ริเริ่มก่อตั้งมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช เชียงของ
นพ.สมปรารถน์ จบการศึกษาจากคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เมื่อปี 2534 และอยู่ในพื้นที่ จ.เชียงราย เรื่อยมา ตั้งแต่เป็นนายแพทย์ 4 โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช เชียงของ กระทั่งเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลขุนตาล จ.เชียงราย เมื่อปี 2545 หลังจากนั้นได้เขยิบไปเป็นรักษาการผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช เชียงของ และเป็นผู้อำนวยการตามลำดับ อย่างไรก็ตาม ก็ยังต้องควบตำแหน่งรักษาการผู้อำนวยการโรงพยาบาลขุนตาล ตั้งแต่ปี 2551 เป็นต้นมา นอกจากนี้ยังสอบได้หนังสืออนุมัติแสดงความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขาเวชศาสตร์ครอบครัว ปี 2545 และสำเร็จการศึกษาสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการจัดการบริการสุขภาพปฐมภูมิ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ปี 2554
นอกจากนี้ คุณหมอสมปรารถน์ยังสนใจปัญหาสังคมอยู่เสมอ เพราะได้เข้าร่วมเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 ตั้งแต่ยังเรียนชั้นมัธยมศึกษา พอหลังเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ก็ “เข้าป่า” เพื่อร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย เช่นเดียวกับเพื่อนนักศึกษาอีกหลายคนในยุคนั้น หลังจากอยู่ในป่านาน 89 ปี ก็มุ่งมั่นแน่วแน่ว่าจบออกมาจะต้องไปทำงานในชนบท
“รู้สึกอยากออกไปทำงานในชนบท เพราะเป็นความท้าทายอย่างหนึ่งเมื่อเห็นพี่ๆ ออกไปทำงานแล้วสามารถคงความดี รวมถึงพัฒนาชนบทได้ยาวนาน อ.เชียงของ เมื่อ 22 ปีที่แล้วถือว่ากันดารมาก แต่ในความกันดารก็ทำให้มีโอกาสทำงานและพัฒนาโรงพยาบาลมากมาย” นพ.สมปรารถน์ เล่าให้ฟัง
สิ่งที่คุณหมอภูมิใจที่สุดอย่างหนึ่งก็คือ ได้ก่อตั้งมูลนิธิขึ้นที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช เชียงของ เมื่อปี 2537 ด้วยเงินเริ่มต้นเพียง 2 แสนบาท ทว่าปัจจุบันมูลนิธิมีเงินกว่า 3 ล้านบาท สามารถนำดอกผลมาใช้ช่วยเหลือผู้ป่วยและนักเรียนที่เรียนด้านสาธารณสุข ขณะเดียวกัน ก็ได้บุกเบิกโรงพยาบาลขุนตาล จากเมื่อครั้งที่มีแพทย์และบุคลากรรวมเพียง 14 คน จนมีบุคลากรกว่า 100 คน นอกจากนี้ก็ยังภูมิใจที่ได้ใช้ความถนัดส่วนตัวรักษาโรคเอดส์จนช่วยชีวิตผู้ป่วยได้หลายคน
ตลอดชีวิตราชการที่เหลืออยู่ คุณหมอสมปรารถน์ตั้งใจจะรับใช้ชาวชนบทต่อไป เพราะเห็นว่ายังขาดแคลนแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์จำนวนมาก ขณะเดียวกันความเหลื่อมล้ำทางสังคมระหว่างชนบทและเมืองก็ยังมีสูง เพราะฉะนั้นหากสามารถเป็นฟันเฟืองเล็กๆ ที่ช่วยให้ชนบทดีขึ้นได้ ก็ยินดีที่จะทำต่อไป โดยยึดมั่นพระราชดำรัสของพระราชบิดาที่ขอให้ถือประโยชน์ส่วนตนเป็นกิจที่ 2 ถือประโยชน์เพื่อนมนุษย์เป็นกิจที่ 1 ลาภ ทรัพย์ และเกียรติยศจะตกแก่ตัวเอง หากทรงธรรมะแห่งวิชาชีพไว้ให้บริสุทธิ์







